วิธีการปลดบล็อค VPN ในรัสเซียและจีน

กฎหมายใหม่ของรัสเซียทำให้การใช้ VPN ยากขึ้น นี่คือวิธีการหลีกเลี่ยงการบล็อค VPN ของรัสเซีย แชร์

เร็วๆนี้ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ลงนามในร่างกฎหมายเพื่อห้ามใช้งานเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN)  เพื่อเพิ่มความพยายามในการเซ็นเซอร์ นอกจากรัสเซียแล้ว จีนก็เริ่มเข้มงวดกับ VPN เช่นกัน โดยทางการจีนได้สั่งให้ยักษ์ใหญ่ในวงการสื่อสารสามรายระงับการใช้ VPN ของผู้ใช้งาน และยังส่งให้ Apple นำผู้ให้บริการ VPN สองรายหลักออกจากจีนตามคำสั่งกฎหมายใหม่

ถึงแม้เราจะยังไม่ทราบว่ากฎหมายใหม่ของรัสเซียจะเป็นอย่างไร เนื่องจากจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายน เราไม่อยากให้ผู้ใช้งานถูกจำกัดการเข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ ดังนั้นหากคุณอยากทราบว่าจะหลีกเลี่ยงการบล็อค VPN ในรัสเซียและจีนได้อย่างไร เรามีทางออกให้คุณ

การเซนเซอร์อินเตอร์เน็ตคืออะไร?

รัฐบาลและองค์กรอื่น ๆ ที่ต้องการจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาบนอินเตอร์เน็ตที่ละเอียดอ่อนหรือเป็นอันตราย มักใช้วิธีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตามรัฐบาลบางแห่งใช้เพื่อส่งเสริมวาระทางการเมืองหรือความเชื่อทางศาสนา

เริ่มแรก อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางที่ส่งเสริมเสรีภาพในการพูดและการแสดงออก โดยผู้ตรวจสอบดูแลก็คือชุมชนอินเทอร์เน็ตมากกว่าจะเป็นรัฐบาลหรือหน่วยงานราชการ อย่างไรก็ตาม มีหลายประเทศที่จำกัดไม่ให้ผู้ใช้เข้าถึงเว็บไซต์บางเว็บ รวมทั้งโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ข่าวยอดนิยม บางครั้งเว็บไซต์ทั้งหมดที่มีเนื้อหาประเภทใดประเภทหนึ่งจะถูกบล็อก และสำหรับบางประเทศก็มีการจำกัดการใช้งานได้ขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถกรองอินเตอร์เน็ตได้ทั้งประเทศ การเซ็นเซอร์อาจกินเวลาสั้นๆ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอนบางอย่าง

หากต้องการทราบข้อมูลการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ลองดูที่ หน้าอัพเดทสดๆของเรา

VPNs ช่วยให้หลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์ได้อย่างไร?

VPN ช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์ได้ทุกที่ โดย VPN จะกำหนดเส้นทางการรับส่งข้อมูลของคุณใหม่โดยให้ผ่านจุดเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้และเข้ารหัสข้อมูลของคุณเพื่อหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์รวมทั้งรักษาความเป็นส่วนตัวออนไลน์ของคุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VPN ดูที่คู่มือผู้เริ่มใช้งานของเรา

VPN ถูกกฎหมายหรือไม่?

แม้ว่าจะมีการบล็อค VPN แต่นโยบายเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงการบล็อคเหล่านี้ไม่เข้มงวด การใช้ VPN แทบจะไม่มีโอกาสจะทำให้คุณมีปัญหาทางกฎหมาย แต่ต้องทราบว่าถึงแม้การใช้ VPN และการหลบเลี่ยง VPN จะไม่ผิดกฎหมาย แต่เนื้อหาที่คุณชมอาจผิดกฎหมาย

VPN ถูกบล็อคอย่างไร?

มีหลายวิธีในการบล็อค VPN แต่ก็มีวิธีหลบเลี่ยงเช่นกัน ถึงแม้เราจะยังไม่ทราบว่ารัสเซียจะบล็อค VPN อย่างไร เราก็อนุมานได้ว่าจะเป็นวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้

  1. บล็อคการเข้าถึงเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ VPN

มีหลายองค์กรรวมถึงรัฐบาลที่บล็อค VPN ด้วยการจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ VPN ทำให้คุณไม่สามารถสมัครสมาชิกและใช้ซอฟต์แวร์ได้

  1. บล็อค IP ที่เป็นของเซิร์ฟเวอร์ VPN

อีกหนึ่งวิธีที่ใช้กันทั่วไปคือการระบุ IP address ของ VPN และบล็อค IP เหล่านั้น อย่างไรก็ตาม นี่เป็นวิธีที่ใช้กับผู้ให้บริการ VPN รายใหญ่เท่านั้น โดยผู้ให้บริการรายเล็กๆมีโอกาสที่จะหลุดรอดไปได้

  1. Deep Packet Inspection (DPI)

เป็นวิธีในการกรองแพ็กเก็ตที่เลเยอร์แอพพลิเคชันของโมเดลอ้างอิง OSI (Open System Interconnection) DPI สามารถระบุ, แยกประเภท, และบล็อกข้อมูลแพ็คเก็ตเฉพาะได้ ซึ่งจะกำหนดว่าข้อมูลที่ถูกส่งนั้นถูกเข้ารหัสโดยโปรโตคอล VPN หรือไม่ อย่างไรก็ตามในขณะที่ DPI สามารถระบุแพ็คเก็ตข้อมูลได้ แต่มันไม่สามารถบล็อคข้อมูลได้

  1. บล็อคพอร์ตเฉพาะ

OpenVPN เป็นโปรโตคอล VPN ที่ใช้พอร์ต 1194 สำหรับ UDP ซึ่งเป็นวิธีการที่คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งสื่อสารกับอีกเครื่องหนึ่ง โปรโตคอลอื่นๆ เช่น PPTP หรือ L2TP ใช้พอร์ตที่แตกต่างกัน Firewall สามารถบล็อคพอร์ตเหล่านั้นได้ ซึ่งจะทำให้ VPN ไม่สามารถทำงานได้

จะหลบเลี่ยงการบล็อค VPN ได้อย่างไร

หากคุณกังวลเกี่ยวกับการซื้อ VPN เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือซื้อ VPN  ตั้งแต่ตอนนี้ในขณะที่คุณยังเข้าถึง VPN ของคุณได้ อย่างไรก็ตามหาก VPN ของคุณถูกบล็อกโดยใช้วิธีการต่างๆข้างต้นนี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ

  1. เปลี่ยนผู้ให้บริการ VPN

การติดตาม IP address ที่เป็นของผู้ให้บริการ VPN แต่ละรายนั้นเป็นการทำงานที่ไม่จบสิ้น ดังนั้นการเปลี่ยนไปใช้ VPN จากผู้ให้บริการที่โดนบล็อคก็เป็นวิธีแก้ปัญหาข้อหนึ่ง หรือคุณอาจจะลองเปลี่ยนเป็น IP address อื่นที่อาจจะยังไม่โดยบล็อคก็ได้

  1. ใช้เซิร์ฟเวอร์ VPN ของคุณเอง

การใช้เซิร์ฟเวอร์ VPN ของคุณเองเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากหากคุณต้องการเข้าถึงคอนเทนต์ทุกชนิดจากพื้นที่ที่ถูกเซนเซอร์ เนื่องจากบริการ VPN เป็นของคุณ คุณจะไม่ได้รับประโยชน์และบริการอื่นๆที่เป็นของผู้ให้บริการ VPN เชิงพาณิชย์ แต่คุณจะมี IP address เฉพาะ ซึ่งไม่ถูกทางการบล็อค อย่างไรก็ตามการสร้าง VPN ด้วยตัวเองนั้นต้องอาศัยเทคนิค และเราไม่นำแนะให้คุณทำหากคุณไม่มีความรู้ทางด้าน IT

  1. ใช้เครือข่าย Tor

Tor ย่อมาจาก The Onion Router ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีเป้าหมายในการทำให้ผู้คนสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้แบบไม่ต้องเปิดเผยตัวตนและพัฒนาเครื่องมือเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ เครือข่าย Tor จะปิดบังตัวตนของคุณด้วยการเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลของคุณผ่านเซิร์ฟเวอร์ Tor ที่มีอยู่ทั่วโลก และทุกๆขั้นตอนก็จะถูกเข้ารหัสและถอดรหัส คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครติดตามคุณได้ คุณสามารใช้ Tor Bridges เพื่อหลบเลี่ยงการบล็อค IP บนปม Tor ส่วนสะพาน Tor  คือตัวส่งสัญญาณ Tor ที่ไม่ได้ถูกบันทึกอยู่ในสารบัญหลักของ Tor เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของคุณจะบล็อคตัวส่งสัญญาณ Tor ทั้งหมด คุณก็ยังสามารถหลบเลี่ยงการเซ็นเซอร์ได้อยู่ดี เนื่องจากการบล็อค Tor Bridge ทุกอันนั้นเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ควรใช้สะพาน Tor เมื่อ Tor แบบธรรมดาไม่สามารถใช้งานได้เท่านั้น

คุณยังสามารถใช้ obfsproxy เพื่อซ่อนการเข้าชมเว็บจาก Deep Packet Inspection (DPI) ซึ่งจะเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานของ Tor ด้วยการเข้ารหัส โดยการใช้โดยใช้การจับมือที่ไม่มีรูปแบบไบต์ที่ระบุได้ และยังมี Pluggable Transport ที่จะแปลงการรับส่งข้อมูลในรูปแบบที่ผู้ตรวจสอบการรับส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้งานกับสะพานจะเห็นว่าเป็นการรับส่งข้อมูลที่ยอมรับได้ แทนที่จะเป็นเส้นการรับส่งข้อมูลของ Tor

  1. เปลี่ยนหมายเลขพอร์ต

มีผู้ให้บริการ VPN หลายรายที่อนุญาตให้คุณเปลี่ยนหมายเลขพอร์ตได้ TCP พอร์ต 80 และ TCP พอร์ต 443 เป็นสองพอร์ตที่นิยมที่สุด

TCP พอร์ต 80

พอร์ตนี้เป็นพอร์ตที่ใช้โดย HTTP ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการรับส่งข้อมูล หากพอร์ตนี้ถูกบล็อค อินเตอร์เน็ตทั้งหมดก็อาจถูกบล็อคได้ ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วพอร์ตนี้จะไม่ค่อยถูกรบกวน อย่างไรก็ตาม เทคนิค DPI จะสามารถทราบได้ไม่ยากว่า VPN กำลังการรับส่งข้อมูลผ่านพอร์ตนี้

TCP พอร์ต 443

พอร์ตนี้เป็นพอร์ตที่ใช้โดย HTTPS และการรับส่งข้อมูลของ VPN บนพอร์ตนี้ก็ถูกส่งผ่านการเข้ารหัส TLS และเนื่องจาก HTTPS จะปกป้องเว็บไซต์ที่มีการความปลอดภัย ดังนั้นเว็บไซต์ธนาคารหรือ e-commerce ก็จะใช้พอร์ตนี้

หากผู้ให้บริการ VPN ของคุณไม่อนุญาตให้คุณเปลี่ยนหมายเลขพอร์ต คุณสามารถเปลี่ยนได้อย่างง่ายๆผ่านการกำหนดค่าไฟล์ OpenVPN (.ovpn) และคุณยังสามารถใช้โปรโตคอล STTP เนื่องจากมันใช้ TCP พอร์ต 443 โดยอัตโนมัติ

  1. ใช้วิธีการ Tunneling

เทคนิค DPI ที่ละเอียดอ่อนบางอย่างสามารถวิเคราะห์ขนาดและระยะเวลาของแพกเก็ตเพื่อตรวจจับวิธีการจับมือของ OpenVPN ถึงแม้ว่ามันจะซ่อนอยู่ภายใต้ HTTPS ก็ตาม วิธีพื้นฐานสองวิธีที่สามารถช่วยให้คุณหลบเลี่ยงการบล็อค VPN ดังกล่าว ได้แก่ SSL Tunneling และ SSH Tunneling

SSL Tunneling

SSL Tunneling หรือที่เรียกอีกอย่างว่า stunnel เป็นโปรแกรมแบบ open-source ที่สร้างอุโมงค์ TLS/SSL ซึ่ง HTTPS ใช้ TLS/SSL ในการเข้ารหัส ดังนั้นการกรองการรับส่งข้อมูลผ่าน VPN จากการรับส่งข้อมูลผ่าน HTTPS ทั่วไปจึงเป็นเรื่องยากถ้า VPN นั้นส่งข้อมูลผ่านอุโมงค์ TLS/SSL เทคนิค DPI ที่ใช้ในการตรวจจับ VPN จะไม่สามารถพบชั้นการเข้ารหัสนี้ได้ ดังนั้นการเข้ารหัสของ OpenVPN จึงไม่ถูกตรวจพบ

SSH Tunneling

ใน SSH ข้อมูล VPN จะถูกเก็บภายใต้ชั้น Secure Shell ซึ่งบัญชี Shell บนระบบ Unix จะถูกเข้าถึงโดยใช้ SSH ถ้ากล่าวด้วยศัพท์เทคนิคคือ SSH tunneling นั้นใช้ PuTTY telnet หรือ SSH PuTTY terminal emulator แบบ open source และฟรี ซึ่งสามารถทำตัวเป็นผู้ใช้งาน SSH ทำให้คุณสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ได้โดยไม่ถูกตรวจพบ

สรุป

ขณะที่กฎหมายใหม่ของรัสเซียที่บล็อค VPN ดูเหมือนว่าจะทำให้ผู้คนไม่สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ได้ แต่ไม่มีทางที่รัฐบาลจะบล็อคการใช้งาน VPN ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพราะเราสามารถหลบเลี่ยงการบล็อค VPN ส่วนใหญ่ได้ด้วยการใช้ VPN ที่จะไม่ถูกตรวจพบ สำหรับเทคนิค Deep Packet Inspection ที่ละเอียดอ่อนนั้น SSH Tunneling, SSL Tunneling, หรือบริการอย่าง obfsproxy ก็จะช่วยให้คุณหลบเลี่ยงการบล็อคนี้ได้ง่ายๆ

หากคุณกำลังมองหา VPN เพื่อใช้งาน ดูที่ VPN ที่ได้รับการแนะนำมากที่สุด

สิ่งนี้มีประโยชน์หรือไม่? ทำการแชร์!
แชร์บน Facebook
Tweet สิ่งนี้
ทำการแชร์ถ้าหากคุณคิดว่า Google ยังไม่รู้จักคุณดีพอ
รอก่อน! Nord ลดราคา VPN ของพวกเขาลง 66%