พวกเราจัดอันดับผู้ให้บริการตามการทดสอบและการค้นคว้าอย่างเข้มงวด แต่ก็จะมีการคำนึงถึงความคิดเห็นของคุณและค่าคอมมิชชั่นจากผู้ให้บริการด้วย ผู้ให้บริการบางรายนั้นจะมีบริษัทแม่แห่งเดียวกันกับพวกเรา
เรียนรู้เพิ่มเติม
vpnMentor ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 เพื่อจุดประสงค์ในการตรวจสอบบริการ VPN และวิจารณ์ด้านความเป็นส่วนตัว ในวันนี้ทีมนักวิจัย นักเขียนและบรรณาธิการด้านความปลอดภัยอินเตอร์เน็ตของเราหลายร้อยคนยังคงช่วยเหลือผู้อ่านต่อสู้เพื่ออิสรภาพทางออนไลน์โดยร่วมมือกับ Kape Technologies PLC ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้: ExpressVPN, CyberGhost, ZenMate, Private Internet Access และ Intego ซึ่งอาจได้รับการวิจารณ์บนเว็บไซต์นี้ บทวิจารณ์ที่เผยแพร่บน vpnMentor เชื่อว่ามีความถูกต้อง ณ วันที่เผยแพร่แต่ละบทความและเขียนขึ้นตามมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวดของเรา ซึ่งจัดลำดับความสำคัญของการตรวจสอบผู้ตรวจสอบอย่างมืออาชีพและซื่อสัตย์ โดยคำนึงถึงความสามารถทางเทคนิคและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ร่วมกับมูลค่าทางการค้าสำหรับผู้ใช้ การจัดอันดับและบทวิจารณ์ที่เราเผยแพร่อาจคำนึงถึงความเป็นเจ้าของร่วมกันกับบริการที่กล่าวถึงข้างต้นและค่าคอมมิชชั่นพันธมิตรที่เราได้รับจากการซื้อผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราไม่ได้ตรวจสอบผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมดและเชื่อว่าข้อมูลที่จะมีความถูกต้อง ณ วันที่เผยแพร่แต่ละบทความ
การเปิดเผยข้อมูลการโฆษณา

vpnMentor ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 เพื่อจุดประสงค์ในการตรวจสอบบริการ VPN และวิจารณ์ด้านความเป็นส่วนตัว ในวันนี้ทีมนักวิจัย นักเขียนและบรรณาธิการด้านความปลอดภัยอินเตอร์เน็ตของเราหลายร้อยคนยังคงช่วยเหลือผู้อ่านต่อสู้เพื่ออิสรภาพทางออนไลน์โดยร่วมมือกับ Kape Technologies PLC ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้: ExpressVPN, CyberGhost, ZenMate, Private Internet Access และ Intego ซึ่งอาจได้รับการวิจารณ์บนเว็บไซต์นี้ บทวิจารณ์ที่เผยแพร่บน vpnMentor เชื่อว่ามีความถูกต้อง ณ วันที่เผยแพร่แต่ละบทความและเขียนขึ้นตามมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวดของเรา ซึ่งจัดลำดับความสำคัญของการตรวจสอบผู้ตรวจสอบอย่างมืออาชีพและซื่อสัตย์ โดยคำนึงถึงความสามารถทางเทคนิคและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ร่วมกับมูลค่าทางการค้าสำหรับผู้ใช้ การจัดอันดับและบทวิจารณ์ที่เราเผยแพร่อาจคำนึงถึงความเป็นเจ้าของร่วมกันกับบริการที่กล่าวถึงข้างต้นและค่าคอมมิชชั่นพันธมิตรที่เราได้รับจากการซื้อผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราไม่ได้ตรวจสอบผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมดและเชื่อว่าข้อมูลที่จะมีความถูกต้อง ณ วันที่เผยแพร่แต่ละบทความ

เครื่องมือสร้างรหัสผ่าน — สร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่ง (ง่ายและรวดเร็ว)

สร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่ง ไม่ซ้ำแบบใคร ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายด้วยการใช้เครื่องมือสร้างรหัสผ่านด้านล่าง คุณสามารถปรับแต่งการตั้งค่าสำหรับรหัสผ่านแต่ละรหัสและเพิ่มคำอธิบายพร้อมกับชื่อผู้ใช้เพื่อให้ติดตามง่ายเวลาส่งออกไฟล์

เพิ่มคำอธิบายและชื่อผู้ใช้

เพิ่มคำอธิบายและชื่อผู้ใช้ให้กับรหัสผ่านแต่ละรหัสเพื่อให้ติดตามง่ายเวลาส่งออกไฟล์ คุณยังมีตัวเลือกที่จะสร้างชื่อผู้ใช้ใหม่ด้วยการใช้การตั้งค่าที่มีให้ได้ด้วย

ปิด เปิด
จำนวนของรหัสผ่าน
รหัสผ่านแข็งแกร่ง รหัสผ่านดี รหัสผ่านทั่วไป รหัสผ่านอ่อนแอ รหัสผ่านไม่ดี ไม่มีรหัสผ่าน

รหัสผ่านของคุณแข็งแกร่ง

รหัสผ่านของคุณดี

รหัสผ่านของคุณทั่วไป

รหัสผ่านของคุณอ่อนแอ

รหัสผ่านของคุณไม่ดี

ความยาว
ชนิดรหัสผ่าน:

เอนโทรปีรหัสผ่านนั้นจะวัดความสุ่มของรหัสผ่าน ซึ่งจะสื่อได้ถึงความแข็งแกร่งของมัน ยิ่งค่าเอนโทรปีมีบิตสูง รหัสผ่านก็ยิ่งแข็งแกร่ง โปรดทราบว่าความยาวรหัสผ่านของคุณอาจเปลี่ยนไปถ้าคุณปรับค่าเอนโทรปี คุณจะสามารถเข้าถึงการตั้งค่านี้ได้เฉพาะในโหมด “ซับซ้อน”

กรอกอีเมลหรือชื่อผู้ใช้หรือสร้างชื่อผู้ใช้ใหม่ด้วยการปรับการตั้งค่าด้านล่างหรือคลิกไอคอน
ความยาว
เพิ่มคำอธิบายเพื่อให้สามารถติดตามง่ายเวลาที่ส่งออกเป็น CSV
เพิ่มรายการใหม่
เครื่องมือนี้จะไม่เก็บรหัสผ่านหรือชื่อผู้ใช้ที่สร้างไว้ และพวกเราก็จะไม่แบ่งปันข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้นให้กับบุคคลที่สาม

วิธีใช้เครื่องมือสร้างรหัสผ่านของ vpnMentor

สร้างรหัสผ่าน

เครื่องมือสร้างรหัสผ่านของเราจะสร้างรหัสผ่านอัตโนมัติโดยที่มันจะมีความซับซ้อน แข็งแกร่ง และจะถูก crack ได้ยาก คุณสามารถคัดลอกรหัสผ่านได้โดยการคลิกไอคอน และนำมันไปวางในที่ ๆ คุณต้องการ

อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถสร้างรหัสผ่านหลายรหัสพร้อมกันได้ด้วยการคลิกไอคอน หรือด้วยการปรับสไลเดอร์จำนวนรหัสผ่าน และส่งออกเป็นไฟล์ CSV หลังจากนั้นคุณจะสามารถนำเข้าไปใช้งานกับเครื่องมือจัดการรหัสผ่าน, spreadsheet และฐานข้อมูลได้

ปรับแต่งรายการ

เครื่องมือของเรามีตัวเลือกการปรับแต่งมากมาย คุณสามารถเปลี่ยนความยาวรหัสผ่าน, เลือกอักขระที่ต้องการ, ยกเว้นอักขระที่ไม่ต้องการ, ปรับค่าเอนโทรปีของรหัสผ่าน และอื่น ๆ อีกมากมาย

คุณสามารถปรับแต่งรหัสผ่านของคุณได้ ด้วยการคลิกไอคอน และทำการปรับการตั้งค่า

จาก การตั้งค่าขั้นสูง คุณจะสามารถเลือกที่จะสร้างรหัสผ่านได้ทั้งแบบจดจำง่ายและแบบซับซ้อน รหัสผ่านที่มีความซับซ้อนนั้นจะประกอบไปด้วยอักขระแบบสุ่มที่มีความหลากหลาย รหัสผ่านที่จดจำง่ายนั้นจะเป็นคำแบบสุ่มที่จำได้ง่าย

เพิ่มคำอธิบายและชื่อผู้ใช้

พวกเราได้ใส่ตัวเลือกในการเพิ่มคำอธิบายและชื่อผู้ใช้สำหรับแต่ละรายการไว้ให้ด้วย ซึ่งมันจะทำให้คุณสามารถติดตามแต่ละรายการเวลาที่ส่งออกและนำเข้าไปยังฐานข้อมูลรหัสผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียงแค่กดปุ่มเปิด เพื่อเพิ่มคำอธิบายและ ชื่อผู้ใช้

คุณสามารถสร้างชื่อผู้ใช้ใหม่ได้ด้วยการคลิกปุ่ม และสามารถใช้การตั้งค่าเพื่อปรับแต่งชื่อผู้ใช้ของคุณได้

รหัสผ่านที่แข็งแกร่งนั้นมีลักษณะอย่างไร?

1. ความยาว

พวกเราเชื่อว่ารหัสผ่านที่แข็งแกร่งนั้นควรมีความยาวอย่างน้อย 16 อักขระ ยิ่งรหัสผ่านยาวมากแค่ไหน มันก็ยิ่งมีความปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น รหัสผ่านที่ยาวกว่านั้นจะถูกคาดเดาได้ยากกว่า ถึงแม้ว่าจะใช้เครื่องมือ crack ขั้นสูงแล้วก็ตาม

2. ความซับซ้อน

รหัสผ่านที่แข็งแกร่งนั้นจะต้องมีการผสมผสานระหว่างตัวพิมพ์เล็ก ตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และอักขระพิเศษ นี่จะเพิ่มจำนวนการผสมผสานที่เป็นไปได้ และทำให้คาดเดาหรือ crack รหัสผ่านได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก คุณสามารถสร้างรหัสผ่านที่จดจำง่ายและมีแต่ตัวพิมพ์เล็กได้เช่นกัน แต่มันจะต้องเป็นการผสมกันของคำแบบสุ่ม และมันจะต้องมีความยาวที่เหมาะสม

3. ไม่ซ้ำใคร

รหัสผ่านแต่ละรหัสนั้นควรจะไม่ซ้ำใคร ควรจะใช้งานกับบัญชีเดียวเท่านั้น การใช้รหัสผ่านซ้ำ ๆ กันหลายบัญชีนั้นจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของการรั่วไหลของข้อมูล เนื่องจากแฮ็กเกอร์จะนำข้อมูลที่เคยรั่วไหลไปแล้วไปใช้กับบัญชีออนไลน์ได้หลายบัญชี

4. อัปเดตเป็นประจำ

การเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำจะเป็นการช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีออนไลน์ของคุณ ระยะเวลาที่แนะนำคือคุณควรจะเปลี่ยนรหัสผ่านทุก ๆ 3-6 เดือน อย่างไรก็ตาม คุณควรจะเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณในทันทีที่เกิดการรั่วไหลหรือคุณตรวจพบกิจกรรมน่าสงสัยบนบัญชีของคุณ

5. เอนโทรปีสูง

รหัสผ่านที่มีเอนโทรปีสูงนั้นจะถูกคาดเดาและถูก crack ได้ยากกว่า เนื่องจากมันจะมีรูปแบบที่เป็นไปได้มากกว่า ทั้งรหัสผ่านแบบซับซ้อน (เช่น DS%ty^dn$u48/*uD) และแบบที่จดจำง่าย (เช่น Packet-Garden-Mountain-Firetruck) ต่างก็สามารถมีคะแนนเอนโทรปีสูงได้เช่นกัน คุณสามารถปรับค่าเอนโทรปีได้จาก การตั้งค่าขั้นสูง ในเครื่องมือของเรา

6. ไม่ใช้คำหรือวลีที่พบเจอบ่อย

หลีกเลี่ยงการใช้คำหรือวลีที่พบเจอได้บ่อย แฮ็กเกอร์มักจะชอบใช้ Dictionary Attacks (การโจมตีด้วยพจนานุกรม) มันคือการที่พวกเขาจะคาดเดารหัสผ่านด้วยการใช้ฐานข้อมูลคำศัพท์หรือวลีที่เจอในพจนานุกรม

7. ไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัว

หลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลส่วนตัวในรหัสผ่านของคุณอย่างเช่น ชื่อ วันเกิด หรือข้อมูลบัตรชำระเงิน บางครั้งแอ็กเกอร์ก็จะมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายก่อนด้วยเพื่อให้คาดเดารหัสผ่านได้แม่นยำยิ่งขึ้น

8. ไม่ใช่อักขระที่เรียงกัน

หลีกเลี่ยงการใช้ตัวอักษรหรือตัวเลขที่เรียงกันอย่างเช่น "abcd" หรือ "1234" ซึ่งจะสามารถถูก crack ได้ง่าย แฮ็กเกอร์มักจะใช้ซอฟต์แวร์ crack รหัสผ่านขั้นสูงและก็มักจะสามารถคาดเดารหัสผ่านที่มีอักขระเรียงกันได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารหัสผ่านของคุณนั้นอ่อนแอ?

ถ้ารหัสผ่านของคุณอ่อนแอ มันก็จะทำให้คุณเปราะบางต่อภัยอันตรายมากมาย นี่เป็นตัวอย่างของเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้น:

  • บัญชีของคุณจะสามารถถูกแฮ็กได้อย่างง่ายดาย รหัสผ่านที่อ่อนแอนั้นจะสามารถถูกคาดเดาและ crack ได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้โปรแกรมเฉพาะ นี่หมายความว่าจะมีคนอื่นที่สามารถเข้าถึงบัญชีของคุณได้โดยที่คุณไม่รู้และไม่ได้ยินยอม
  • ข้อมูลส่วนตัวของคุณอาจถูกขโมยได้ ถ้าแฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงบัญชีของคุณได้ พวกเขาก็อาจจะสามารถขโมยข้อมูลละเอียดอ่อนอย่างเช่นข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัตรเครดิต หรือข้อมูลอื่น ๆ ได้
  • บัญชีของคุณอาจถูกนำไปใช้ทำกิจกรรมที่มุ่งร้าย ถ้าแฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงบัญชีของคุณได้ พวกเขาก็อาจที่จะนำมันไปส่งสแปมหรืออีเมลฟิชชิงให้กับรายชื่อติดต่อของคุณได้ หรือมันอาจจะถูกนำไปใช้ทำกิจกรรมที่มุ่งร้ายอื่น ๆ ซึ่งอาจจะทำให้คุณเสียชื่อเสียงหรือก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ได้
  • คุณอาจสูญเสียสิทธิ์การเข้าถึงบัญชี ถ้าบัญชีของคุณถูกแฮ็กเกอร์เข้าถึงได้ พวกเขาก็อาจจะเปลี่ยนรหัสผ่านและทำให้คุณเองไม่สามารถเข้าถึงบัญชีนั้นได้ด้วย นี่จะทำให้เป็นเรื่องยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะกลับไปเข้าถึงบัญชีนั้นรวมถึงข้อมูลในบัญชีนั้นได้
  • คุณอาจจะต้องสูญเสียเงิน ถ้าแฮ็กเกอร์เข้าถึงบัญชีของคุณได้ พวกเขาก็อาจจะเอาบัตรเครดิตของคุณไปใช้ทำการสั่งซื้อโดยไม่ได้รับอนุญาต

การใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่งและไม่ซ้ำใครนั้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบัญชีออนไลน์ทั้งหมดของคุณเพื่อที่จะช่วยปกป้องคุณจากภัยอันตรายต่าง ๆ เหล่านี้

ในการจะสร้างรหัสผ่านที่ยากต่อการถูก crack มันก็จะต้องมีความยาวที่เหมาะสม (อย่างน้อย 16 อักขระ) และต้องผสมผสานไปด้วยตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ (เช่น Dh%Fs2@£L0*&!1-<) หรือเป็นการรวมกันของคำแบบสุ่ม (เช่น carrot-bowling-hydration-mountain)

คุณควรจะเก็บรหัสผ่านที่สร้างเอาไว้ที่ไหน?

จะดีที่สุดถ้าคุณเก็บรหัสผ่านที่สร้างเอาไว้ในเครื่องมือจัดการรหัสผ่าน — มันเป็นเครื่องมือที่จะเก็บข้อมูลสำหรับใช้ล็อกอินของคุณได้อย่างปลอดภัย เครื่องมือเหล่านี้จะมีการปกป้องข้อมูลของคุณด้วยการเข้ารหัส ดังนั้นคุณจึงสามารถเก็บรหัสผ่านได้อย่างปลอดภัย

หลังจากที่คุณสร้างรหัสผ่านที่มีความแข็งแกร่ง ด้วยเครื่องมือของเราแล้ว คุณจะสามารถส่งออกข้อมูลด้วยการใช้ฟังก์ชัน "ส่งออกเป็น CSV" ได้ หลังจากที่ส่งออกแล้ว คุณก็จะสามารถนำเข้าไฟล์ CSV ไปในเครื่องมือจัดการรหัสผ่านของคุณได้ หลังจากที่นำเข้าแล้ว คุณก็ควรที่จะลบไฟล์ CSV นั้นออกจากระบบเป็นการถาวร

นี่เป็นเหตุผลบางประการว่าทำไมคุณถึงควรจะเลือกใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่าน:

  • ความสะดวก เครื่องมือจัดการรหัสผ่านจะทำให้คุณต้องจำรหัสผ่านหลักแค่รหัสเดียว และเครื่องมือจัดการรหัสผ่านก็จะช่วยกรอกรหัสผ่านสำหรับล็อกอินให้คุณโดยอัตโนมัติเวลาที่คุณเข้าเว็บไซต์หรือแอปต่าง ๆ
  • ความปลอดภัย เครื่องมือจัดการรหัสผ่านนั้นมีการใช้งานการเข้ารหัสเพื่อปกป้องข้อมูลล็อกอินของคุณ และมันก็มักจะมีฟีเจอร์ความปลอดภัยเสริมอื่น ๆ อย่างเช่นระบบยืนยันตัวตนสองชั้นอีกด้วย นี่หมายความว่าถ้าคนอื่นไม่ได้รหัสผ่านหลักของคุณไป (คุณไม่ควรแชร์รหัสผ่านหลักกับใครทั้งสิ้น) รวมถึงพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงระบบยืนยันตัวตนสองชั้นของคุณได้ พวกเขาก็จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลล็อกอินอื่น ๆ ที่คุณเก็บเอาไว้ได้
  • รองรับหลายอุปกรณ์ เครื่องมือจัดการรหัสผ่านส่วนใหญ่นั้นจะซิงค์ข้อมูลล็อกอินของคุณได้หลายอุปกรณ์ ดังนั้นคุณก็จะสามารถเข้าถึงรหัสผ่านของคุณได้จากคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และแท็บเล็ตหลายเครื่อง
  • เก็บข้อมูลส่วนตัว คุณสามารถเก็บข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย อย่างเช่นข้อมูลบัตรชำระเงินและข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ อย่างเช่นที่อยู่บ้านและเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งก็เป็นข้อมูลที่สามารถนำไปกรอกอัตโนมัติใส่แบบฟอร์มบนเว็บได้เช่นกัน

คุณควรจะหลีกเลี่ยงการเก็บรหัสผ่านไว้ในบางที่ อย่างเช่นการเขียนรหัสผ่านไว้ในกระดาษหรือสมุดจด ในไฟล์ที่ไม่ได้เข้ารหัสบนคอมพิวเตอร์ ในอีเมล ในเบราว์เซอร์ และก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านเดียวกันซ้ำ ๆ สำหรับทุกบัญชีด้วย วิธีการเก็บรหัสผ่านแบบนี้นั้นไม่ปลอดภัย และก็จะทำให้บัญชีออนไลน์ของคุณนั้นเปราะบางต่อการถูกแฮ็ก รวมถึงภัยอันตรายแบบอื่น ๆ

สรุปโดยรวมแล้ว เครื่องมือจัดการรหัสผ่านนั้นมีความสะดวกที่สุด ปลอดภัยที่สุด และเป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่ายที่สุดสำหรับเก็บรหัสผ่านที่คุณสร้างขึ้นมา มันเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใช้เก็บบัญชีออนไลน์ของคุณเอาไว้อย่างปลอดภัยโดยที่ไม่ต้องคอยมาจำรหัสผ่านสำหรับล็อกอินทุกรหัส

 

คำถามพบบ่อย

เครื่องมือสร้างรหัสผ่านคืออะไร?

เครื่องมือสร้างรหัสผ่านนั้นเป็นเครื่องมือที่จะสร้างรหัสผ่านซึ่งมีความแข็งแกร่ง ไม่ซ้ำใครโดยอัตโนมัติ รหัสผ่านเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อให้มีความแข็งแกร่งและยากต่อการคาดเดา และมันจะประกอบไปด้วยตัวอักษร ตัวเลข และอักขระพิเศษ

เครื่องมือสร้างรหัสผ่านบางรายนั้นจะมีตัวเลือกสำหรับการปรับแต่ง อย่างเช่นความสามารถในการระบุความยาวรหัสผ่านหรือประเภทของอักขระที่ต้องการให้มีในรหัสผ่าน

คุณจะสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งได้อย่างไร?

ในการจะสร้างรหัสผ่านที่มีความแข็งแกร่ง คุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันมีความยาวอย่างน้อย 16 อักขระ และต้องมีอักขระที่หลากหลาย (ตัวพิมพ์เล็ก ตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และอักขระพิเศษ) นอกจากนี้คุณควรจะหลีกเลี่ยงการใช้คำหรือวลีง่าย ๆ — โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำและชื่อในพจนานุกรม — รวมถึงรหัสผ่านที่เคยรั่วไหลไปแล้วด้วย

การใช้เครื่องมือสร้างรหัสผ่านนั้นจะเป็นวิธีที่เร็วที่สุดและง่ายที่สุดในการสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่ง

มีเครื่องมือสร้างรหัสผ่านที่สร้างรหัสผ่านแบบจำง่ายบ้างหรือไม่?

เครื่องมือสร้างรหัสผ่านบางรายนั้นจะมีตัวเลือกให้สร้าง passphrase แบบจำง่าย มันจะเป็นการสุ่มคำที่จำได้ง่ายแต่รวมกันหลายคำ เช่น HockeyWaterPhotogenicTelephone ถึงแม้ว่ารหัสแบบนี้จะจำง่ายแต่มันก็มีค่าเอนโทรปีสูง (เป็นค่าที่เอาไว้วัดความสุ่มหรือความยากต่อการคาดเดาของรหัสผ่าน) ซึ่งก็จะทำให้แฮ็กเกอร์คาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม passphrase นั้นควรจะมีความยาวที่เหมาะสมด้วย พวกเราแนะนำอย่างน้อย 16 อักขระหรือสูงกว่า

รหัสผ่านของฉันอ่อนแอหรือไม่?

ถ้ารหัสผ่านของคุณสั้น เดาง่าย และใช้ซ้ำ มันก็ถือว่าเป็นรหัสผ่านที่มีความอ่อนแอ

นอกจากนี้ถ้ารหัสผ่านของคุณมีข้อมูลที่คาดเดาได้ง่าย อย่างเช่นชื่อ วันเกิด หรือคำที่พบบ่อย แฮ็กเกอร์ก็จะมีโอกาส crack รหัสผ่านของคุณได้มากยิ่งขึ้น

นี่เป็นเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยในการตัดสินว่ารหัสผ่านของคุณนั้นอ่อนแอหรือแข็งแกร่ง

  • ความยาวรหัสผ่าน รหัสผ่านของคุณยาวอย่างน้อย 16 อักขระหรือไม่?
  • ความซับซ้อนของรหัสผ่าน รหัสผ่านของคุณนั้นมีอักขระที่หลากหลายหรือไม่ อย่างเช่นตัวพิมพ์เล็ก ตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และอักขระพิเศษ
    ไม่ซ้ำกัน คุณใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันสำหรับบัญชีทั้งหมดของคุณหรือไม่?
  • อายุรหัสผ่าน รหัสผ่านของคุณมีอายุเท่าไรแล้ว? คุณมีการเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำหรือไม่?
  • พื้นที่จัดเก็บ คุณเก็บข้อมูลล็อกอินเอาไว้อย่างปลอดภัยด้วยการใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่านหรือไม่?
  • การรั่วไหล รหัสผ่านของคุณเคยไปปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลการล็อกอินที่รั่วไหลหรือไม่?

การใช้เครื่องมือสร้างรหัสผ่านนั้นเป็นวิธีการที่เร็วที่สุดและง่ายที่สุดในการสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งสำหรับบัญชีออนไลน์ทั้งหมดของคุณ

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณยังไม่มั่นใจว่ารหัสผ่านของคุณนั้นอ่อนแอหรือเคยรั่วไหลหรือไม่ คุณควรจะใช้เครื่องมือตรวจสอบความแข็งแกร่งของรหัสผ่านดู