NordVPN รีวิวจากผู้เชี่ยวชาญ

ความจริงใจและความโปร่งใสคือหัวใจหลักของ vpnMentor บริษัท VPN ไม่สามารถจ่ายเงินเราเพื่อให้ทำการเปลี่ยนแปลงหรือลบรีวิวได้ เมื่อผู้อ่านเลือกที่จะซื้อบริการ vpn แล้ว ในบางครั้งเราจะได้รับเงินค่าคอมมิชชั่นที่สนับสนุนการทำงานของเรา นี่คือ คำอธิบายในสิ่งที่เราทำ และวิธีการสนับสนุนงานของเรา

NordVPN เป็น VPN ที่มีสิ่งที่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เกือบทั้งหมดซึ่งไม่เหมือนกับ VPN พรีเมี่ยมรายอื่น ๆ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะเพื่อที่จะได้ความเร็วในระดับสูงและความปลอดภัย NordVPN มีการดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายของปานามาโดยมีเครือข่าย 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเทศ เซิฟเวอร์ VPN ของพวกเขาสามารถรองรับการตั้งค่าสำหรับการเ...

NordVPN รีวิวจากผู้ใช้งาน
4.7
img
Suwara
  •  5
VPN ที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสม

NordVPN เป็นตัวเลือกที่ดีในทุก ๆ ด้าน ถ้าหากคุณต้องการดู Netflix นี่เป็นหนึ่งในบริการเพียงไม่กี่ที่ที่สามารถปลดบล็อค Netflix และ Hulu ได้ ถ้าหากคุณต้องการรักษาความเป็นส่วนตัวของคุณ นี่เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่ไม่มีการบันทึกการใช้งานของลูกค้าและยังมีราคาที่เหมาะสม มีเพียงอย่างเดียวที่พวกเขาสามารถปรับปรุงได้ในตอนนี้คือเรื่องความเร็ว เนื่องจากในปัจจุบันพวกเขาได้ใช้การเข้ารหัสในระดับที่สูงมาก ข้อดีนี้ก็มีข้อเสียตามมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามมันก็ยังเร็วพอสำหรับการรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งได้แบบไม่ต้องทำการบัฟเฟอร์ เราคิดว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว


ดูแพลน ตอบกลับรีวิวนี้
img
โจ
  •  5
ดีที่สุดในกลุ่ม

นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่เจ้าที่สามารถใช้งานได้กับ Netflix มีพร็อกซี่ SOCKS5 และการเข้ารหัสที่ยอดเยี่ยม


ดูแพลน ตอบกลับรีวิวนี้
img
โจ
  •  5
VPN ที่เป็นผู้นำ

นี่เป็น VPN ที่ดี มีการเข้ารหัสที่แข็งแกร่ง มีฟีเจอร์สมากมายและสามารถใช้ไดักับ BBC และ Netflix


ดูแพลน ตอบกลับรีวิวนี้

ฟีเจอร์ส รายละเอียด
จำนวนตำแหน่งของเซิฟเวอร์ (ประเทศ) 57
จำนวนเซิฟเวอร์ 750
จำนวน IP Address 800
VPN มีการบันทึกการใช้งานหรือไม่ ไม่
รวม Kill Switch ใช่
อุปกรณ์ต่อหนึ่งใบอนุญาต 6
วิธีการใช้งาน NordVPN 5.0 / 5.0

การติดตั้ง

มีหลายวิธีในการเชื่อมต่อ; บางวิธีเรียบง่าย บางวิธีต้องใช้ทักษะทางด้านเทคนิคที่ค่อนข้างสูง

NordVPN มีฟีเจอร์สพื้นฐานทั้งหมดเหมือนกับของคู่แข่งบวกกับการที่ NordVPN มีคุณภาพของการให้บริการที่ค่อนข้างสูง

เราวางแผนที่จะทดสอบ NordVPN ในด้านที่มีการใช้งานมากที่สุด

คุณสามารถมีแอพพลิเคชั่นสำหรับ Windows, Mac OS X, Android, และ iOS ได้ ส่วนระบบปฏิบัติการอื่น ๆ จะไม่สามารถใช้งานได้แต่จะต้องมีการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นบางอย่าง เว็บไซต์ของ NordVPN จะนำคุณไปทีละขั้นตอนและแสดงวิธีการตั้งค่าการเชื่อมต่อไปยังระบบอื่น ๆ

ถ้าหากคุณสมัครเป็นสมาชิกแบบมาตรฐาน คุณอาจต้องการความช่วยเหลือเนื่องจากคำแนะนำบนเว็บไซต์อื่น ๆ นั้นค่อนข้างล้าหลัง

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณมีโทรศัพท์ Windows หรือเครื่องเกมส์ คุณจะสามารถใช้งาน NordVPN หรือใช้บริการบนเราท์เตอร์บางตัวได้เช่นกัน

ถ้าหากคุณต้องการการตั้งค่าที่ค่อนข้างซับซ้อนและเป็นไปตามที่คุณต้องการ คุณจะต้องใช้ทักษะทางด้านเทคนิค

ตามที่ได้เคยกล่วไปแล้วว่าผู้ให้บริการ VPN ต้องคอยตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกค้าของตัวเองสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้และยังจะต้องมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย

อย่างไรก็ตามเซิฟเวอร์ของ NordVPN จะสามารถถูกเข้าถึงได้ด้วยโปรโตคอลทั่วไปในตลาด (OpenVPN, PPTP and IPSec) ซึ่งจะไม่เหมือนกับผู้ให้บริการส่วนใหญ่

มีโปรโตคอลที่สามารถปกป้องได้ดีกว่า เช่น openVPN ส่วนโปรโตคอลอื่น ๆ เช่น PPTP จะสามารถปกป้องได้ในระดับพื้นฐานเท่านั้น

ถ้าหากคุณดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นคุณอาจไม่มีตัวเลือกอื่น โดยจะขึ้นอยู่กับประเภทของสิ่งที่คุณต้องการเข้าถึง

เราใช้เครื่อง PC ที่มี Windows 10 และสมาร์ทโฟน Android ดังนั้นเราจึงสามารถทำการทดสอบได้ด้วยอุปกรณ์ทั้งสองชนิดนี้

เราได้ทดลองทำการเชื่อมต่อกับ PPTP และ L2TP ซึ่งเป็นที่ปรากฏได้เห็นอย่างเด่นชัด เราจะไม่ยืนยันเนื่องจากในภาพรวมพวกเขายังทำได้ไม่ค่อยดี

สิ่งที่เราต้องการทดสอบคือความง่ายในการตั้งค่าแอพพลิเคชั่นของพวกเขา

สำหรับเครื่อง PC เราได้ไปที่เว็บไซต์ของ NordVPN เลือกที่แท็บเครื่องมือแล้วทำการดาวน์โหลด คลิกที่ไอคอน Windows การดาวน์โหลดจะเริ่มต้นขึ้นและในช่วงท้ายเราก็ได้ทำการติดตั้งแอพพลิเคชั่น

หลังจากที่ได้เริ่มต้นแล้ว เราจะต้องกรอกชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านเพื่อทำการเชื่อมต่อ แล้วเราก็พร้อมสำหรับการเริ่มต้นแล้ว

สำหรับเครื่อง Android ขั้นตอนเหล่านี้แทบจะเหมือนกัน เว้นแต่เราต้องทำการค้นหา NordVPN ที่ PLAY STORE

การดำเนินการ

เราได้ใช้แอพพลิเคชั่นของเครื่อง PC มากกว่าแอพพลิเคชั่น Android ดังนั้นเราจึงเน้นไปที่เครื่อง PC เป็นส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตามแอพพลิเคชั่น Android จะทำงานคล้าย ๆ กับแอพพลิเคชั่นบนเครื่อง PC ดังนั้นความคิดเห็นที่เราใส่ลงไปจะสอดคล้องกับแพลทฟอร์มอื่น ๆ เช่นกัน

ตัวแอพพลิเคชั่นนี้เรียบง่ายและสำหรับเราแล้วแอพพลิเคชั่นนี้ง่ายจนเกินไป อย่างไรก็ตามการใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้จะไม่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

คำอธิบาย:

ตามที่เราได้กล่าวไป NordVPN ให้บริการเซิฟเวอร์มาตรฐานแบบมีข้อจำกัดในการใช้งานซึ่งจะถูกใช้สำหรับเปิดเว็บไซต์และรับชมโปรแกรมสตรีมมิ่งต่าง ๆ (ไม่มีที่อื่นใดที่มีคำอธิบายเกี่ยวกับการใช้งานเซิฟเวอร์มาตรฐาน) และเซิฟเวอร์พิเศษ

ถ้าหากคุณต้องการใช้งาน peer-to-peer (เช่น การดาวน์โหลด torrents) และต้องการรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งความเร็วสูงได้แบบไม่มีสะดุด, มี IP ที่น่าเชื่อถือ, มี Tor, มีการป้องกัน DDOS, สามารถเข้าใช้งาน Netflix USA ได้, หรือมี VPN แบบสองชั้น เราขอแนะนำให้คุณเลือกเซิฟเวอร์พิเศษซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานในด้านเหล่านี้โดยเฉพาะ

คุณจะไม่สามารถทำการเชื่อมต่อไปที่เซิฟเวอร์มาตรฐานเพื่อทำการดาวน์โหลด torrent ได้ NordVPN จะตรวจพบและคุณจะไม่สามารถกระทำได้

ในช่วงการเชื่อมต่อ NordVPN จะแสดงลิสต์ของประเทศให้คุณเลือก เมื่อคุณคลิกไปที่ชื่อประเทศระบบจะทำการเชื่อมต่อไปยังเซิฟเวอร์มาตรฐานของประเทศนั้น

มันดูเหมือนไม่มีอะไรยุ่งยากแต่ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนเนื่องจากเราไม่เคยเชื่อมต่อไปยังเซิฟเวอร์ปกติ (เราได้ทำการดาวน์โหลดด้วย) และเราต้องการเลือกเซิฟเวอร์ที่มีความรวดเร็วที่สามารถใช้งาน peer to peer ได้

ถ้าหากคุณต้องการเชื่อมต่อไปยังเซิฟเวอร์พิเศษ ให้เลือกที่แท็บ "server" ซึ่งจะให้คุณได้เลือกเซิฟเวอร์ที่คุณต้องการได้

Nordvpn_screenshot_vpnmentor

แท็บที่สองจะให้คุณสามารถเลือกการเชื่อมต่อได้อย่างแม่นยำ แต่ตัวเลือกนี้ก็ไม่ใช่ตัวเลือกเริ่มต้นและก็ไม่มีคู่มือการใช้งาน!

Nordvpn_screenshot_vpnmentor2

ในโหมด " Server" เมื่อคุณนำเม้าส์ไปวางไว้เหนือเซิฟเวอร์ในลิสต์ คุณจะเห็นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเซิฟเวอร์นั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณต้องการดาวน์โหลด torrents คุณจะต้องเลือกเซิฟเวอร์ที่แสดงเป็น P2P

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีการอธิบายไว้ในที่ใด ๆ

เราเชื่อมั่นว่าผู้ใช้งานต้องการคู่มือการใช้งานแต่เราก็ไม่พบคู่มือนี้เลย และคำแนะนำในการตั้งค่าก็ควรจะได้รับการปรับปรุง

NordVPN ได้ชูจุดเด่นในด้านความเรียบง่าย แต่จากความคิดเห็นของเรา ความเรียบง่ายไม่ใช่จุดที่แข็งที่สุดสำหรับพวกเขา เราจะพูดเกี่ยวกับสิ่งนี้อีกครั้งหนึ่งในภายหลัง

ดาวน์โหลดในตอนนี้

ราคา 5.0 / 5.0
Best Offer
$ 5.75/เดือน
Standard
$ 7.00/เดือน
Simple
$ 11.95/เดือน

เปรียบเทียบกับ คู่แข่ง ราคามีความสมเหตุสมผล

เรารู้สึกชื่นชมที่พวกเขาไม่มีแพลนแบบที่มีส่วนลดแต่มีฟีเจอร์สที่จำกัด เช่น มีการจำกัดปริมาณข้อมล ไม่ว่าคุณจะเลือกแพลนแบบใดคุณจะได้รับบริการในแบบเดียวกัน

คุณจะได้รับการรับประกันความพึงพอใจเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งเพียงพอสำหรับการวัดคุณภาพของการให้บริการและได้ทดสอบว่าพวกเขาสามารถปลดบล็อคการจำกัดการให้บริการในบางพื้นที่ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามคุณจะได้รับการต่ออายุความเป็นสมาชิกโดยอัตโนมัติถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการเขียนสิ่งนี้ไว้บนเว็บไซต์อย่างชัดเจนก็ตาม การตั้งค่าบนบัญชีของคุณจะไม่สามารถบอกได้ว่าการต่ออายุสมาชิกแบบอัตโนมัตินี้ถูกเปิดไว้หรือไม่และคุณจะไม่สามารถหยุดมันได้ด้วยตัวคุณเอง คุณจะต้องโทรไปขอความช่วยเหลือและตรวจสอบรายการเดินบัญชีธนาคารของคุณ

ถ้าหากผู้ให้บริการ VPN ต้องการมีระบบการต่ออายุบริการแบบอัตโนมัติ พวกเขาก็สามารถทำได้แต่ต้องมีการแสดงไว้เป็นตัวเลือกให้กับผู้ใช้งาน และไม่ใช่เป็นตัวเลือกเริ่มต้นให้ผู้ใช้งานต้องไปเอาออก นโยบายเช่นนี้ (ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ที่ NordVPN) ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าพวกเขาต้องการหลอกและโกงเรา เราไม่ชอบสิ่งนี้เลย

ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือเราได้บอกกับเราว่าสิ่งนี้จะได้รับการแก้ไข เมื่อสิ่งนี้ได้รับการแก้ไขแล้วคุณจะได้ยินประกาศจากพวกเขา.

NordVpn เป็นหนึ่งในบริการ VPN ที่มีความคุ้มค่าที่สุดและคุณสามารถกล่าวได้ว่าพวกเขามี "บริการ VPN ที่ปลอดภัยที่สุด"

ความเสถียร & การช่วยเหลือ 4.9 / 5.0

เราได้รับการช่วยเหลือจากคนเดิม ๆ มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว เราไม่แน่ใจว่าเขาทำงานกี่ชั่วโมงต่อวัน

การช่วยเหลือนี้มีตลอด 24/7 และทักษะของผู้ที่ให้การช่วยเหลืออยู่ในระดับที่สูงกว่าที่เราได้พบโดยทั่ว ๆ ไป

เรารู้สึกพึงพอใจกับการช่วยเหลือที่ได้รับ

สิ่งที่สำคัญที่สุด
จอห์น โนริส
(บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยีและ vpn จากซานฟรานซิสโก)

ในการสร้างและรักษาเครือข่ายเช่นนี้จะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากกว่าที่เราสามารถทำได้ งานของเราคือการดูว่ามันทำงานอย่างไรและเขียนความเห็นลงไป ดังนั้นสำหรับ NordVPN จะเป็นดังนี้:

- บริการมีความจริงจัง

- เสถียรเพียงพอ

- ติดตั้งแอพพลิเคชั่นได้ง่าย

- มีการปกป้องที่ดี

- มีการช่วยเหลือที่ดี

- อัตราค่าบริการน่าสนใจ

พวกเขาจะให้บริการคุณได้เป็นอย่างดีถ้าหากคุณกำลังอยู่ในประเทศที่ไม่ค่อยเคารพในสิทธิ์ส่วนบุคคลเนื่องจากการเข้ารหัสแบบ 2048-bit จะไม่สามารถถูกถอดรหัสได้ง่าย

ข้อเสียประกอบด้วย:

- ยากในการใช้งานกว่าที่คาดไว้

- ควรมีการปรับปรุงฟังก์ชั่นการใช้งาน

- มี bug อยู่

ดังนั้นถ้าหากคุณกำลังมองหา VPN ที่คุ้มค่า NordVPN อาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ

4.9 / 5.0
รีวิวละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญ
จอห์น โนริส
(บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยีและ vpn จากซานฟรานซิสโก)

NordVPN เป็น VPN ที่มีสิ่งที่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เกือบทั้งหมดซึ่งไม่เหมือนกับ VPN พรีเมี่ยมรายอื่น ๆ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะเพื่อที่จะได้ความเร็วในระดับสูงและความปลอดภัย NordVPN มีการดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายของปานามาโดยมีเครือข่าย 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเทศ เซิฟเวอร์ VPN ของพวกเขาสามารถรองรับการตั้งค่าสำหรับการเข้ารหัสและการใช้งานต่าง ๆ ได้หลากหลายแบบ เช่น การแชร์ไฟล์และการสตรีมมิ่งสื่อ พวกเขายังมีการเชื่อมต่อ VPN แบบปกติที่มีการเข้ารหัสที่แน่นหนา เช่น 2048 bit SSL สำหรับโปรโตคอล OpenVPN หรือ AES-256 bit สำหรับโปรโตคอล L2TP ถ้าหากคุณต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้น คุณสามารถทำการเชื่อมต่อไปยังเซิฟเวอร์ Double VPN ของพวกเขาซึ่งทราฟฟิกจะถูกเชื่อมโยงผ่านเซิฟเวอร์ 2 ตัว และได้รับการเข้ารหัสสองชั้นด้วยการเข้ารหัสแบบ AES-256-CBC นอกจากนี้เซิฟเวอร์ของพวกเขายังสามารถรองรับโปรโตคอล OpenVPN, PPTP, L2TP กับ IPSec ได้อีกด้วย และคุณสามารถทำการเชื่อมต่อได้ 6 เครื่องพร้อมกัน

กาปกป้อง

NordVPN ให้สัญญาว่าจะไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งานใด ๆ, มีการเข้ารหัสการเชื่อมต่อในระดับ 2096 bits, มีเซิฟเวอร์ DNS เป็นของพวกเขาเองเพื่อปกป้องการรั่วไหล, และมีการใช้ "kill switch" เพื่อหยุดแอพพลิเคชั่นในกรณีที่การเชื่อมต่อขาดหาย

Nordvpn_protection

พวกเขายังมีเซิฟเวอร์บางตัวที่มี VPN แบบดับเบิ้ล

เกี่ยวกับนโยบายที่ไม่มีการบันทึกการใช้งานนั้น เราคงต้องเชื่อพวกเขาเนื่องจากถึงแม้ว่าตัวแทนผู้ให้บริการจะให้เหตุผลที่ดีแต่เราก็ยังไม่สามารถหาทางตรวจสอบได้ และนี่ก็เป็นปัญหาสำหรับผู้ให้บริการ VPN อื่นเช่นกัน เรารู้แต่ "ผู้ที่ไม่หวังดี" ซึ่งเราจับได้ด้วยข้อมูลที่มีการบันทึกไว้

เช่นเดียวกับการเข้ารหัสการเชื่อมต่อแบ 2096 bits ในการที่จะสามารถตรวจสอบสิ่งนี้ได้นั้น เราจะต้องไปดูที่การแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนคีย์ซึ่งจะต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะทำได้สำหรับบทความนี้

เช่นเดียวกับ VPN แบบดับเบิ้ล เนื่องจากพวกเขาจะต้องให้เราสามารถเข้าไปถึงการตั้งค่าของเซิฟเวอร์ของพวกเขา

อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณ เครื่องมือที่เป็นประโยชน์นี้ที่จะแสดงข้อมูลทั้งหมดของคุณที่รั่วไหลออกไป เราสามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเราได้ถูกซ่อนเป็นอย่างดีและยังไม่มีการรั่วของ DNS

เรายังได้พบอีกว่าปุ่ม "kill switch" นั้นสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี

เราจึงสามารถเชื่อได้ว่า NordVPN นั้นให้การปกป้องได้อย่างดีเยี่ยมและนี่เป็นคุณสมบัติเด่นที่สำคัญของ VPN

NordVPN มีการปกป้องที่ยอดเยี่ยม โดยมีการเข้ารหัสแบบ 2096 bit ซึ่งมีซับซ้อนต่อการถอดรหัสเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ในปี 2010 นักวิจัยสามารถถอดรหัสคีย์ 768-bit ได้และมีการใช้เวลานานมาก (ด้วย INRIA เครื่องคำนวณจากสถาบันวิจัยของฝรั่งเศสที่เทียบเท่ากับ 425 quad-core PC เป็นเวลาหนึ่งปี)

มีการคาดการณ์ไว้ว่าการเข้ารหัสแบบ 2096 bit จะไม่สามารถถูกถอดรหัสด้วยวิธีการ brute force ได้ก่อนปี 2030 อย่างไรก็ตามในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ซึ่งในที่สุดแล้วจะสามารถถอดรหัสได้ทุกสิ่ง แต่ในปัจจุบันสิ่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและความซับซ้อนของมันอยู่เหนือความสามารถในการทำความเข้าใจของเรา

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ จากที่เราได้ค้นคว้ามาเราพบว่ามันยังอีกไกลกว่าจะสามารถทำงานได้ ประเทศจีนได้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงและได้ประกาศว่าพวกเขาได้เริ่มต้นใช้งานการสื่อสารผ่านทางดาวเทียมแบบควอนตัมแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังมีเป้าหมายสำหรับปี 2030 อีกด้วย

ความพยายามในการเข้ารหัสจะต้องขึ้นอยู่กับมูลค่าของข้อมูลที่เราจะต้องปกป้องและ NSA ก็ยังไม่ได้เปิดเผยถึงความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา แต่โดยส่วนตัวแล้วเรารู้สึกได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสแบบ 256-bit เนื่องจากการความพยายามเจาะรหัสข้อมูลของเราจะไม่คุ้มค่ากับความลับที่เราได้เก็บไว้

แล้วอะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่แท้จริงสำหรับ dual 2096 VPN bits นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว? โดยส่วนตัวเราไม่เห็นเป็นอย่างอื่น

คุณอาจคิดว่าถ้าหากมันสามารถทำอะไรได้มากขึ้นแล้วมันก็คงจะสามารถทำอะไรได้น้อยลงเช่นกัน สิ่งนี้อาจเป็นจริงได้ถ้าหากไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับความเร็ว อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เช่นนั้น!

ยิ่งการเข้ารหัสมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของความเร็วที่ได้ยิ่งจะลดลงมากเท่านั้น สำหรับ double-VPN ความเร็วจะลดลงสู่ระดับกว่าที่สามารถยอมรับได้

ทุกอย่างย่อมมีความเกี่ยวข้องกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้พัฒนาระบบการสื่อสารความถี่ต่ำมากสำหรับช่วงส่งผ่านข้อมูลการปฏิบัติไปให้กับเรือดำน้ำโดยไม่ต้องให้เรือดำน้ำขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ การสื่อสารนี้ช้ามากโดยใช้เวลาหลายนาทีสำหรับการส่งข้อความที่มีขนาดเดียวกับข้อความบนเครื่องโทรศัพท์ แต่มันก็สามารถตอบโจทย์ของพวกเขาได้เนื่องจากพวกเขาต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรือดำน้ำถูกตรวจจับได้

เราไม่ใช่สายลับ เราไม่ได้เป็นอาชญากรหรือผู้ก่อการร้าย เราไม่ได้อยู่ในประเทศที่จับผู้คนขังคุกจากการแสดงความคิดเห็น เราต้องการเพียงแค่ปกป้องข้อมูลส่วนตัว และการเข้ารหัสแบบ 256-bit (OpenVPN) ก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา ผู้ใช้งานแต่ละคนควรประเมินระดับของการเข้ารหัสที่ตัวเองต้องการจริง ๆ

คุณภาพของการปกป้องคือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ NordVPN มันช่วยปกป้องเราได้มากกว่าความต้องการของเรา

 

ความเร็ว

การทดสอบความเร็วเกือบทั้งหมดของเรานั้นเราได้ใช้เว็บไซต์ Speedtest จาก Ookla เป็นตัวทดสอบ เว็บไซต์นี้มีความจริงจังมากแต่เราก็ไม่สามารถละเลยความพยายามบางอย่างที่ผู้ให้บริการ VPN บางรายมีโดยการเพิ่มความสำคัญให้เมื่อพบว่ากำลังมีการวัดความเร็วอยู่

เราไม่ได้บอกว่าผู้ให้บริการ VPN กำลังโกง แต่ในความเห็นของเราแล้วพวกเขาอาจจะพยายามทำอยู่ก็เป็นได้ นี่คือเหตุผลที่เราเพิ่มการทดสอบที่มีความแม่นยำน้อยกว่าที่ตรงกับความต้องการของเรา

สำหรับตอนนี้เราจะเน้นไปที่ Speedtest

เรามีการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างดี เราใช้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบใยแก้วนำแสง ความเร็วในการดาวน์โหลดของเรา (แบบไม่มี VPN) คือ 520 Mb ต่อวินาที, ความเร็วในการอัพโหลด 240 Mb, และ ping 7 ms ผลการทดสอบเหล่านี้มีความเสถียรและรับรองโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของเรา

Nordvpn_speed01

การเชื่อมต่อโดยไม่ใช้ VPN

สิ่งนี้อยู่เหนือระดับความเป็นไปได้ของ VPN ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันเป็นอย่างมาก เราคาดว่าแพลทฟอร์มทดสอบของเราไม่ได้บิดเบือนผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพในการเชื่อมต่อของเรา เราคาดหวังที่จะวัดได้ 100 Mb / s สำหรับความเร็ว VPN และ pings ที่ประมาณ 20 ms เมื่อเซิฟเวอร์อยู่ใกล้ นี่คือสิ่งที่เราได้พบสำหรับคู่แข่งของ NordVPN

เราได้ทำการวัดความเร็วของเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดของ NordVPN ซึ่งสามารถทำ P2P ได้ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่เราวัดได้นั้นต่ำกว่าที่เราคาดหวังเอาไว้มาก:

Nordvpn_speed02

Germany server 41

Nordvpn_speed03

Germany server 35

NL_server

Nederlands Server 14

รางวัลตกเป็นของ double VPN:

Nordvpn_speed04

เราคิดว่า NordVPN ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้จนกระทั่งเราได้ทำการทดสอบใหม่ในวันเสาร์ช่วงเช้า ผลที่เราวัดได้นั้นแตกต่างจากของเดิมเป็นอย่างมาก :

Nordvpn_speed05

German server 35

เราคาดว่าความแตกต่างของผลลัพธ์จากการวัดเหล่านี้เป็นเพราะเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่ได้เป็นแบบ dedicated ดังนั้นแบนด์วิธของพวกเขาจึงไม่ได้รับการรับประกันว่าจะเป็นนั้นตามสัญญา (สัญญาประเภทนี้มีราคาที่แพงกว่า)

เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอนเราได้ทำการทดสอบความเร็วเพิ่มเติม: ทดสอบว่าเราจะสามารถอัพโหลดไฟล์ torrents ได้ขนาดเท่าใดด้วย NordVPN ภายในเวลา 24 ชั่วโมง และจะใช้เวลาเท่าใดในการดาวน์โหลด torrent หนึ่ง ๆ (เหมือนเดิมทุกครั้ง)

การทดสอบเพิ่มเติมนี้ยังคงเป็นที่สงสัยอยู่เนื่องจากระบบการแลกเปลี่ยน torrents จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน: ถ้าหากไม่มีใครต้องการ torrents ที่เราได้แชร์ไป เราจะมีระบบที่รวดเร็วมากและขนาดของไฟล์ที่ได้อัพโหลดจะเป็นศูนย์ ในลักษณะคล้าย ๆ กัน ถ้าหากเซิฟเวอร์ที่รวดเร็วที่สุดไม่ได้มีไว้เพื่อแชร์ไฟล์ torrents ที่เราต้องการดาวน์โหลด เราจะมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมากแต่การส่งผ่านข้อมูลจะใช้ระยะเวลานาน

ดังนั้นถ้าหากเราต้องการวัดปริมาณการอัพโหลดในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ปริมาณของข้อมูลที่ถูกแชร์ออกไปจะมีผลต่อความเร็วของเซิฟเวอร์เนื่องจากโปรโตคอลสำหรับการแชร์ torrents จะชื่นชอบการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะดาวน์โหลด torrent จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วที่มีการทำงานอย่างคงที่

ข้อมูลนี้ทำให้เรารู้สึกประทับใจในความเร็วหรือความช้าของบริการเนื่องจากเราไม่ค่อยสนใจที่จะได้หรือเสียเวลาไม่กี่มิลลิวินาทีเมื่อเราใช้งานสิ่งนี้ในชีวิตประจำวัน speed01

ตลอดช่วง 24 ชั่วโมง เราได้อัพโหลดข้อมูลทั้งหมด 43.5 GB ด้วย NordVPN (กราฟไม่ได้แสดงระยะเวลาเกินกว่า 6 ชั่วโมง) ซึ่งปริมาณข้อมูลระดับนี้คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณข้อมูลที่เราได้รับโดยปกติ

speed02

การดาวน์โหลดไฟล์ 3.5 GB ใช้เวลาน้อยกว่า 24 นาทีหลังจากที่ได้มีความล่าช้าในช่วงต้นเป็นเวลา 5 นาที ดังนั้นจึงใช้เวลารวมทั้งหมด 29 นาที เราค่อนข้างห่างจากสิ่งที่ผู้ให้บริการอื่นมี

บนเว็บไซต์ของพวกเขาได้มีการแสดงฟีเจอร์สของ NordVPN ซึ่งได้พูดเกี่ยวกับ "lightning speed" และ “blazing throughput”

ในความคิดของเราสิ่งที่ได้กล่าวอ้างเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนออกมาในการใช้งานจริง

Bug

โปรดระวัง bug พวกมันไม่ใช่เป็นตัวบล็อคแต่พวกมันมีอยู่:

bugs

นี่คือตัวแรก สัญญาของเราให้เราสามารถทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 6 เครื่องพร้อมกันบน VPN ด้วยการที่ฉันไม่ได้มีครอบครัวขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงคิดว่าคงไม่ได้ใช้งานกับอุปกรณ์จำนวนมาเท่านี้พร้อมกัน ที่ด้านมุมบนขวาของแอพพลิเคชั่น คุณจะพบกับตัวนับจำนวนอุปกรณ์ที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ของคุณ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเท่านั้นที่มีการเชื่อมต่อ ตัวนับนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นถ้าหากเราอยู่ต่างประเทศเราอาจถูกปฏิเสธการเชื่อมต่อได้เนื่องจากจำนวนของอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อได้แสดงเอาไว้สูงสุดแล้ว

ทีมงานช่วยเหลือบอกเราว่านี่เป็นเพียงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวกับการแสดงผลเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถทำการเชื่อมต่อได้ เราจึงต้องรอดูต่อไป...

คุณต้องการดูข้อผิดพลาดอื่นอีกหรือไม่? นี่คืออีกตัวหนึ่ง

เพื่อที่จะช่วยเราเลือกเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดในการเชื่อมต่อ NordVPN มีการแสดงตัวบ่งชี้ 3 ตัว:

  1. กิจกรรมที่สามารถทำได้บนเซิฟเวอร์นี้เมื่อนำเม้าส์ไปวางไว้บนชื่อของเซิฟเวอร์
  2. ping หรือการตอบสนองของเซิฟเวอร์นี้,
  3. เปอร์เซ็นต์โหลดของเซิฟเวอร์ที่แสดงเป็นสามเหลี่ยมเล็ก ๆ สีเขียวคือไม่ยุ่ง, สีส้มคือค่อนข้างยุ่ง, เราไม่พบสีแดง

ในทางทฤษฎีแล้วในการที่จะเลือกเซิฟเวอร์ได้อย่างถูกต้องนั้น เราจะต้องตรวจสอบได้แน่ใจว่ากิจกรรมของเซิฟเวอร์นั้นตรงกับความต้องการของเรา ดังนั้นเราจึงเลือกตัวที่มี ping ต่ำที่สุดและมีโหลดต่ำที่สุด สิ่งนี้จะทำให้เราได้รับประโยชน์จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วมากที่สุด

เราได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป ถ้าหากคุณได้ทำการเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ที่ค่อนข้างช้าและคุณคลิกที่ปุ่ม "exchange server" ตัวเลขของ pings ที่แสดงจะไม่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่เรากำลังจะได้รับ Nord08

Bug ตัวสุดท้าย: เราลองทำให้แอพพลิเคชั่นนี้พัง ไม่ต้องถามว่าทำอย่างไร เราสามารถตัดการเชื่อมต่อได้เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความปลอดภัย หลังจากนั้นเรากำลังจะทำการปิดแอพพลิเคชั่นเมื่อเราพบกับข้อความนี้:

nord09

มีผู้คนจำนวนมากที่ลองทำให้อุปกรณ์ของตัวเองพังเพียงแค่เพื่อต้องการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น เราสามารถทำเช่นนี้ได้ในอดีต แล้วเราจะกลับมา!

ไม่มี bug ตัวใดที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพของการให้บริการ

นี่คือความพยายามที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เพียงแค่นำข้อมูลบนโบรชัวร์ของผู้ให้บริการมาแสดงเพื่อแสดงความเห็นของเราเพียงเท่านั้นเหมือนกับที่คู่แข่งคนอื่นชอบทำ

เราต้องการทำให้ได้ดีที่สุดเพื่อให้คุณได้ทราบถึงสิ่งที่คุณสามารถคาดหวังได้และไม่ได้จาก NordVPN

นอกจากนี้เราไม่ได้ทำการแจ้งความตั้งใจของเราให้ NordVPN ได้ทราบเมื่อเราสมัครรับบริการ และเราก็เก็บสิ่งนี้ไว้เป็นความลับจนกระทั่งการทดสอบเสร็จสิ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ความเสถียร

NordVPN สำหรับ PC ค่อนข้างเสถียร ในขณะที่กำลังทำการทดสอบ เราได้ถูกตัดการเชื่อมต่อเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นในช่วงที่กำลังนอนหลับอยู่ และจากการตั้งค่าของเราบริการนี้ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกลับโดยอัตโนมัติ

ข่าวดีคือเรายังคงได้รับการปกป้องอยู่ สิ่งที่เราไม่ต้องการแสดงให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้เห็นได้ถูกรบกวนด้วยการเชื่อมต่อตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้

เราพบกับปัญหาบางอย่างสำหรับแอพพลิเคชั่น Android การเชื่อมต่อนั้นทำได้ค่อนข้างยาก

หลังจากที่เราได้ทำการทดสอบแล้ว เราพบว่าบริการนี้มีความเสถียร (อย่างน้อยบนเครื่อง PC) และบริการนี้เป็นไปตามความต้องการทางด้านความปลอดภัยของเรา

เราจะเลือกเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วเหมาะสมที่สุดได้อย่างไร?

ในการที่จะหาเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดเพื่อทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN คุณจะต้องเลือกเซิฟเวอร์ที่สามารถใช้งานได้ตรงกับกิจกรรมที่คุณต้องการแล้วจึงทำการเชื่อมต่อ, ทำการดูความเร็ว, และทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำ ๆ ไปบนเซิฟเวอร์อื่นจนกระทั่งคุณพอใจ

ในความเห็นของเรากระบวนการนี้ยังไม่เพียงพอและไม่มีปุ่มที่ใช้สำหรับวัดประสิทธิภาพของเซิฟเวอร์โดยอัตโนมัติเพื่อหาตัวที่ตรงกับความต้องการของคุณ ผู้ให้บริการรายอื่นมีสิ่งนี้แต่ไม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากความบกพร่องในด้านความเร็วของเซิฟเวอร์ NordVPN แล้ว สิ่งนี้มีความเหมาะสมแล้ว

นอกจากนี้ยังไม่มีลิสต์ของโปรโตคอลภายในแอพพลิเคชั่นให้คุณเลือกโดยเฉพาะถ้าหากคุณต้องการการเชื่อมต่อแบบ 256-bit

จะหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธโดยเว็บไซต์ที่บล็อค IP บางตัวของพวกเราได้อย่างไร?

นี่อาจไม่ถือเป็น bug ของ NordVPN แต่จากผลของการที่ IP ที่ถูกปฏิเสธโดยเซิฟเวอร์บางตัวเนื่องจากผู้ใช้มีการเชื่อมต่อไปยัง IP เดียวกัน ได้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดีในอดีต

403

นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามที่จะเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า cpasbien ด้วย IP ที่พวกเขาไม่ชื่นชอบ

วิธีการแก้ปัญหาคือการใช้เซิฟเวอร์ตัวอื่นโดยใช้ IP ที่ไม่ถูกบล็อค NordVPN มีเซิฟเวอร์บางตัวที่จะมี IP สำหรับคุณโดยเฉพาะ

มันจะดีมากถ้าเซิฟเวอร์ทั้งหมดมีฟีเจอร์สนี้หรือให้คุณสามารถเลือก IP ของคุณได้จากลิสต์บนเซิฟเวอร์

เราจะป้องกันไม่ให้เว็บไซต์บางแห่งปฏิเสธการส่งข้อมูลแบบสตรีมในบางพื้นที่ได้หรือไม่ถึงแม้ว่าเซิฟเวอร์ที่ถูกเลือกนั้นอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว?

ในช่วงที่เราเดินทาง ในบางครั้งเราต้องการรับชมรายการ TV บางตัวในภาษาของเราเอง แต่ด้วยเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ การเผยแพร่รายการเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เมื่ออยู่นอกเขตประเทศที่รายการเหล่านี้สามารถรับชมได้

ถ้าหากคุณทำการเชื่อมต่อปกติ การสตรีมมิ่งนี้จะถูกปฏิเสธ

สิ่งนี้เรียกว่า geo-blocking และ VPN คือเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ในทางทฤษฎรีแล้วคุณเพียงแค่ทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN ไปยังเซิฟเวอร์จากประเทศต้นทางที่คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์เท่านั้น นอกจากนี้คุณยังจะต้องมีการเชื่อมต่อที่มีความเร็วเพียงพอที่จะหลอกเว็บไซต์เป้าหมายให้เชื่อว่าคุณกำลังอยู่ในประเทศนั้นจริง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณอาจอยู่ใต้ต้นมะพร้าวที่ชายหาดกำลังพักร้อนอยู่ในต่างประเทศก็ได้

อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ปัญหานี้ไม่ได้ผลเสมอไปเนื่องจาก IP ที่คุณได้รับอาจไม่ได้ถูกมองจากผู้ให้บริการว่าเป็น IP ที่อยู่ในประเทศนั้น ปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงกับ NordVPN

netflix

ตัวอย่างของการบล็อคตามพื้นที่ถึงแม้ว่าจะมีการใช้เซิฟเวอร์ในประเทศที่เหมาะสมแล้ว

เพื่อแก้ปัญหานี้คุณต้องทำการเลือกเซิฟเวอร์อื่นในพื้นที่เดียวกันซึ่งจะให้ IP ตัวใหม่กับคุณที่จะช่วยให้คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้

ในประเทศฝรั่งเศส NordVPN มีเซิฟเวอร์ 4 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นจะให้คุณสามารถดูรายการ TV ที่คุณต้องการได้ แต่ในเบลเยี่ยมจะมีเพียงแค่เซิฟเวอร์เดียว เช่นเดียวกับที่เดนมาร์คและบัลแกเรีย ... เราจะไม่บอกชื่อประเทศทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำบริการนี้ตราบใดที่คุณยังคงสามารถขอคือเงินได้เพื่อให้คุณได้ทดสอบจริง ๆ ว่าคุณสามารถรับชมเว็บไซต์ของรายการโทรทัศน์ที่คุณชื่นชอบได้จากเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่เช่นนั้นคุณอาจไม่สามารถรับชมตอนล่าสุดของ Dallas ที่คุณชื่นชอบได้ในขณะที่คุณกำลังเดินทางอยู่!

ความสามารถในการเลือก IP ได้มากมายในทุกเซิฟเวอร์ถือเป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยม

กล่าวโดยสรุป เราคิดว่า NORDVPN ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกเพื่อที่จะให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามพวกเขาถือเป็นหนึ่งใน VPN ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

  • 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเท
  • การเข้ารหัสแบบ 2048-bit SSL
  • มีนโยบายที่ไม่ให้มีการบันทึกการใช้งาน
  • การเชื่อมต่อแบบ Double VPN และ Tor VPN
  • VPN เกตเวย์สำหรับการสตรีมมิ่งสื่อโดยเฉพาะ
  • เริ่มต้นด้วย NordVPN ในตอนนี้
รับประกันคืนเงิน (วัน): 30
โมบายแอพพลิเคชั่น:
อุปกรณ์ต่อหนึ่งใบอนุญาต: 6
VPN แพลน: www.nordvpn.com
จอห์น โนริส
(บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยีและ vpn จากซานฟรานซิสโก)

ถ้าหากคุณชื่นชอบการรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งและดาวน์โหลด torrents แล้ว NordVPN จะเป็น VPN อเนกประสงค์ที่ช่วยทำให้การเชื่อมต่อของคุณปลอดภัยด้วยเครื่องมืออันทรงพลังและมีความเร็วสูง ผู้ให้บริการรายนี้ไม่เหมือนกับ VPN พรีเมี่ยมรายอื่น ๆ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะเพื่อที่จะได้ความเร็วในระดับสูงและความปลอดภัย NordVPN มีการดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายของปานามาโดยมีเครือข่าย 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเทศ เซิฟเวอร์ VPN ของพวกเขาสามารถรองรับการตั้งค่าสำหรับการเข้ารหัสและการใช้งานต่าง ๆ ได้หลากหลายแบบ เช่น การแชร์ไฟล์และการสตรีมมิ่งสื่อ พวกเขายังมีการเชื่อมต่อ VPN แบบปกติที่มีการเข้ารหัสที่แน่นหนา เช่น 2048 bit SSL สำหรับโปรโตคอล OpenVPN หรือ AES-256 bit สำหรับโปรโตคอล L2TP ถ้าหากคุณต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้น คุณสามารถทำการเชื่อมต่อไปยังเซิฟเวอร์ Double VPN ของพวกเขาซึ่งทราฟฟิกจะถูกเชื่อมโยงผ่านเซิฟเวอร์ 2 ตัว และได้รับการเข้ารหัสสองชั้นด้วยการเข้ารหัสแบบ AES-256-CBC นอกจากนี้เซิฟเวอร์ของพวกเขายังสามารถรองรับโปรโตคอล OpenVPN, PPTP, L2TP กับ IPSec ได้อีกด้วย และคุณสามารถทำการเชื่อมต่อได้ 6 เครื่องพร้อมกัน

กาปกป้อง

NordVPN ให้สัญญาว่าจะไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งานใด ๆ, มีการเข้ารหัสการเชื่อมต่อในระดับ 2096 bits, มีเซิฟเวอร์ DNS เป็นของพวกเขาเองเพื่อปกป้องการรั่วไหล, และมีการใช้ "kill switch" เพื่อหยุดแอพพลิเคชั่นในกรณีที่การเชื่อมต่อขาดหาย

Nordvpn_protection

พวกเขายังมีเซิฟเวอร์บางตัวที่มี VPN แบบดับเบิ้ล

เกี่ยวกับนโยบายที่ไม่มีการบันทึกการใช้งานนั้น เราคงต้องเชื่อพวกเขาเนื่องจากถึงแม้ว่าตัวแทนผู้ให้บริการจะให้เหตุผลที่ดีแต่เราก็ยังไม่สามารถหาทางตรวจสอบได้ และนี่ก็เป็นปัญหาสำหรับผู้ให้บริการ VPN อื่นเช่นกัน เรารู้แต่ "ผู้ที่ไม่หวังดี" ซึ่งเราจับได้ด้วยข้อมูลที่มีการบันทึกไว้

เช่นเดียวกับการเข้ารหัสการเชื่อมต่อแบ 2096 bits ในการที่จะสามารถตรวจสอบสิ่งนี้ได้นั้น เราจะต้องไปดูที่การแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนคีย์ซึ่งจะต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะทำได้สำหรับบทความนี้

เช่นเดียวกับ VPN แบบดับเบิ้ล เนื่องจากพวกเขาจะต้องให้เราสามารถเข้าไปถึงการตั้งค่าของเซิฟเวอร์ของพวกเขา

อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณ เครื่องมือที่เป็นประโยชน์นี้ที่จะแสดงข้อมูลทั้งหมดของคุณที่รั่วไหลออกไป เราสามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเราได้ถูกซ่อนเป็นอย่างดีและยังไม่มีการรั่วของ DNS

เรายังได้พบอีกว่าปุ่ม "kill switch" นั้นสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี

เราจึงสามารถเชื่อได้ว่า NordVPN นั้นให้การปกป้องได้อย่างดีเยี่ยมและนี่เป็นคุณสมบัติเด่นที่สำคัญของ VPN

NordVPN มีการปกป้องที่ยอดเยี่ยม โดยมีการเข้ารหัสแบบ 2096 bit ซึ่งมีซับซ้อนต่อการถอดรหัสเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ในปี 2010 นักวิจัยสามารถถอดรหัสคีย์ 768-bit ได้และมีการใช้เวลานานมาก (ด้วย INRIA เครื่องคำนวณจากสถาบันวิจัยของฝรั่งเศสที่เทียบเท่ากับ 425 quad-core PC เป็นเวลาหนึ่งปี)

มีการคาดการณ์ไว้ว่าการเข้ารหัสแบบ 2096 bit จะไม่สามารถถูกถอดรหัสด้วยวิธีการ brute force ได้ก่อนปี 2030 อย่างไรก็ตามในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ซึ่งในที่สุดแล้วจะสามารถถอดรหัสได้ทุกสิ่ง แต่ในปัจจุบันสิ่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและความซับซ้อนของมันอยู่เหนือความสามารถในการทำความเข้าใจของเรา

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ จากที่เราได้ค้นคว้ามาเราพบว่ามันยังอีกไกลกว่าจะสามารถทำงานได้ ประเทศจีนได้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงและได้ประกาศว่าพวกเขาได้เริ่มต้นใช้งานการสื่อสารผ่านทางดาวเทียมแบบควอนตัมแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังมีเป้าหมายสำหรับปี 2030 อีกด้วย

ความพยายามในการเข้ารหัสจะต้องขึ้นอยู่กับมูลค่าของข้อมูลที่เราจะต้องปกป้องและ NSA ก็ยังไม่ได้เปิดเผยถึงความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา แต่โดยส่วนตัวแล้วเรารู้สึกได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสแบบ 256-bit เนื่องจากการความพยายามเจาะรหัสข้อมูลของเราจะไม่คุ้มค่ากับความลับที่เราได้เก็บไว้

แล้วอะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่แท้จริงสำหรับ dual 2096 VPN bits นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว? โดยส่วนตัวเราไม่เห็นเป็นอย่างอื่น

คุณอาจคิดว่าถ้าหากมันสามารถทำอะไรได้มากขึ้นแล้วมันก็คงจะสามารถทำอะไรได้น้อยลงเช่นกัน สิ่งนี้อาจเป็นจริงได้ถ้าหากไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับความเร็ว อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เช่นนั้น!

ยิ่งการเข้ารหัสมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของความเร็วที่ได้ยิ่งจะลดลงมากเท่านั้น สำหรับ double-VPN ความเร็วจะลดลงสู่ระดับกว่าที่สามารถยอมรับได้

ทุกอย่างย่อมมีความเกี่ยวข้องกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้พัฒนาระบบการสื่อสารความถี่ต่ำมากสำหรับช่วงส่งผ่านข้อมูลการปฏิบัติไปให้กับเรือดำน้ำโดยไม่ต้องให้เรือดำน้ำขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ การสื่อสารนี้ช้ามากโดยใช้เวลาหลายนาทีสำหรับการส่งข้อความที่มีขนาดเดียวกับข้อความบนเครื่องโทรศัพท์ แต่มันก็สามารถตอบโจทย์ของพวกเขาได้เนื่องจากพวกเขาต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรือดำน้ำถูกตรวจจับได้

เราไม่ใช่สายลับ เราไม่ได้เป็นอาชญากรหรือผู้ก่อการร้าย เราไม่ได้อยู่ในประเทศที่จับผู้คนขังคุกจากการแสดงความคิดเห็น เราต้องการเพียงแค่ปกป้องข้อมูลส่วนตัว และการเข้ารหัสแบบ 256-bit (OpenVPN) ก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา ผู้ใช้งานแต่ละคนควรประเมินระดับของการเข้ารหัสที่ตัวเองต้องการจริง ๆ

คุณภาพของการปกป้องคือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ NordVPN มันช่วยปกป้องเราได้มากกว่าความต้องการของเรา

 

ความเร็ว

การทดสอบความเร็วเกือบทั้งหมดของเรานั้นเราได้ใช้เว็บไซต์ Speedtest จาก Ookla เป็นตัวทดสอบ เว็บไซต์นี้มีความจริงจังมากแต่เราก็ไม่สามารถละเลยความพยายามบางอย่างที่ผู้ให้บริการ VPN บางรายมีโดยการเพิ่มความสำคัญให้เมื่อพบว่ากำลังมีการวัดความเร็วอยู่

เราไม่ได้บอกว่าผู้ให้บริการ VPN กำลังโกง แต่ในความเห็นของเราแล้วพวกเขาอาจจะพยายามทำอยู่ก็เป็นได้ นี่คือเหตุผลที่เราเพิ่มการทดสอบที่มีความแม่นยำน้อยกว่าที่ตรงกับความต้องการของเรา

สำหรับตอนนี้เราจะเน้นไปที่ Speedtest

เรามีการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างดี เราใช้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบใยแก้วนำแสง ความเร็วในการดาวน์โหลดของเรา (แบบไม่มี VPN) คือ 520 Mb ต่อวินาที, ความเร็วในการอัพโหลด 240 Mb, และ ping 7 ms ผลการทดสอบเหล่านี้มีความเสถียรและรับรองโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของเรา

Nordvpn_speed01

การเชื่อมต่อโดยไม่ใช้ VPN

สิ่งนี้อยู่เหนือระดับความเป็นไปได้ของ VPN ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันเป็นอย่างมาก เราคาดว่าแพลทฟอร์มทดสอบของเราไม่ได้บิดเบือนผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพในการเชื่อมต่อของเรา เราคาดหวังที่จะวัดได้ 100 Mb / s สำหรับความเร็ว VPN และ pings ที่ประมาณ 20 ms เมื่อเซิฟเวอร์อยู่ใกล้ นี่คือสิ่งที่เราได้พบสำหรับคู่แข่งของ NordVPN

เราได้ทำการวัดความเร็วของเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดของ NordVPN ซึ่งสามารถทำ P2P ได้ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่เราวัดได้นั้นต่ำกว่าที่เราคาดหวังเอาไว้มาก:

Nordvpn_speed02

Germany server 41

Nordvpn_speed03

Germany server 35

NL_server

Nederlands Server 14

รางวัลตกเป็นของ double VPN:

Nordvpn_speed04

เราคิดว่า NordVPN ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้จนกระทั่งเราได้ทำการทดสอบใหม่ในวันเสาร์ช่วงเช้า ผลที่เราวัดได้นั้นแตกต่างจากของเดิมเป็นอย่างมาก :

Nordvpn_speed05

German server 35

เราคาดว่าความแตกต่างของผลลัพธ์จากการวัดเหล่านี้เป็นเพราะเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่ได้เป็นแบบ dedicated ดังนั้นแบนด์วิธของพวกเขาจึงไม่ได้รับการรับประกันว่าจะเป็นนั้นตามสัญญา (สัญญาประเภทนี้มีราคาที่แพงกว่า)

เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอนเราได้ทำการทดสอบความเร็วเพิ่มเติม: ทดสอบว่าเราจะสามารถอัพโหลดไฟล์ torrents ได้ขนาดเท่าใดด้วย NordVPN ภายในเวลา 24 ชั่วโมง และจะใช้เวลาเท่าใดในการดาวน์โหลด torrent หนึ่ง ๆ (เหมือนเดิมทุกครั้ง)

การทดสอบเพิ่มเติมนี้ยังคงเป็นที่สงสัยอยู่เนื่องจากระบบการแลกเปลี่ยน torrents จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน: ถ้าหากไม่มีใครต้องการ torrents ที่เราได้แชร์ไป เราจะมีระบบที่รวดเร็วมากและขนาดของไฟล์ที่ได้อัพโหลดจะเป็นศูนย์ ในลักษณะคล้าย ๆ กัน ถ้าหากเซิฟเวอร์ที่รวดเร็วที่สุดไม่ได้มีไว้เพื่อแชร์ไฟล์ torrents ที่เราต้องการดาวน์โหลด เราจะมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมากแต่การส่งผ่านข้อมูลจะใช้ระยะเวลานาน

ดังนั้นถ้าหากเราต้องการวัดปริมาณการอัพโหลดในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ปริมาณของข้อมูลที่ถูกแชร์ออกไปจะมีผลต่อความเร็วของเซิฟเวอร์เนื่องจากโปรโตคอลสำหรับการแชร์ torrents จะชื่นชอบการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะดาวน์โหลด torrent จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วที่มีการทำงานอย่างคงที่

ข้อมูลนี้ทำให้เรารู้สึกประทับใจในความเร็วหรือความช้าของบริการเนื่องจากเราไม่ค่อยสนใจที่จะได้หรือเสียเวลาไม่กี่มิลลิวินาทีเมื่อเราใช้งานสิ่งนี้ในชีวิตประจำวัน speed01

ตลอดช่วง 24 ชั่วโมง เราได้อัพโหลดข้อมูลทั้งหมด 43.5 GB ด้วย NordVPN (กราฟไม่ได้แสดงระยะเวลาเกินกว่า 6 ชั่วโมง) ซึ่งปริมาณข้อมูลระดับนี้คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณข้อมูลที่เราได้รับโดยปกติ

speed02

การดาวน์โหลดไฟล์ 3.5 GB ใช้เวลาน้อยกว่า 24 นาทีหลังจากที่ได้มีความล่าช้าในช่วงต้นเป็นเวลา 5 นาที ดังนั้นจึงใช้เวลารวมทั้งหมด 29 นาที เราค่อนข้างห่างจากสิ่งที่ผู้ให้บริการอื่นมี

บนเว็บไซต์ของพวกเขาได้มีการแสดงฟีเจอร์สของ NordVPN ซึ่งได้พูดเกี่ยวกับ "lightning speed" และ “blazing throughput”

ในความคิดของเราสิ่งที่ได้กล่าวอ้างเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนออกมาในการใช้งานจริง

Bug

โปรดระวัง bug พวกมันไม่ใช่เป็นตัวบล็อคแต่พวกมันมีอยู่:

bugs

นี่คือตัวแรก สัญญาของเราให้เราสามารถทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 6 เครื่องพร้อมกันบน VPN ด้วยการที่ฉันไม่ได้มีครอบครัวขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงคิดว่าคงไม่ได้ใช้งานกับอุปกรณ์จำนวนมาเท่านี้พร้อมกัน ที่ด้านมุมบนขวาของแอพพลิเคชั่น คุณจะพบกับตัวนับจำนวนอุปกรณ์ที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ของคุณ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเท่านั้นที่มีการเชื่อมต่อ ตัวนับนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นถ้าหากเราอยู่ต่างประเทศเราอาจถูกปฏิเสธการเชื่อมต่อได้เนื่องจากจำนวนของอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อได้แสดงเอาไว้สูงสุดแล้ว

ทีมงานช่วยเหลือบอกเราว่านี่เป็นเพียงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวกับการแสดงผลเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถทำการเชื่อมต่อได้ เราจึงต้องรอดูต่อไป...

คุณต้องการดูข้อผิดพลาดอื่นอีกหรือไม่? นี่คืออีกตัวหนึ่ง

เพื่อที่จะช่วยเราเลือกเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดในการเชื่อมต่อ NordVPN มีการแสดงตัวบ่งชี้ 3 ตัว:

  1. กิจกรรมที่สามารถทำได้บนเซิฟเวอร์นี้เมื่อนำเม้าส์ไปวางไว้บนชื่อของเซิฟเวอร์
  2. ping หรือการตอบสนองของเซิฟเวอร์นี้,
  3. เปอร์เซ็นต์โหลดของเซิฟเวอร์ที่แสดงเป็นสามเหลี่ยมเล็ก ๆ สีเขียวคือไม่ยุ่ง, สีส้มคือค่อนข้างยุ่ง, เราไม่พบสีแดง

ในทางทฤษฎีแล้วในการที่จะเลือกเซิฟเวอร์ได้อย่างถูกต้องนั้น เราจะต้องตรวจสอบได้แน่ใจว่ากิจกรรมของเซิฟเวอร์นั้นตรงกับความต้องการของเรา ดังนั้นเราจึงเลือกตัวที่มี ping ต่ำที่สุดและมีโหลดต่ำที่สุด สิ่งนี้จะทำให้เราได้รับประโยชน์จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วมากที่สุด

เราได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป ถ้าหากคุณได้ทำการเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ที่ค่อนข้างช้าและคุณคลิกที่ปุ่ม "exchange server" ตัวเลขของ pings ที่แสดงจะไม่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่เรากำลังจะได้รับ Nord08

Bug ตัวสุดท้าย: เราลองทำให้แอพพลิเคชั่นนี้พัง ไม่ต้องถามว่าทำอย่างไร เราสามารถตัดการเชื่อมต่อได้เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความปลอดภัย หลังจากนั้นเรากำลังจะทำการปิดแอพพลิเคชั่นเมื่อเราพบกับข้อความนี้:

nord09

มีผู้คนจำนวนมากที่ลองทำให้อุปกรณ์ของตัวเองพังเพียงแค่เพื่อต้องการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น เราสามารถทำเช่นนี้ได้ในอดีต แล้วเราจะกลับมา!

ไม่มี bug ตัวใดที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพของการให้บริการ

นี่คือความพยายามที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เพียงแค่นำข้อมูลบนโบรชัวร์ของผู้ให้บริการมาแสดงเพื่อแสดงความเห็นของเราเพียงเท่านั้นเหมือนกับที่คู่แข่งคนอื่นชอบทำ

เราต้องการทำให้ได้ดีที่สุดเพื่อให้คุณได้ทราบถึงสิ่งที่คุณสามารถคาดหวังได้และไม่ได้จาก NordVPN

นอกจากนี้เราไม่ได้ทำการแจ้งความตั้งใจของเราให้ NordVPN ได้ทราบเมื่อเราสมัครรับบริการ และเราก็เก็บสิ่งนี้ไว้เป็นความลับจนกระทั่งการทดสอบเสร็จสิ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ความเสถียร

NordVPN สำหรับ PC ค่อนข้างเสถียร ในขณะที่กำลังทำการทดสอบ เราได้ถูกตัดการเชื่อมต่อเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นในช่วงที่กำลังนอนหลับอยู่ และจากการตั้งค่าของเราบริการนี้ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกลับโดยอัตโนมัติ

ข่าวดีคือเรายังคงได้รับการปกป้องอยู่ สิ่งที่เราไม่ต้องการแสดงให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้เห็นได้ถูกรบกวนด้วยการเชื่อมต่อตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้

เราพบกับปัญหาบางอย่างสำหรับแอพพลิเคชั่น Android การเชื่อมต่อนั้นทำได้ค่อนข้างยาก

หลังจากที่เราได้ทำการทดสอบแล้ว เราพบว่าบริการนี้มีความเสถียร (อย่างน้อยบนเครื่อง PC) และบริการนี้เป็นไปตามความต้องการทางด้านความปลอดภัยของเรา

เราจะเลือกเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วเหมาะสมที่สุดได้อย่างไร?

ในการที่จะหาเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดเพื่อทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN คุณจะต้องเลือกเซิฟเวอร์ที่สามารถใช้งานได้ตรงกับกิจกรรมที่คุณต้องการแล้วจึงทำการเชื่อมต่อ, ทำการดูความเร็ว, และทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำ ๆ ไปบนเซิฟเวอร์อื่นจนกระทั่งคุณพอใจ

ในความเห็นของเรากระบวนการนี้ยังไม่เพียงพอและไม่มีปุ่มที่ใช้สำหรับวัดประสิทธิภาพของเซิฟเวอร์โดยอัตโนมัติเพื่อหาตัวที่ตรงกับความต้องการของคุณ ผู้ให้บริการรายอื่นมีสิ่งนี้แต่ไม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากความบกพร่องในด้านความเร็วของเซิฟเวอร์ NordVPN แล้ว สิ่งนี้มีความเหมาะสมแล้ว

นอกจากนี้ยังไม่มีลิสต์ของโปรโตคอลภายในแอพพลิเคชั่นให้คุณเลือกโดยเฉพาะถ้าหากคุณต้องการการเชื่อมต่อแบบ 256-bit

จะหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธโดยเว็บไซต์ที่บล็อค IP บางตัวของพวกเราได้อย่างไร?

นี่อาจไม่ถือเป็น bug ของ NordVPN แต่จากผลของการที่ IP ที่ถูกปฏิเสธโดยเซิฟเวอร์บางตัวเนื่องจากผู้ใช้มีการเชื่อมต่อไปยัง IP เดียวกัน ได้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดีในอดีต

403

นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามที่จะเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า cpasbien ด้วย IP ที่พวกเขาไม่ชื่นชอบ

วิธีการแก้ปัญหาคือการใช้เซิฟเวอร์ตัวอื่นโดยใช้ IP ที่ไม่ถูกบล็อค NordVPN มีเซิฟเวอร์บางตัวที่จะมี IP สำหรับคุณโดยเฉพาะ

มันจะดีมากถ้าเซิฟเวอร์ทั้งหมดมีฟีเจอร์สนี้หรือให้คุณสามารถเลือก IP ของคุณได้จากลิสต์บนเซิฟเวอร์

เราจะป้องกันไม่ให้เว็บไซต์บางแห่งปฏิเสธการส่งข้อมูลแบบสตรีมในบางพื้นที่ได้หรือไม่ถึงแม้ว่าเซิฟเวอร์ที่ถูกเลือกนั้นอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว?

ในช่วงที่เราเดินทาง ในบางครั้งเราต้องการรับชมรายการ TV บางตัวในภาษาของเราเอง แต่ด้วยเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ การเผยแพร่รายการเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เมื่ออยู่นอกเขตประเทศที่รายการเหล่านี้สามารถรับชมได้

ถ้าหากคุณทำการเชื่อมต่อปกติ การสตรีมมิ่งนี้จะถูกปฏิเสธ

สิ่งนี้เรียกว่า geo-blocking และ VPN คือเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ในทางทฤษฎรีแล้วคุณเพียงแค่ทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN ไปยังเซิฟเวอร์จากประเทศต้นทางที่คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์เท่านั้น นอกจากนี้คุณยังจะต้องมีการเชื่อมต่อที่มีความเร็วเพียงพอที่จะหลอกเว็บไซต์เป้าหมายให้เชื่อว่าคุณกำลังอยู่ในประเทศนั้นจริง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณอาจอยู่ใต้ต้นมะพร้าวที่ชายหาดกำลังพักร้อนอยู่ในต่างประเทศก็ได้

อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ปัญหานี้ไม่ได้ผลเสมอไปเนื่องจาก IP ที่คุณได้รับอาจไม่ได้ถูกมองจากผู้ให้บริการว่าเป็น IP ที่อยู่ในประเทศนั้น ปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงกับ NordVPN

netflix

ตัวอย่างของการบล็อคตามพื้นที่ถึงแม้ว่าจะมีการใช้เซิฟเวอร์ในประเทศที่เหมาะสมแล้ว

เพื่อแก้ปัญหานี้คุณต้องทำการเลือกเซิฟเวอร์อื่นในพื้นที่เดียวกันซึ่งจะให้ IP ตัวใหม่กับคุณที่จะช่วยให้คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้

ในประเทศฝรั่งเศส NordVPN มีเซิฟเวอร์ 4 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นจะให้คุณสามารถดูรายการ TV ที่คุณต้องการได้ แต่ในเบลเยี่ยมจะมีเพียงแค่เซิฟเวอร์เดียว เช่นเดียวกับที่เดนมาร์คและบัลแกเรีย ... เราจะไม่บอกชื่อประเทศทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำบริการนี้ตราบใดที่คุณยังคงสามารถขอคือเงินได้เพื่อให้คุณได้ทดสอบจริง ๆ ว่าคุณสามารถรับชมเว็บไซต์ของรายการโทรทัศน์ที่คุณชื่นชอบได้จากเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่เช่นนั้นคุณอาจไม่สามารถรับชมตอนล่าสุดของ Dallas ที่คุณชื่นชอบได้ในขณะที่คุณกำลังเดินทางอยู่!

ความสามารถในการเลือก IP ได้มากมายในทุกเซิฟเวอร์ถือเป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยม

กล่าวโดยสรุป เราคิดว่า NORDVPN ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกเพื่อที่จะให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามพวกเขาถือเป็นหนึ่งใน VPN ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

  • 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเท
  • การเข้ารหัสแบบ 2048-bit SSL
  • มีนโยบายที่ไม่ให้มีการบันทึกการใช้งาน
  • การเชื่อมต่อแบบ Double VPN และ Tor VPN
  • VPN เกตเวย์สำหรับการสตรีมมิ่งสื่อโดยเฉพาะ
  • เริ่มต้นด้วย NordVPN ในตอนนี้
รับประกันคืนเงิน (วัน): 30
โมบายแอพพลิเคชั่น:
อุปกรณ์ต่อหนึ่งใบอนุญาต: 6
VPN แพลน: www.nordvpn.com
จอห์น โนริส
(บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยีและ vpn จากซานฟรานซิสโก)

แอพพลิเคชั่น NordVPN Windows จะทำให้การเชื่อมต่อของคุณปลอดภัยด้วยเครื่องมืออันทรงพลังและมีความเร็วสูง ผู้ให้บริการรายนี้ไม่เหมือนกับ VPN พรีเมี่ยมรายอื่น ๆ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะเพื่อที่จะได้ความเร็วในระดับสูงและความปลอดภัย NordVPN มีการดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายของปานามาโดยมีเครือข่าย 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเทศ เซิฟเวอร์ VPN ของพวกเขาสามารถรองรับการตั้งค่าสำหรับการเข้ารหัสและการใช้งานต่าง ๆ ได้หลากหลายแบบ เช่น การแชร์ไฟล์และการสตรีมมิ่งสื่อ พวกเขายังมีการเชื่อมต่อ VPN แบบปกติที่มีการเข้ารหัสที่แน่นหนา เช่น 2048 bit SSL สำหรับโปรโตคอล OpenVPN หรือ AES-256 bit สำหรับโปรโตคอล L2TP ถ้าหากคุณต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้น คุณสามารถทำการเชื่อมต่อไปยังเซิฟเวอร์ Double VPN ของพวกเขาซึ่งทราฟฟิกจะถูกเชื่อมโยงผ่านเซิฟเวอร์ 2 ตัว และได้รับการเข้ารหัสสองชั้นด้วยการเข้ารหัสแบบ AES-256-CBC นอกจากนี้เซิฟเวอร์ของพวกเขายังสามารถรองรับโปรโตคอล OpenVPN, PPTP, L2TP กับ IPSec ได้อีกด้วย และคุณสามารถทำการเชื่อมต่อได้ 6 เครื่องพร้อมกัน

กาปกป้อง

NordVPN ให้สัญญาว่าจะไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งานใด ๆ, มีการเข้ารหัสการเชื่อมต่อในระดับ 2096 bits, มีเซิฟเวอร์ DNS เป็นของพวกเขาเองเพื่อปกป้องการรั่วไหล, และมีการใช้ "kill switch" เพื่อหยุดแอพพลิเคชั่นในกรณีที่การเชื่อมต่อขาดหาย

Nordvpn_protection

พวกเขายังมีเซิฟเวอร์บางตัวที่มี VPN แบบดับเบิ้ล

เกี่ยวกับนโยบายที่ไม่มีการบันทึกการใช้งานนั้น เราคงต้องเชื่อพวกเขาเนื่องจากถึงแม้ว่าตัวแทนผู้ให้บริการจะให้เหตุผลที่ดีแต่เราก็ยังไม่สามารถหาทางตรวจสอบได้ และนี่ก็เป็นปัญหาสำหรับผู้ให้บริการ VPN อื่นเช่นกัน เรารู้แต่ "ผู้ที่ไม่หวังดี" ซึ่งเราจับได้ด้วยข้อมูลที่มีการบันทึกไว้

เช่นเดียวกับการเข้ารหัสการเชื่อมต่อแบ 2096 bits ในการที่จะสามารถตรวจสอบสิ่งนี้ได้นั้น เราจะต้องไปดูที่การแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนคีย์ซึ่งจะต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะทำได้สำหรับบทความนี้

เช่นเดียวกับ VPN แบบดับเบิ้ล เนื่องจากพวกเขาจะต้องให้เราสามารถเข้าไปถึงการตั้งค่าของเซิฟเวอร์ของพวกเขา

อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณ เครื่องมือที่เป็นประโยชน์นี้ที่จะแสดงข้อมูลทั้งหมดของคุณที่รั่วไหลออกไป เราสามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเราได้ถูกซ่อนเป็นอย่างดีและยังไม่มีการรั่วของ DNS

เรายังได้พบอีกว่าปุ่ม "kill switch" นั้นสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี

เราจึงสามารถเชื่อได้ว่า NordVPN นั้นให้การปกป้องได้อย่างดีเยี่ยมและนี่เป็นคุณสมบัติเด่นที่สำคัญของ VPN

NordVPN มีการปกป้องที่ยอดเยี่ยม โดยมีการเข้ารหัสแบบ 2096 bit ซึ่งมีซับซ้อนต่อการถอดรหัสเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ในปี 2010 นักวิจัยสามารถถอดรหัสคีย์ 768-bit ได้และมีการใช้เวลานานมาก (ด้วย INRIA เครื่องคำนวณจากสถาบันวิจัยของฝรั่งเศสที่เทียบเท่ากับ 425 quad-core PC เป็นเวลาหนึ่งปี)

มีการคาดการณ์ไว้ว่าการเข้ารหัสแบบ 2096 bit จะไม่สามารถถูกถอดรหัสด้วยวิธีการ brute force ได้ก่อนปี 2030 อย่างไรก็ตามในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ซึ่งในที่สุดแล้วจะสามารถถอดรหัสได้ทุกสิ่ง แต่ในปัจจุบันสิ่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและความซับซ้อนของมันอยู่เหนือความสามารถในการทำความเข้าใจของเรา

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ จากที่เราได้ค้นคว้ามาเราพบว่ามันยังอีกไกลกว่าจะสามารถทำงานได้ ประเทศจีนได้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงและได้ประกาศว่าพวกเขาได้เริ่มต้นใช้งานการสื่อสารผ่านทางดาวเทียมแบบควอนตัมแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังมีเป้าหมายสำหรับปี 2030 อีกด้วย

ความพยายามในการเข้ารหัสจะต้องขึ้นอยู่กับมูลค่าของข้อมูลที่เราจะต้องปกป้องและ NSA ก็ยังไม่ได้เปิดเผยถึงความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา แต่โดยส่วนตัวแล้วเรารู้สึกได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสแบบ 256-bit เนื่องจากการความพยายามเจาะรหัสข้อมูลของเราจะไม่คุ้มค่ากับความลับที่เราได้เก็บไว้

แล้วอะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่แท้จริงสำหรับ dual 2096 VPN bits นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว? โดยส่วนตัวเราไม่เห็นเป็นอย่างอื่น

คุณอาจคิดว่าถ้าหากมันสามารถทำอะไรได้มากขึ้นแล้วมันก็คงจะสามารถทำอะไรได้น้อยลงเช่นกัน สิ่งนี้อาจเป็นจริงได้ถ้าหากไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับความเร็ว อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เช่นนั้น!

ยิ่งการเข้ารหัสมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของความเร็วที่ได้ยิ่งจะลดลงมากเท่านั้น สำหรับ double-VPN ความเร็วจะลดลงสู่ระดับกว่าที่สามารถยอมรับได้

ทุกอย่างย่อมมีความเกี่ยวข้องกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้พัฒนาระบบการสื่อสารความถี่ต่ำมากสำหรับช่วงส่งผ่านข้อมูลการปฏิบัติไปให้กับเรือดำน้ำโดยไม่ต้องให้เรือดำน้ำขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ การสื่อสารนี้ช้ามากโดยใช้เวลาหลายนาทีสำหรับการส่งข้อความที่มีขนาดเดียวกับข้อความบนเครื่องโทรศัพท์ แต่มันก็สามารถตอบโจทย์ของพวกเขาได้เนื่องจากพวกเขาต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรือดำน้ำถูกตรวจจับได้

เราไม่ใช่สายลับ เราไม่ได้เป็นอาชญากรหรือผู้ก่อการร้าย เราไม่ได้อยู่ในประเทศที่จับผู้คนขังคุกจากการแสดงความคิดเห็น เราต้องการเพียงแค่ปกป้องข้อมูลส่วนตัว และการเข้ารหัสแบบ 256-bit (OpenVPN) ก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา ผู้ใช้งานแต่ละคนควรประเมินระดับของการเข้ารหัสที่ตัวเองต้องการจริง ๆ

คุณภาพของการปกป้องคือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ NordVPN มันช่วยปกป้องเราได้มากกว่าความต้องการของเรา

 

ความเร็ว

การทดสอบความเร็วเกือบทั้งหมดของเรานั้นเราได้ใช้เว็บไซต์ Speedtest จาก Ookla เป็นตัวทดสอบ เว็บไซต์นี้มีความจริงจังมากแต่เราก็ไม่สามารถละเลยความพยายามบางอย่างที่ผู้ให้บริการ VPN บางรายมีโดยการเพิ่มความสำคัญให้เมื่อพบว่ากำลังมีการวัดความเร็วอยู่

เราไม่ได้บอกว่าผู้ให้บริการ VPN กำลังโกง แต่ในความเห็นของเราแล้วพวกเขาอาจจะพยายามทำอยู่ก็เป็นได้ นี่คือเหตุผลที่เราเพิ่มการทดสอบที่มีความแม่นยำน้อยกว่าที่ตรงกับความต้องการของเรา

สำหรับตอนนี้เราจะเน้นไปที่ Speedtest

เรามีการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างดี เราใช้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบใยแก้วนำแสง ความเร็วในการดาวน์โหลดของเรา (แบบไม่มี VPN) คือ 520 Mb ต่อวินาที, ความเร็วในการอัพโหลด 240 Mb, และ ping 7 ms ผลการทดสอบเหล่านี้มีความเสถียรและรับรองโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของเรา

Nordvpn_speed01

การเชื่อมต่อโดยไม่ใช้ VPN

สิ่งนี้อยู่เหนือระดับความเป็นไปได้ของ VPN ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันเป็นอย่างมาก เราคาดว่าแพลทฟอร์มทดสอบของเราไม่ได้บิดเบือนผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพในการเชื่อมต่อของเรา เราคาดหวังที่จะวัดได้ 100 Mb / s สำหรับความเร็ว VPN และ pings ที่ประมาณ 20 ms เมื่อเซิฟเวอร์อยู่ใกล้ นี่คือสิ่งที่เราได้พบสำหรับคู่แข่งของ NordVPN

เราได้ทำการวัดความเร็วของเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดของ NordVPN ซึ่งสามารถทำ P2P ได้ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่เราวัดได้นั้นต่ำกว่าที่เราคาดหวังเอาไว้มาก:

Nordvpn_speed02

Germany server 41

Nordvpn_speed03

Germany server 35

NL_server

Nederlands Server 14

รางวัลตกเป็นของ double VPN:

Nordvpn_speed04

เราคิดว่า NordVPN ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้จนกระทั่งเราได้ทำการทดสอบใหม่ในวันเสาร์ช่วงเช้า ผลที่เราวัดได้นั้นแตกต่างจากของเดิมเป็นอย่างมาก :

Nordvpn_speed05

German server 35

เราคาดว่าความแตกต่างของผลลัพธ์จากการวัดเหล่านี้เป็นเพราะเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่ได้เป็นแบบ dedicated ดังนั้นแบนด์วิธของพวกเขาจึงไม่ได้รับการรับประกันว่าจะเป็นนั้นตามสัญญา (สัญญาประเภทนี้มีราคาที่แพงกว่า)

เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอนเราได้ทำการทดสอบความเร็วเพิ่มเติม: ทดสอบว่าเราจะสามารถอัพโหลดไฟล์ torrents ได้ขนาดเท่าใดด้วย NordVPN ภายในเวลา 24 ชั่วโมง และจะใช้เวลาเท่าใดในการดาวน์โหลด torrent หนึ่ง ๆ (เหมือนเดิมทุกครั้ง)

การทดสอบเพิ่มเติมนี้ยังคงเป็นที่สงสัยอยู่เนื่องจากระบบการแลกเปลี่ยน torrents จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน: ถ้าหากไม่มีใครต้องการ torrents ที่เราได้แชร์ไป เราจะมีระบบที่รวดเร็วมากและขนาดของไฟล์ที่ได้อัพโหลดจะเป็นศูนย์ ในลักษณะคล้าย ๆ กัน ถ้าหากเซิฟเวอร์ที่รวดเร็วที่สุดไม่ได้มีไว้เพื่อแชร์ไฟล์ torrents ที่เราต้องการดาวน์โหลด เราจะมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมากแต่การส่งผ่านข้อมูลจะใช้ระยะเวลานาน

ดังนั้นถ้าหากเราต้องการวัดปริมาณการอัพโหลดในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ปริมาณของข้อมูลที่ถูกแชร์ออกไปจะมีผลต่อความเร็วของเซิฟเวอร์เนื่องจากโปรโตคอลสำหรับการแชร์ torrents จะชื่นชอบการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะดาวน์โหลด torrent จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วที่มีการทำงานอย่างคงที่

ข้อมูลนี้ทำให้เรารู้สึกประทับใจในความเร็วหรือความช้าของบริการเนื่องจากเราไม่ค่อยสนใจที่จะได้หรือเสียเวลาไม่กี่มิลลิวินาทีเมื่อเราใช้งานสิ่งนี้ในชีวิตประจำวัน speed01

ตลอดช่วง 24 ชั่วโมง เราได้อัพโหลดข้อมูลทั้งหมด 43.5 GB ด้วย NordVPN (กราฟไม่ได้แสดงระยะเวลาเกินกว่า 6 ชั่วโมง) ซึ่งปริมาณข้อมูลระดับนี้คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณข้อมูลที่เราได้รับโดยปกติ

speed02

การดาวน์โหลดไฟล์ 3.5 GB ใช้เวลาน้อยกว่า 24 นาทีหลังจากที่ได้มีความล่าช้าในช่วงต้นเป็นเวลา 5 นาที ดังนั้นจึงใช้เวลารวมทั้งหมด 29 นาที เราค่อนข้างห่างจากสิ่งที่ผู้ให้บริการอื่นมี

บนเว็บไซต์ของพวกเขาได้มีการแสดงฟีเจอร์สของ NordVPN ซึ่งได้พูดเกี่ยวกับ "lightning speed" และ “blazing throughput”

ในความคิดของเราสิ่งที่ได้กล่าวอ้างเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนออกมาในการใช้งานจริง

Bug

โปรดระวัง bug พวกมันไม่ใช่เป็นตัวบล็อคแต่พวกมันมีอยู่:

bugs

นี่คือตัวแรก สัญญาของเราให้เราสามารถทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 6 เครื่องพร้อมกันบน VPN ด้วยการที่ฉันไม่ได้มีครอบครัวขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงคิดว่าคงไม่ได้ใช้งานกับอุปกรณ์จำนวนมาเท่านี้พร้อมกัน ที่ด้านมุมบนขวาของแอพพลิเคชั่น คุณจะพบกับตัวนับจำนวนอุปกรณ์ที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ของคุณ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเท่านั้นที่มีการเชื่อมต่อ ตัวนับนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นถ้าหากเราอยู่ต่างประเทศเราอาจถูกปฏิเสธการเชื่อมต่อได้เนื่องจากจำนวนของอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อได้แสดงเอาไว้สูงสุดแล้ว

ทีมงานช่วยเหลือบอกเราว่านี่เป็นเพียงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวกับการแสดงผลเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถทำการเชื่อมต่อได้ เราจึงต้องรอดูต่อไป...

คุณต้องการดูข้อผิดพลาดอื่นอีกหรือไม่? นี่คืออีกตัวหนึ่ง

เพื่อที่จะช่วยเราเลือกเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดในการเชื่อมต่อ NordVPN มีการแสดงตัวบ่งชี้ 3 ตัว:

  1. กิจกรรมที่สามารถทำได้บนเซิฟเวอร์นี้เมื่อนำเม้าส์ไปวางไว้บนชื่อของเซิฟเวอร์
  2. ping หรือการตอบสนองของเซิฟเวอร์นี้,
  3. เปอร์เซ็นต์โหลดของเซิฟเวอร์ที่แสดงเป็นสามเหลี่ยมเล็ก ๆ สีเขียวคือไม่ยุ่ง, สีส้มคือค่อนข้างยุ่ง, เราไม่พบสีแดง

ในทางทฤษฎีแล้วในการที่จะเลือกเซิฟเวอร์ได้อย่างถูกต้องนั้น เราจะต้องตรวจสอบได้แน่ใจว่ากิจกรรมของเซิฟเวอร์นั้นตรงกับความต้องการของเรา ดังนั้นเราจึงเลือกตัวที่มี ping ต่ำที่สุดและมีโหลดต่ำที่สุด สิ่งนี้จะทำให้เราได้รับประโยชน์จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วมากที่สุด

เราได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป ถ้าหากคุณได้ทำการเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ที่ค่อนข้างช้าและคุณคลิกที่ปุ่ม "exchange server" ตัวเลขของ pings ที่แสดงจะไม่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่เรากำลังจะได้รับ Nord08

Bug ตัวสุดท้าย: เราลองทำให้แอพพลิเคชั่นนี้พัง ไม่ต้องถามว่าทำอย่างไร เราสามารถตัดการเชื่อมต่อได้เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความปลอดภัย หลังจากนั้นเรากำลังจะทำการปิดแอพพลิเคชั่นเมื่อเราพบกับข้อความนี้:

nord09

มีผู้คนจำนวนมากที่ลองทำให้อุปกรณ์ของตัวเองพังเพียงแค่เพื่อต้องการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น เราสามารถทำเช่นนี้ได้ในอดีต แล้วเราจะกลับมา!

ไม่มี bug ตัวใดที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพของการให้บริการ

นี่คือความพยายามที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เพียงแค่นำข้อมูลบนโบรชัวร์ของผู้ให้บริการมาแสดงเพื่อแสดงความเห็นของเราเพียงเท่านั้นเหมือนกับที่คู่แข่งคนอื่นชอบทำ

เราต้องการทำให้ได้ดีที่สุดเพื่อให้คุณได้ทราบถึงสิ่งที่คุณสามารถคาดหวังได้และไม่ได้จาก NordVPN

นอกจากนี้เราไม่ได้ทำการแจ้งความตั้งใจของเราให้ NordVPN ได้ทราบเมื่อเราสมัครรับบริการ และเราก็เก็บสิ่งนี้ไว้เป็นความลับจนกระทั่งการทดสอบเสร็จสิ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ความเสถียร

NordVPN สำหรับ PC ค่อนข้างเสถียร ในขณะที่กำลังทำการทดสอบ เราได้ถูกตัดการเชื่อมต่อเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นในช่วงที่กำลังนอนหลับอยู่ และจากการตั้งค่าของเราบริการนี้ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกลับโดยอัตโนมัติ

ข่าวดีคือเรายังคงได้รับการปกป้องอยู่ สิ่งที่เราไม่ต้องการแสดงให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้เห็นได้ถูกรบกวนด้วยการเชื่อมต่อตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้

เราพบกับปัญหาบางอย่างสำหรับแอพพลิเคชั่น Android การเชื่อมต่อนั้นทำได้ค่อนข้างยาก

หลังจากที่เราได้ทำการทดสอบแล้ว เราพบว่าบริการนี้มีความเสถียร (อย่างน้อยบนเครื่อง PC) และบริการนี้เป็นไปตามความต้องการทางด้านความปลอดภัยของเรา

เราจะเลือกเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วเหมาะสมที่สุดได้อย่างไร?

ในการที่จะหาเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดเพื่อทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN คุณจะต้องเลือกเซิฟเวอร์ที่สามารถใช้งานได้ตรงกับกิจกรรมที่คุณต้องการแล้วจึงทำการเชื่อมต่อ, ทำการดูความเร็ว, และทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำ ๆ ไปบนเซิฟเวอร์อื่นจนกระทั่งคุณพอใจ

ในความเห็นของเรากระบวนการนี้ยังไม่เพียงพอและไม่มีปุ่มที่ใช้สำหรับวัดประสิทธิภาพของเซิฟเวอร์โดยอัตโนมัติเพื่อหาตัวที่ตรงกับความต้องการของคุณ ผู้ให้บริการรายอื่นมีสิ่งนี้แต่ไม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากความบกพร่องในด้านความเร็วของเซิฟเวอร์ NordVPN แล้ว สิ่งนี้มีความเหมาะสมแล้ว

นอกจากนี้ยังไม่มีลิสต์ของโปรโตคอลภายในแอพพลิเคชั่นให้คุณเลือกโดยเฉพาะถ้าหากคุณต้องการการเชื่อมต่อแบบ 256-bit

จะหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธโดยเว็บไซต์ที่บล็อค IP บางตัวของพวกเราได้อย่างไร?

นี่อาจไม่ถือเป็น bug ของ NordVPN แต่จากผลของการที่ IP ที่ถูกปฏิเสธโดยเซิฟเวอร์บางตัวเนื่องจากผู้ใช้มีการเชื่อมต่อไปยัง IP เดียวกัน ได้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดีในอดีต

403

นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามที่จะเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า cpasbien ด้วย IP ที่พวกเขาไม่ชื่นชอบ

วิธีการแก้ปัญหาคือการใช้เซิฟเวอร์ตัวอื่นโดยใช้ IP ที่ไม่ถูกบล็อค NordVPN มีเซิฟเวอร์บางตัวที่จะมี IP สำหรับคุณโดยเฉพาะ

มันจะดีมากถ้าเซิฟเวอร์ทั้งหมดมีฟีเจอร์สนี้หรือให้คุณสามารถเลือก IP ของคุณได้จากลิสต์บนเซิฟเวอร์

เราจะป้องกันไม่ให้เว็บไซต์บางแห่งปฏิเสธการส่งข้อมูลแบบสตรีมในบางพื้นที่ได้หรือไม่ถึงแม้ว่าเซิฟเวอร์ที่ถูกเลือกนั้นอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว?

ในช่วงที่เราเดินทาง ในบางครั้งเราต้องการรับชมรายการ TV บางตัวในภาษาของเราเอง แต่ด้วยเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ การเผยแพร่รายการเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เมื่ออยู่นอกเขตประเทศที่รายการเหล่านี้สามารถรับชมได้

ถ้าหากคุณทำการเชื่อมต่อปกติ การสตรีมมิ่งนี้จะถูกปฏิเสธ

สิ่งนี้เรียกว่า geo-blocking และ VPN คือเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ในทางทฤษฎรีแล้วคุณเพียงแค่ทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN ไปยังเซิฟเวอร์จากประเทศต้นทางที่คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์เท่านั้น นอกจากนี้คุณยังจะต้องมีการเชื่อมต่อที่มีความเร็วเพียงพอที่จะหลอกเว็บไซต์เป้าหมายให้เชื่อว่าคุณกำลังอยู่ในประเทศนั้นจริง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณอาจอยู่ใต้ต้นมะพร้าวที่ชายหาดกำลังพักร้อนอยู่ในต่างประเทศก็ได้

อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ปัญหานี้ไม่ได้ผลเสมอไปเนื่องจาก IP ที่คุณได้รับอาจไม่ได้ถูกมองจากผู้ให้บริการว่าเป็น IP ที่อยู่ในประเทศนั้น ปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงกับ NordVPN

netflix

ตัวอย่างของการบล็อคตามพื้นที่ถึงแม้ว่าจะมีการใช้เซิฟเวอร์ในประเทศที่เหมาะสมแล้ว

เพื่อแก้ปัญหานี้คุณต้องทำการเลือกเซิฟเวอร์อื่นในพื้นที่เดียวกันซึ่งจะให้ IP ตัวใหม่กับคุณที่จะช่วยให้คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้

ในประเทศฝรั่งเศส NordVPN มีเซิฟเวอร์ 4 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นจะให้คุณสามารถดูรายการ TV ที่คุณต้องการได้ แต่ในเบลเยี่ยมจะมีเพียงแค่เซิฟเวอร์เดียว เช่นเดียวกับที่เดนมาร์คและบัลแกเรีย ... เราจะไม่บอกชื่อประเทศทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำบริการนี้ตราบใดที่คุณยังคงสามารถขอคือเงินได้เพื่อให้คุณได้ทดสอบจริง ๆ ว่าคุณสามารถรับชมเว็บไซต์ของรายการโทรทัศน์ที่คุณชื่นชอบได้จากเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่เช่นนั้นคุณอาจไม่สามารถรับชมตอนล่าสุดของ Dallas ที่คุณชื่นชอบได้ในขณะที่คุณกำลังเดินทางอยู่!

ความสามารถในการเลือก IP ได้มากมายในทุกเซิฟเวอร์ถือเป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยม

กล่าวโดยสรุป เราคิดว่า NORDVPN ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกเพื่อที่จะให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามพวกเขาถือเป็นหนึ่งใน VPN ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

  • 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเท
  • การเข้ารหัสแบบ 2048-bit SSL
  • มีนโยบายที่ไม่ให้มีการบันทึกการใช้งาน
  • การเชื่อมต่อแบบ Double VPN และ Tor VPN
  • VPN เกตเวย์สำหรับการสตรีมมิ่งสื่อโดยเฉพาะ
  • เริ่มต้นด้วย NordVPN ในตอนนี้
รับประกันคืนเงิน (วัน): 30
โมบายแอพพลิเคชั่น:
อุปกรณ์ต่อหนึ่งใบอนุญาต: 6
VPN แพลน: www.nordvpn.com
จอห์น โนริส
(บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยีและ vpn จากซานฟรานซิสโก)

NordVPN เป็น VPN อเนกประสงค์ที่ใช้งานได้กับอุปกรณ์ Android และสามารถทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ 6 ตัวพร้อมกันซึ่งไม่เหมือนกับ VPN พรีเมี่ยมรายอื่น ๆ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะเพื่อที่จะได้ความเร็วในระดับสูงและความปลอดภัย NordVPN มีการดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายของปานามาโดยมีเครือข่าย 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเทศ เซิฟเวอร์ VPN ของพวกเขาสามารถรองรับการตั้งค่าสำหรับการเข้ารหัสและการใช้งานต่าง ๆ ได้หลากหลายแบบ เช่น การแชร์ไฟล์และการสตรีมมิ่งสื่อ พวกเขายังมีการเชื่อมต่อ VPN แบบปกติที่มีการเข้ารหัสที่แน่นหนา เช่น 2048 bit SSL สำหรับโปรโตคอล OpenVPN หรือ AES-256 bit สำหรับโปรโตคอล L2TP ถ้าหากคุณต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้น คุณสามารถทำการเชื่อมต่อไปยังเซิฟเวอร์ Double VPN ของพวกเขาซึ่งทราฟฟิกจะถูกเชื่อมโยงผ่านเซิฟเวอร์ 2 ตัว และได้รับการเข้ารหัสสองชั้นด้วยการเข้ารหัสแบบ AES-256-CBC นอกจากนี้เซิฟเวอร์ของพวกเขายังสามารถรองรับโปรโตคอล OpenVPN, PPTP, L2TP กับ IPSec ได้อีกด้วย และคุณสามารถทำการเชื่อมต่อได้ 6 เครื่องพร้อมกัน

กาปกป้อง

NordVPN ให้สัญญาว่าจะไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งานใด ๆ, มีการเข้ารหัสการเชื่อมต่อในระดับ 2096 bits, มีเซิฟเวอร์ DNS เป็นของพวกเขาเองเพื่อปกป้องการรั่วไหล, และมีการใช้ "kill switch" เพื่อหยุดแอพพลิเคชั่นในกรณีที่การเชื่อมต่อขาดหาย

Nordvpn_protection

พวกเขายังมีเซิฟเวอร์บางตัวที่มี VPN แบบดับเบิ้ล

เกี่ยวกับนโยบายที่ไม่มีการบันทึกการใช้งานนั้น เราคงต้องเชื่อพวกเขาเนื่องจากถึงแม้ว่าตัวแทนผู้ให้บริการจะให้เหตุผลที่ดีแต่เราก็ยังไม่สามารถหาทางตรวจสอบได้ และนี่ก็เป็นปัญหาสำหรับผู้ให้บริการ VPN อื่นเช่นกัน เรารู้แต่ "ผู้ที่ไม่หวังดี" ซึ่งเราจับได้ด้วยข้อมูลที่มีการบันทึกไว้

เช่นเดียวกับการเข้ารหัสการเชื่อมต่อแบ 2096 bits ในการที่จะสามารถตรวจสอบสิ่งนี้ได้นั้น เราจะต้องไปดูที่การแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนคีย์ซึ่งจะต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะทำได้สำหรับบทความนี้

เช่นเดียวกับ VPN แบบดับเบิ้ล เนื่องจากพวกเขาจะต้องให้เราสามารถเข้าไปถึงการตั้งค่าของเซิฟเวอร์ของพวกเขา

อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณ เครื่องมือที่เป็นประโยชน์นี้ที่จะแสดงข้อมูลทั้งหมดของคุณที่รั่วไหลออกไป เราสามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเราได้ถูกซ่อนเป็นอย่างดีและยังไม่มีการรั่วของ DNS

เรายังได้พบอีกว่าปุ่ม "kill switch" นั้นสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี

เราจึงสามารถเชื่อได้ว่า NordVPN นั้นให้การปกป้องได้อย่างดีเยี่ยมและนี่เป็นคุณสมบัติเด่นที่สำคัญของ VPN

NordVPN มีการปกป้องที่ยอดเยี่ยม โดยมีการเข้ารหัสแบบ 2096 bit ซึ่งมีซับซ้อนต่อการถอดรหัสเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ในปี 2010 นักวิจัยสามารถถอดรหัสคีย์ 768-bit ได้และมีการใช้เวลานานมาก (ด้วย INRIA เครื่องคำนวณจากสถาบันวิจัยของฝรั่งเศสที่เทียบเท่ากับ 425 quad-core PC เป็นเวลาหนึ่งปี)

มีการคาดการณ์ไว้ว่าการเข้ารหัสแบบ 2096 bit จะไม่สามารถถูกถอดรหัสด้วยวิธีการ brute force ได้ก่อนปี 2030 อย่างไรก็ตามในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ซึ่งในที่สุดแล้วจะสามารถถอดรหัสได้ทุกสิ่ง แต่ในปัจจุบันสิ่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและความซับซ้อนของมันอยู่เหนือความสามารถในการทำความเข้าใจของเรา

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ จากที่เราได้ค้นคว้ามาเราพบว่ามันยังอีกไกลกว่าจะสามารถทำงานได้ ประเทศจีนได้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงและได้ประกาศว่าพวกเขาได้เริ่มต้นใช้งานการสื่อสารผ่านทางดาวเทียมแบบควอนตัมแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังมีเป้าหมายสำหรับปี 2030 อีกด้วย

ความพยายามในการเข้ารหัสจะต้องขึ้นอยู่กับมูลค่าของข้อมูลที่เราจะต้องปกป้องและ NSA ก็ยังไม่ได้เปิดเผยถึงความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา แต่โดยส่วนตัวแล้วเรารู้สึกได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสแบบ 256-bit เนื่องจากการความพยายามเจาะรหัสข้อมูลของเราจะไม่คุ้มค่ากับความลับที่เราได้เก็บไว้

แล้วอะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่แท้จริงสำหรับ dual 2096 VPN bits นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว? โดยส่วนตัวเราไม่เห็นเป็นอย่างอื่น

คุณอาจคิดว่าถ้าหากมันสามารถทำอะไรได้มากขึ้นแล้วมันก็คงจะสามารถทำอะไรได้น้อยลงเช่นกัน สิ่งนี้อาจเป็นจริงได้ถ้าหากไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับความเร็ว อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เช่นนั้น!

ยิ่งการเข้ารหัสมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของความเร็วที่ได้ยิ่งจะลดลงมากเท่านั้น สำหรับ double-VPN ความเร็วจะลดลงสู่ระดับกว่าที่สามารถยอมรับได้

ทุกอย่างย่อมมีความเกี่ยวข้องกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้พัฒนาระบบการสื่อสารความถี่ต่ำมากสำหรับช่วงส่งผ่านข้อมูลการปฏิบัติไปให้กับเรือดำน้ำโดยไม่ต้องให้เรือดำน้ำขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ การสื่อสารนี้ช้ามากโดยใช้เวลาหลายนาทีสำหรับการส่งข้อความที่มีขนาดเดียวกับข้อความบนเครื่องโทรศัพท์ แต่มันก็สามารถตอบโจทย์ของพวกเขาได้เนื่องจากพวกเขาต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรือดำน้ำถูกตรวจจับได้

เราไม่ใช่สายลับ เราไม่ได้เป็นอาชญากรหรือผู้ก่อการร้าย เราไม่ได้อยู่ในประเทศที่จับผู้คนขังคุกจากการแสดงความคิดเห็น เราต้องการเพียงแค่ปกป้องข้อมูลส่วนตัว และการเข้ารหัสแบบ 256-bit (OpenVPN) ก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา ผู้ใช้งานแต่ละคนควรประเมินระดับของการเข้ารหัสที่ตัวเองต้องการจริง ๆ

คุณภาพของการปกป้องคือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ NordVPN มันช่วยปกป้องเราได้มากกว่าความต้องการของเรา

 

ความเร็ว

การทดสอบความเร็วเกือบทั้งหมดของเรานั้นเราได้ใช้เว็บไซต์ Speedtest จาก Ookla เป็นตัวทดสอบ เว็บไซต์นี้มีความจริงจังมากแต่เราก็ไม่สามารถละเลยความพยายามบางอย่างที่ผู้ให้บริการ VPN บางรายมีโดยการเพิ่มความสำคัญให้เมื่อพบว่ากำลังมีการวัดความเร็วอยู่

เราไม่ได้บอกว่าผู้ให้บริการ VPN กำลังโกง แต่ในความเห็นของเราแล้วพวกเขาอาจจะพยายามทำอยู่ก็เป็นได้ นี่คือเหตุผลที่เราเพิ่มการทดสอบที่มีความแม่นยำน้อยกว่าที่ตรงกับความต้องการของเรา

สำหรับตอนนี้เราจะเน้นไปที่ Speedtest

เรามีการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างดี เราใช้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบใยแก้วนำแสง ความเร็วในการดาวน์โหลดของเรา (แบบไม่มี VPN) คือ 520 Mb ต่อวินาที, ความเร็วในการอัพโหลด 240 Mb, และ ping 7 ms ผลการทดสอบเหล่านี้มีความเสถียรและรับรองโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของเรา

Nordvpn_speed01

การเชื่อมต่อโดยไม่ใช้ VPN

สิ่งนี้อยู่เหนือระดับความเป็นไปได้ของ VPN ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันเป็นอย่างมาก เราคาดว่าแพลทฟอร์มทดสอบของเราไม่ได้บิดเบือนผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพในการเชื่อมต่อของเรา เราคาดหวังที่จะวัดได้ 100 Mb / s สำหรับความเร็ว VPN และ pings ที่ประมาณ 20 ms เมื่อเซิฟเวอร์อยู่ใกล้ นี่คือสิ่งที่เราได้พบสำหรับคู่แข่งของ NordVPN

เราได้ทำการวัดความเร็วของเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดของ NordVPN ซึ่งสามารถทำ P2P ได้ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่เราวัดได้นั้นต่ำกว่าที่เราคาดหวังเอาไว้มาก:

Nordvpn_speed02

Germany server 41

Nordvpn_speed03

Germany server 35

NL_server

Nederlands Server 14

รางวัลตกเป็นของ double VPN:

Nordvpn_speed04

เราคิดว่า NordVPN ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้จนกระทั่งเราได้ทำการทดสอบใหม่ในวันเสาร์ช่วงเช้า ผลที่เราวัดได้นั้นแตกต่างจากของเดิมเป็นอย่างมาก :

Nordvpn_speed05

German server 35

เราคาดว่าความแตกต่างของผลลัพธ์จากการวัดเหล่านี้เป็นเพราะเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่ได้เป็นแบบ dedicated ดังนั้นแบนด์วิธของพวกเขาจึงไม่ได้รับการรับประกันว่าจะเป็นนั้นตามสัญญา (สัญญาประเภทนี้มีราคาที่แพงกว่า)

เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอนเราได้ทำการทดสอบความเร็วเพิ่มเติม: ทดสอบว่าเราจะสามารถอัพโหลดไฟล์ torrents ได้ขนาดเท่าใดด้วย NordVPN ภายในเวลา 24 ชั่วโมง และจะใช้เวลาเท่าใดในการดาวน์โหลด torrent หนึ่ง ๆ (เหมือนเดิมทุกครั้ง)

การทดสอบเพิ่มเติมนี้ยังคงเป็นที่สงสัยอยู่เนื่องจากระบบการแลกเปลี่ยน torrents จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน: ถ้าหากไม่มีใครต้องการ torrents ที่เราได้แชร์ไป เราจะมีระบบที่รวดเร็วมากและขนาดของไฟล์ที่ได้อัพโหลดจะเป็นศูนย์ ในลักษณะคล้าย ๆ กัน ถ้าหากเซิฟเวอร์ที่รวดเร็วที่สุดไม่ได้มีไว้เพื่อแชร์ไฟล์ torrents ที่เราต้องการดาวน์โหลด เราจะมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมากแต่การส่งผ่านข้อมูลจะใช้ระยะเวลานาน

ดังนั้นถ้าหากเราต้องการวัดปริมาณการอัพโหลดในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ปริมาณของข้อมูลที่ถูกแชร์ออกไปจะมีผลต่อความเร็วของเซิฟเวอร์เนื่องจากโปรโตคอลสำหรับการแชร์ torrents จะชื่นชอบการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะดาวน์โหลด torrent จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วที่มีการทำงานอย่างคงที่

ข้อมูลนี้ทำให้เรารู้สึกประทับใจในความเร็วหรือความช้าของบริการเนื่องจากเราไม่ค่อยสนใจที่จะได้หรือเสียเวลาไม่กี่มิลลิวินาทีเมื่อเราใช้งานสิ่งนี้ในชีวิตประจำวัน speed01

ตลอดช่วง 24 ชั่วโมง เราได้อัพโหลดข้อมูลทั้งหมด 43.5 GB ด้วย NordVPN (กราฟไม่ได้แสดงระยะเวลาเกินกว่า 6 ชั่วโมง) ซึ่งปริมาณข้อมูลระดับนี้คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณข้อมูลที่เราได้รับโดยปกติ

speed02

การดาวน์โหลดไฟล์ 3.5 GB ใช้เวลาน้อยกว่า 24 นาทีหลังจากที่ได้มีความล่าช้าในช่วงต้นเป็นเวลา 5 นาที ดังนั้นจึงใช้เวลารวมทั้งหมด 29 นาที เราค่อนข้างห่างจากสิ่งที่ผู้ให้บริการอื่นมี

บนเว็บไซต์ของพวกเขาได้มีการแสดงฟีเจอร์สของ NordVPN ซึ่งได้พูดเกี่ยวกับ "lightning speed" และ “blazing throughput”

ในความคิดของเราสิ่งที่ได้กล่าวอ้างเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนออกมาในการใช้งานจริง

Bug

โปรดระวัง bug พวกมันไม่ใช่เป็นตัวบล็อคแต่พวกมันมีอยู่:

bugs

นี่คือตัวแรก สัญญาของเราให้เราสามารถทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 6 เครื่องพร้อมกันบน VPN ด้วยการที่ฉันไม่ได้มีครอบครัวขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงคิดว่าคงไม่ได้ใช้งานกับอุปกรณ์จำนวนมาเท่านี้พร้อมกัน ที่ด้านมุมบนขวาของแอพพลิเคชั่น คุณจะพบกับตัวนับจำนวนอุปกรณ์ที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ของคุณ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเท่านั้นที่มีการเชื่อมต่อ ตัวนับนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นถ้าหากเราอยู่ต่างประเทศเราอาจถูกปฏิเสธการเชื่อมต่อได้เนื่องจากจำนวนของอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อได้แสดงเอาไว้สูงสุดแล้ว

ทีมงานช่วยเหลือบอกเราว่านี่เป็นเพียงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวกับการแสดงผลเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถทำการเชื่อมต่อได้ เราจึงต้องรอดูต่อไป...

คุณต้องการดูข้อผิดพลาดอื่นอีกหรือไม่? นี่คืออีกตัวหนึ่ง

เพื่อที่จะช่วยเราเลือกเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดในการเชื่อมต่อ NordVPN มีการแสดงตัวบ่งชี้ 3 ตัว:

  1. กิจกรรมที่สามารถทำได้บนเซิฟเวอร์นี้เมื่อนำเม้าส์ไปวางไว้บนชื่อของเซิฟเวอร์
  2. ping หรือการตอบสนองของเซิฟเวอร์นี้,
  3. เปอร์เซ็นต์โหลดของเซิฟเวอร์ที่แสดงเป็นสามเหลี่ยมเล็ก ๆ สีเขียวคือไม่ยุ่ง, สีส้มคือค่อนข้างยุ่ง, เราไม่พบสีแดง

ในทางทฤษฎีแล้วในการที่จะเลือกเซิฟเวอร์ได้อย่างถูกต้องนั้น เราจะต้องตรวจสอบได้แน่ใจว่ากิจกรรมของเซิฟเวอร์นั้นตรงกับความต้องการของเรา ดังนั้นเราจึงเลือกตัวที่มี ping ต่ำที่สุดและมีโหลดต่ำที่สุด สิ่งนี้จะทำให้เราได้รับประโยชน์จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วมากที่สุด

เราได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป ถ้าหากคุณได้ทำการเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ที่ค่อนข้างช้าและคุณคลิกที่ปุ่ม "exchange server" ตัวเลขของ pings ที่แสดงจะไม่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่เรากำลังจะได้รับ Nord08

Bug ตัวสุดท้าย: เราลองทำให้แอพพลิเคชั่นนี้พัง ไม่ต้องถามว่าทำอย่างไร เราสามารถตัดการเชื่อมต่อได้เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความปลอดภัย หลังจากนั้นเรากำลังจะทำการปิดแอพพลิเคชั่นเมื่อเราพบกับข้อความนี้:

nord09

มีผู้คนจำนวนมากที่ลองทำให้อุปกรณ์ของตัวเองพังเพียงแค่เพื่อต้องการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น เราสามารถทำเช่นนี้ได้ในอดีต แล้วเราจะกลับมา!

ไม่มี bug ตัวใดที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพของการให้บริการ

นี่คือความพยายามที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เพียงแค่นำข้อมูลบนโบรชัวร์ของผู้ให้บริการมาแสดงเพื่อแสดงความเห็นของเราเพียงเท่านั้นเหมือนกับที่คู่แข่งคนอื่นชอบทำ

เราต้องการทำให้ได้ดีที่สุดเพื่อให้คุณได้ทราบถึงสิ่งที่คุณสามารถคาดหวังได้และไม่ได้จาก NordVPN

นอกจากนี้เราไม่ได้ทำการแจ้งความตั้งใจของเราให้ NordVPN ได้ทราบเมื่อเราสมัครรับบริการ และเราก็เก็บสิ่งนี้ไว้เป็นความลับจนกระทั่งการทดสอบเสร็จสิ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ความเสถียร

NordVPN สำหรับ PC ค่อนข้างเสถียร ในขณะที่กำลังทำการทดสอบ เราได้ถูกตัดการเชื่อมต่อเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นในช่วงที่กำลังนอนหลับอยู่ และจากการตั้งค่าของเราบริการนี้ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกลับโดยอัตโนมัติ

ข่าวดีคือเรายังคงได้รับการปกป้องอยู่ สิ่งที่เราไม่ต้องการแสดงให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้เห็นได้ถูกรบกวนด้วยการเชื่อมต่อตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้

เราพบกับปัญหาบางอย่างสำหรับแอพพลิเคชั่น Android การเชื่อมต่อนั้นทำได้ค่อนข้างยาก

หลังจากที่เราได้ทำการทดสอบแล้ว เราพบว่าบริการนี้มีความเสถียร (อย่างน้อยบนเครื่อง PC) และบริการนี้เป็นไปตามความต้องการทางด้านความปลอดภัยของเรา

เราจะเลือกเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วเหมาะสมที่สุดได้อย่างไร?

ในการที่จะหาเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดเพื่อทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN คุณจะต้องเลือกเซิฟเวอร์ที่สามารถใช้งานได้ตรงกับกิจกรรมที่คุณต้องการแล้วจึงทำการเชื่อมต่อ, ทำการดูความเร็ว, และทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำ ๆ ไปบนเซิฟเวอร์อื่นจนกระทั่งคุณพอใจ

ในความเห็นของเรากระบวนการนี้ยังไม่เพียงพอและไม่มีปุ่มที่ใช้สำหรับวัดประสิทธิภาพของเซิฟเวอร์โดยอัตโนมัติเพื่อหาตัวที่ตรงกับความต้องการของคุณ ผู้ให้บริการรายอื่นมีสิ่งนี้แต่ไม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากความบกพร่องในด้านความเร็วของเซิฟเวอร์ NordVPN แล้ว สิ่งนี้มีความเหมาะสมแล้ว

นอกจากนี้ยังไม่มีลิสต์ของโปรโตคอลภายในแอพพลิเคชั่นให้คุณเลือกโดยเฉพาะถ้าหากคุณต้องการการเชื่อมต่อแบบ 256-bit

จะหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธโดยเว็บไซต์ที่บล็อค IP บางตัวของพวกเราได้อย่างไร?

นี่อาจไม่ถือเป็น bug ของ NordVPN แต่จากผลของการที่ IP ที่ถูกปฏิเสธโดยเซิฟเวอร์บางตัวเนื่องจากผู้ใช้มีการเชื่อมต่อไปยัง IP เดียวกัน ได้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดีในอดีต

403

นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามที่จะเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า cpasbien ด้วย IP ที่พวกเขาไม่ชื่นชอบ

วิธีการแก้ปัญหาคือการใช้เซิฟเวอร์ตัวอื่นโดยใช้ IP ที่ไม่ถูกบล็อค NordVPN มีเซิฟเวอร์บางตัวที่จะมี IP สำหรับคุณโดยเฉพาะ

มันจะดีมากถ้าเซิฟเวอร์ทั้งหมดมีฟีเจอร์สนี้หรือให้คุณสามารถเลือก IP ของคุณได้จากลิสต์บนเซิฟเวอร์

เราจะป้องกันไม่ให้เว็บไซต์บางแห่งปฏิเสธการส่งข้อมูลแบบสตรีมในบางพื้นที่ได้หรือไม่ถึงแม้ว่าเซิฟเวอร์ที่ถูกเลือกนั้นอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว?

ในช่วงที่เราเดินทาง ในบางครั้งเราต้องการรับชมรายการ TV บางตัวในภาษาของเราเอง แต่ด้วยเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ การเผยแพร่รายการเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เมื่ออยู่นอกเขตประเทศที่รายการเหล่านี้สามารถรับชมได้

ถ้าหากคุณทำการเชื่อมต่อปกติ การสตรีมมิ่งนี้จะถูกปฏิเสธ

สิ่งนี้เรียกว่า geo-blocking และ VPN คือเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ในทางทฤษฎรีแล้วคุณเพียงแค่ทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN ไปยังเซิฟเวอร์จากประเทศต้นทางที่คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์เท่านั้น นอกจากนี้คุณยังจะต้องมีการเชื่อมต่อที่มีความเร็วเพียงพอที่จะหลอกเว็บไซต์เป้าหมายให้เชื่อว่าคุณกำลังอยู่ในประเทศนั้นจริง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณอาจอยู่ใต้ต้นมะพร้าวที่ชายหาดกำลังพักร้อนอยู่ในต่างประเทศก็ได้

อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ปัญหานี้ไม่ได้ผลเสมอไปเนื่องจาก IP ที่คุณได้รับอาจไม่ได้ถูกมองจากผู้ให้บริการว่าเป็น IP ที่อยู่ในประเทศนั้น ปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงกับ NordVPN

netflix

ตัวอย่างของการบล็อคตามพื้นที่ถึงแม้ว่าจะมีการใช้เซิฟเวอร์ในประเทศที่เหมาะสมแล้ว

เพื่อแก้ปัญหานี้คุณต้องทำการเลือกเซิฟเวอร์อื่นในพื้นที่เดียวกันซึ่งจะให้ IP ตัวใหม่กับคุณที่จะช่วยให้คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้

ในประเทศฝรั่งเศส NordVPN มีเซิฟเวอร์ 4 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นจะให้คุณสามารถดูรายการ TV ที่คุณต้องการได้ แต่ในเบลเยี่ยมจะมีเพียงแค่เซิฟเวอร์เดียว เช่นเดียวกับที่เดนมาร์คและบัลแกเรีย ... เราจะไม่บอกชื่อประเทศทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำบริการนี้ตราบใดที่คุณยังคงสามารถขอคือเงินได้เพื่อให้คุณได้ทดสอบจริง ๆ ว่าคุณสามารถรับชมเว็บไซต์ของรายการโทรทัศน์ที่คุณชื่นชอบได้จากเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่เช่นนั้นคุณอาจไม่สามารถรับชมตอนล่าสุดของ Dallas ที่คุณชื่นชอบได้ในขณะที่คุณกำลังเดินทางอยู่!

ความสามารถในการเลือก IP ได้มากมายในทุกเซิฟเวอร์ถือเป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยม

กล่าวโดยสรุป เราคิดว่า NORDVPN ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกเพื่อที่จะให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามพวกเขาถือเป็นหนึ่งใน VPN ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

  • 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเท
  • การเข้ารหัสแบบ 2048-bit SSL
  • มีนโยบายที่ไม่ให้มีการบันทึกการใช้งาน
  • การเชื่อมต่อแบบ Double VPN และ Tor VPN
  • VPN เกตเวย์สำหรับการสตรีมมิ่งสื่อโดยเฉพาะ
  • เริ่มต้นด้วย NordVPN ในตอนนี้
รับประกันคืนเงิน (วัน): 30
โมบายแอพพลิเคชั่น:
อุปกรณ์ต่อหนึ่งใบอนุญาต: 6
VPN แพลน: www.nordvpn.com
จอห์น โนริส
(บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยีและ vpn จากซานฟรานซิสโก)

NordVPN เป็น VPN อเนกประสงค์ที่ใช้งานได้กับอุปกรณ์ iOS ซึ่งได้แก่ iPhone, iPad และ Mac คุณสามารถทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ 6 ตัวพร้อมกันหรือใช้บน wifi ของคุณเพื่อให้ระบบเน็ตเวิร์คของคุณทั้งหมดปลอดภัย ผู้ให้บริการรายนี้ไม่เหมือนกับ VPN พรีเมี่ยมรายอื่น ๆ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะเพื่อที่จะได้ความเร็วในระดับสูงและความปลอดภัย NordVPN มีการดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายของปานามาโดยมีเครือข่าย 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเทศ เซิฟเวอร์ VPN ของพวกเขาสามารถรองรับการตั้งค่าสำหรับการเข้ารหัสและการใช้งานต่าง ๆ ได้หลากหลายแบบ เช่น การแชร์ไฟล์และการสตรีมมิ่งสื่อ พวกเขายังมีการเชื่อมต่อ VPN แบบปกติที่มีการเข้ารหัสที่แน่นหนา เช่น 2048 bit SSL สำหรับโปรโตคอล OpenVPN หรือ AES-256 bit สำหรับโปรโตคอล L2TP ถ้าหากคุณต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้น คุณสามารถทำการเชื่อมต่อไปยังเซิฟเวอร์ Double VPN ของพวกเขาซึ่งทราฟฟิกจะถูกเชื่อมโยงผ่านเซิฟเวอร์ 2 ตัว และได้รับการเข้ารหัสสองชั้นด้วยการเข้ารหัสแบบ AES-256-CBC นอกจากนี้เซิฟเวอร์ของพวกเขายังสามารถรองรับโปรโตคอล OpenVPN, PPTP, L2TP กับ IPSec ได้อีกด้วย และคุณสามารถทำการเชื่อมต่อได้ 6 เครื่องพร้อมกัน

กาปกป้อง

NordVPN ให้สัญญาว่าจะไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งานใด ๆ, มีการเข้ารหัสการเชื่อมต่อในระดับ 2096 bits, มีเซิฟเวอร์ DNS เป็นของพวกเขาเองเพื่อปกป้องการรั่วไหล, และมีการใช้ "kill switch" เพื่อหยุดแอพพลิเคชั่นในกรณีที่การเชื่อมต่อขาดหาย

Nordvpn_protection

พวกเขายังมีเซิฟเวอร์บางตัวที่มี VPN แบบดับเบิ้ล

เกี่ยวกับนโยบายที่ไม่มีการบันทึกการใช้งานนั้น เราคงต้องเชื่อพวกเขาเนื่องจากถึงแม้ว่าตัวแทนผู้ให้บริการจะให้เหตุผลที่ดีแต่เราก็ยังไม่สามารถหาทางตรวจสอบได้ และนี่ก็เป็นปัญหาสำหรับผู้ให้บริการ VPN อื่นเช่นกัน เรารู้แต่ "ผู้ที่ไม่หวังดี" ซึ่งเราจับได้ด้วยข้อมูลที่มีการบันทึกไว้

เช่นเดียวกับการเข้ารหัสการเชื่อมต่อแบ 2096 bits ในการที่จะสามารถตรวจสอบสิ่งนี้ได้นั้น เราจะต้องไปดูที่การแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนคีย์ซึ่งจะต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะทำได้สำหรับบทความนี้

เช่นเดียวกับ VPN แบบดับเบิ้ล เนื่องจากพวกเขาจะต้องให้เราสามารถเข้าไปถึงการตั้งค่าของเซิฟเวอร์ของพวกเขา

อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณ เครื่องมือที่เป็นประโยชน์นี้ที่จะแสดงข้อมูลทั้งหมดของคุณที่รั่วไหลออกไป เราสามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเราได้ถูกซ่อนเป็นอย่างดีและยังไม่มีการรั่วของ DNS

เรายังได้พบอีกว่าปุ่ม "kill switch" นั้นสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี

เราจึงสามารถเชื่อได้ว่า NordVPN นั้นให้การปกป้องได้อย่างดีเยี่ยมและนี่เป็นคุณสมบัติเด่นที่สำคัญของ VPN

NordVPN มีการปกป้องที่ยอดเยี่ยม โดยมีการเข้ารหัสแบบ 2096 bit ซึ่งมีซับซ้อนต่อการถอดรหัสเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ในปี 2010 นักวิจัยสามารถถอดรหัสคีย์ 768-bit ได้และมีการใช้เวลานานมาก (ด้วย INRIA เครื่องคำนวณจากสถาบันวิจัยของฝรั่งเศสที่เทียบเท่ากับ 425 quad-core PC เป็นเวลาหนึ่งปี)

มีการคาดการณ์ไว้ว่าการเข้ารหัสแบบ 2096 bit จะไม่สามารถถูกถอดรหัสด้วยวิธีการ brute force ได้ก่อนปี 2030 อย่างไรก็ตามในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ซึ่งในที่สุดแล้วจะสามารถถอดรหัสได้ทุกสิ่ง แต่ในปัจจุบันสิ่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและความซับซ้อนของมันอยู่เหนือความสามารถในการทำความเข้าใจของเรา

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ จากที่เราได้ค้นคว้ามาเราพบว่ามันยังอีกไกลกว่าจะสามารถทำงานได้ ประเทศจีนได้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงและได้ประกาศว่าพวกเขาได้เริ่มต้นใช้งานการสื่อสารผ่านทางดาวเทียมแบบควอนตัมแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังมีเป้าหมายสำหรับปี 2030 อีกด้วย

ความพยายามในการเข้ารหัสจะต้องขึ้นอยู่กับมูลค่าของข้อมูลที่เราจะต้องปกป้องและ NSA ก็ยังไม่ได้เปิดเผยถึงความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา แต่โดยส่วนตัวแล้วเรารู้สึกได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสแบบ 256-bit เนื่องจากการความพยายามเจาะรหัสข้อมูลของเราจะไม่คุ้มค่ากับความลับที่เราได้เก็บไว้

แล้วอะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่แท้จริงสำหรับ dual 2096 VPN bits นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว? โดยส่วนตัวเราไม่เห็นเป็นอย่างอื่น

คุณอาจคิดว่าถ้าหากมันสามารถทำอะไรได้มากขึ้นแล้วมันก็คงจะสามารถทำอะไรได้น้อยลงเช่นกัน สิ่งนี้อาจเป็นจริงได้ถ้าหากไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับความเร็ว อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เช่นนั้น!

ยิ่งการเข้ารหัสมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของความเร็วที่ได้ยิ่งจะลดลงมากเท่านั้น สำหรับ double-VPN ความเร็วจะลดลงสู่ระดับกว่าที่สามารถยอมรับได้

ทุกอย่างย่อมมีความเกี่ยวข้องกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้พัฒนาระบบการสื่อสารความถี่ต่ำมากสำหรับช่วงส่งผ่านข้อมูลการปฏิบัติไปให้กับเรือดำน้ำโดยไม่ต้องให้เรือดำน้ำขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ การสื่อสารนี้ช้ามากโดยใช้เวลาหลายนาทีสำหรับการส่งข้อความที่มีขนาดเดียวกับข้อความบนเครื่องโทรศัพท์ แต่มันก็สามารถตอบโจทย์ของพวกเขาได้เนื่องจากพวกเขาต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรือดำน้ำถูกตรวจจับได้

เราไม่ใช่สายลับ เราไม่ได้เป็นอาชญากรหรือผู้ก่อการร้าย เราไม่ได้อยู่ในประเทศที่จับผู้คนขังคุกจากการแสดงความคิดเห็น เราต้องการเพียงแค่ปกป้องข้อมูลส่วนตัว และการเข้ารหัสแบบ 256-bit (OpenVPN) ก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา ผู้ใช้งานแต่ละคนควรประเมินระดับของการเข้ารหัสที่ตัวเองต้องการจริง ๆ

คุณภาพของการปกป้องคือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ NordVPN มันช่วยปกป้องเราได้มากกว่าความต้องการของเรา

 

ความเร็ว

การทดสอบความเร็วเกือบทั้งหมดของเรานั้นเราได้ใช้เว็บไซต์ Speedtest จาก Ookla เป็นตัวทดสอบ เว็บไซต์นี้มีความจริงจังมากแต่เราก็ไม่สามารถละเลยความพยายามบางอย่างที่ผู้ให้บริการ VPN บางรายมีโดยการเพิ่มความสำคัญให้เมื่อพบว่ากำลังมีการวัดความเร็วอยู่

เราไม่ได้บอกว่าผู้ให้บริการ VPN กำลังโกง แต่ในความเห็นของเราแล้วพวกเขาอาจจะพยายามทำอยู่ก็เป็นได้ นี่คือเหตุผลที่เราเพิ่มการทดสอบที่มีความแม่นยำน้อยกว่าที่ตรงกับความต้องการของเรา

สำหรับตอนนี้เราจะเน้นไปที่ Speedtest

เรามีการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างดี เราใช้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบใยแก้วนำแสง ความเร็วในการดาวน์โหลดของเรา (แบบไม่มี VPN) คือ 520 Mb ต่อวินาที, ความเร็วในการอัพโหลด 240 Mb, และ ping 7 ms ผลการทดสอบเหล่านี้มีความเสถียรและรับรองโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของเรา

Nordvpn_speed01

การเชื่อมต่อโดยไม่ใช้ VPN

สิ่งนี้อยู่เหนือระดับความเป็นไปได้ของ VPN ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันเป็นอย่างมาก เราคาดว่าแพลทฟอร์มทดสอบของเราไม่ได้บิดเบือนผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพในการเชื่อมต่อของเรา เราคาดหวังที่จะวัดได้ 100 Mb / s สำหรับความเร็ว VPN และ pings ที่ประมาณ 20 ms เมื่อเซิฟเวอร์อยู่ใกล้ นี่คือสิ่งที่เราได้พบสำหรับคู่แข่งของ NordVPN

เราได้ทำการวัดความเร็วของเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดของ NordVPN ซึ่งสามารถทำ P2P ได้ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่เราวัดได้นั้นต่ำกว่าที่เราคาดหวังเอาไว้มาก:

Nordvpn_speed02

Germany server 41

Nordvpn_speed03

Germany server 35

NL_server

Nederlands Server 14

รางวัลตกเป็นของ double VPN:

Nordvpn_speed04

เราคิดว่า NordVPN ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้จนกระทั่งเราได้ทำการทดสอบใหม่ในวันเสาร์ช่วงเช้า ผลที่เราวัดได้นั้นแตกต่างจากของเดิมเป็นอย่างมาก :

Nordvpn_speed05

German server 35

เราคาดว่าความแตกต่างของผลลัพธ์จากการวัดเหล่านี้เป็นเพราะเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่ได้เป็นแบบ dedicated ดังนั้นแบนด์วิธของพวกเขาจึงไม่ได้รับการรับประกันว่าจะเป็นนั้นตามสัญญา (สัญญาประเภทนี้มีราคาที่แพงกว่า)

เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอนเราได้ทำการทดสอบความเร็วเพิ่มเติม: ทดสอบว่าเราจะสามารถอัพโหลดไฟล์ torrents ได้ขนาดเท่าใดด้วย NordVPN ภายในเวลา 24 ชั่วโมง และจะใช้เวลาเท่าใดในการดาวน์โหลด torrent หนึ่ง ๆ (เหมือนเดิมทุกครั้ง)

การทดสอบเพิ่มเติมนี้ยังคงเป็นที่สงสัยอยู่เนื่องจากระบบการแลกเปลี่ยน torrents จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน: ถ้าหากไม่มีใครต้องการ torrents ที่เราได้แชร์ไป เราจะมีระบบที่รวดเร็วมากและขนาดของไฟล์ที่ได้อัพโหลดจะเป็นศูนย์ ในลักษณะคล้าย ๆ กัน ถ้าหากเซิฟเวอร์ที่รวดเร็วที่สุดไม่ได้มีไว้เพื่อแชร์ไฟล์ torrents ที่เราต้องการดาวน์โหลด เราจะมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมากแต่การส่งผ่านข้อมูลจะใช้ระยะเวลานาน

ดังนั้นถ้าหากเราต้องการวัดปริมาณการอัพโหลดในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ปริมาณของข้อมูลที่ถูกแชร์ออกไปจะมีผลต่อความเร็วของเซิฟเวอร์เนื่องจากโปรโตคอลสำหรับการแชร์ torrents จะชื่นชอบการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะดาวน์โหลด torrent จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วที่มีการทำงานอย่างคงที่

ข้อมูลนี้ทำให้เรารู้สึกประทับใจในความเร็วหรือความช้าของบริการเนื่องจากเราไม่ค่อยสนใจที่จะได้หรือเสียเวลาไม่กี่มิลลิวินาทีเมื่อเราใช้งานสิ่งนี้ในชีวิตประจำวัน speed01

ตลอดช่วง 24 ชั่วโมง เราได้อัพโหลดข้อมูลทั้งหมด 43.5 GB ด้วย NordVPN (กราฟไม่ได้แสดงระยะเวลาเกินกว่า 6 ชั่วโมง) ซึ่งปริมาณข้อมูลระดับนี้คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณข้อมูลที่เราได้รับโดยปกติ

speed02

การดาวน์โหลดไฟล์ 3.5 GB ใช้เวลาน้อยกว่า 24 นาทีหลังจากที่ได้มีความล่าช้าในช่วงต้นเป็นเวลา 5 นาที ดังนั้นจึงใช้เวลารวมทั้งหมด 29 นาที เราค่อนข้างห่างจากสิ่งที่ผู้ให้บริการอื่นมี

บนเว็บไซต์ของพวกเขาได้มีการแสดงฟีเจอร์สของ NordVPN ซึ่งได้พูดเกี่ยวกับ "lightning speed" และ “blazing throughput”

ในความคิดของเราสิ่งที่ได้กล่าวอ้างเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนออกมาในการใช้งานจริง

Bug

โปรดระวัง bug พวกมันไม่ใช่เป็นตัวบล็อคแต่พวกมันมีอยู่:

bugs

นี่คือตัวแรก สัญญาของเราให้เราสามารถทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 6 เครื่องพร้อมกันบน VPN ด้วยการที่ฉันไม่ได้มีครอบครัวขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงคิดว่าคงไม่ได้ใช้งานกับอุปกรณ์จำนวนมาเท่านี้พร้อมกัน ที่ด้านมุมบนขวาของแอพพลิเคชั่น คุณจะพบกับตัวนับจำนวนอุปกรณ์ที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ของคุณ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเท่านั้นที่มีการเชื่อมต่อ ตัวนับนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นถ้าหากเราอยู่ต่างประเทศเราอาจถูกปฏิเสธการเชื่อมต่อได้เนื่องจากจำนวนของอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อได้แสดงเอาไว้สูงสุดแล้ว

ทีมงานช่วยเหลือบอกเราว่านี่เป็นเพียงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวกับการแสดงผลเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถทำการเชื่อมต่อได้ เราจึงต้องรอดูต่อไป...

คุณต้องการดูข้อผิดพลาดอื่นอีกหรือไม่? นี่คืออีกตัวหนึ่ง

เพื่อที่จะช่วยเราเลือกเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดในการเชื่อมต่อ NordVPN มีการแสดงตัวบ่งชี้ 3 ตัว:

  1. กิจกรรมที่สามารถทำได้บนเซิฟเวอร์นี้เมื่อนำเม้าส์ไปวางไว้บนชื่อของเซิฟเวอร์
  2. ping หรือการตอบสนองของเซิฟเวอร์นี้,
  3. เปอร์เซ็นต์โหลดของเซิฟเวอร์ที่แสดงเป็นสามเหลี่ยมเล็ก ๆ สีเขียวคือไม่ยุ่ง, สีส้มคือค่อนข้างยุ่ง, เราไม่พบสีแดง

ในทางทฤษฎีแล้วในการที่จะเลือกเซิฟเวอร์ได้อย่างถูกต้องนั้น เราจะต้องตรวจสอบได้แน่ใจว่ากิจกรรมของเซิฟเวอร์นั้นตรงกับความต้องการของเรา ดังนั้นเราจึงเลือกตัวที่มี ping ต่ำที่สุดและมีโหลดต่ำที่สุด สิ่งนี้จะทำให้เราได้รับประโยชน์จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วมากที่สุด

เราได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป ถ้าหากคุณได้ทำการเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ที่ค่อนข้างช้าและคุณคลิกที่ปุ่ม "exchange server" ตัวเลขของ pings ที่แสดงจะไม่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่เรากำลังจะได้รับ Nord08

Bug ตัวสุดท้าย: เราลองทำให้แอพพลิเคชั่นนี้พัง ไม่ต้องถามว่าทำอย่างไร เราสามารถตัดการเชื่อมต่อได้เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความปลอดภัย หลังจากนั้นเรากำลังจะทำการปิดแอพพลิเคชั่นเมื่อเราพบกับข้อความนี้:

nord09

มีผู้คนจำนวนมากที่ลองทำให้อุปกรณ์ของตัวเองพังเพียงแค่เพื่อต้องการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น เราสามารถทำเช่นนี้ได้ในอดีต แล้วเราจะกลับมา!

ไม่มี bug ตัวใดที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพของการให้บริการ

นี่คือความพยายามที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เพียงแค่นำข้อมูลบนโบรชัวร์ของผู้ให้บริการมาแสดงเพื่อแสดงความเห็นของเราเพียงเท่านั้นเหมือนกับที่คู่แข่งคนอื่นชอบทำ

เราต้องการทำให้ได้ดีที่สุดเพื่อให้คุณได้ทราบถึงสิ่งที่คุณสามารถคาดหวังได้และไม่ได้จาก NordVPN

นอกจากนี้เราไม่ได้ทำการแจ้งความตั้งใจของเราให้ NordVPN ได้ทราบเมื่อเราสมัครรับบริการ และเราก็เก็บสิ่งนี้ไว้เป็นความลับจนกระทั่งการทดสอบเสร็จสิ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ความเสถียร

NordVPN สำหรับ PC ค่อนข้างเสถียร ในขณะที่กำลังทำการทดสอบ เราได้ถูกตัดการเชื่อมต่อเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นในช่วงที่กำลังนอนหลับอยู่ และจากการตั้งค่าของเราบริการนี้ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกลับโดยอัตโนมัติ

ข่าวดีคือเรายังคงได้รับการปกป้องอยู่ สิ่งที่เราไม่ต้องการแสดงให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้เห็นได้ถูกรบกวนด้วยการเชื่อมต่อตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้

เราพบกับปัญหาบางอย่างสำหรับแอพพลิเคชั่น Android การเชื่อมต่อนั้นทำได้ค่อนข้างยาก

หลังจากที่เราได้ทำการทดสอบแล้ว เราพบว่าบริการนี้มีความเสถียร (อย่างน้อยบนเครื่อง PC) และบริการนี้เป็นไปตามความต้องการทางด้านความปลอดภัยของเรา

เราจะเลือกเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วเหมาะสมที่สุดได้อย่างไร?

ในการที่จะหาเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดเพื่อทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN คุณจะต้องเลือกเซิฟเวอร์ที่สามารถใช้งานได้ตรงกับกิจกรรมที่คุณต้องการแล้วจึงทำการเชื่อมต่อ, ทำการดูความเร็ว, และทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำ ๆ ไปบนเซิฟเวอร์อื่นจนกระทั่งคุณพอใจ

ในความเห็นของเรากระบวนการนี้ยังไม่เพียงพอและไม่มีปุ่มที่ใช้สำหรับวัดประสิทธิภาพของเซิฟเวอร์โดยอัตโนมัติเพื่อหาตัวที่ตรงกับความต้องการของคุณ ผู้ให้บริการรายอื่นมีสิ่งนี้แต่ไม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากความบกพร่องในด้านความเร็วของเซิฟเวอร์ NordVPN แล้ว สิ่งนี้มีความเหมาะสมแล้ว

นอกจากนี้ยังไม่มีลิสต์ของโปรโตคอลภายในแอพพลิเคชั่นให้คุณเลือกโดยเฉพาะถ้าหากคุณต้องการการเชื่อมต่อแบบ 256-bit

จะหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธโดยเว็บไซต์ที่บล็อค IP บางตัวของพวกเราได้อย่างไร?

นี่อาจไม่ถือเป็น bug ของ NordVPN แต่จากผลของการที่ IP ที่ถูกปฏิเสธโดยเซิฟเวอร์บางตัวเนื่องจากผู้ใช้มีการเชื่อมต่อไปยัง IP เดียวกัน ได้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดีในอดีต

403

นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามที่จะเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า cpasbien ด้วย IP ที่พวกเขาไม่ชื่นชอบ

วิธีการแก้ปัญหาคือการใช้เซิฟเวอร์ตัวอื่นโดยใช้ IP ที่ไม่ถูกบล็อค NordVPN มีเซิฟเวอร์บางตัวที่จะมี IP สำหรับคุณโดยเฉพาะ

มันจะดีมากถ้าเซิฟเวอร์ทั้งหมดมีฟีเจอร์สนี้หรือให้คุณสามารถเลือก IP ของคุณได้จากลิสต์บนเซิฟเวอร์

เราจะป้องกันไม่ให้เว็บไซต์บางแห่งปฏิเสธการส่งข้อมูลแบบสตรีมในบางพื้นที่ได้หรือไม่ถึงแม้ว่าเซิฟเวอร์ที่ถูกเลือกนั้นอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว?

ในช่วงที่เราเดินทาง ในบางครั้งเราต้องการรับชมรายการ TV บางตัวในภาษาของเราเอง แต่ด้วยเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ การเผยแพร่รายการเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เมื่ออยู่นอกเขตประเทศที่รายการเหล่านี้สามารถรับชมได้

ถ้าหากคุณทำการเชื่อมต่อปกติ การสตรีมมิ่งนี้จะถูกปฏิเสธ

สิ่งนี้เรียกว่า geo-blocking และ VPN คือเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ในทางทฤษฎรีแล้วคุณเพียงแค่ทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN ไปยังเซิฟเวอร์จากประเทศต้นทางที่คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์เท่านั้น นอกจากนี้คุณยังจะต้องมีการเชื่อมต่อที่มีความเร็วเพียงพอที่จะหลอกเว็บไซต์เป้าหมายให้เชื่อว่าคุณกำลังอยู่ในประเทศนั้นจริง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณอาจอยู่ใต้ต้นมะพร้าวที่ชายหาดกำลังพักร้อนอยู่ในต่างประเทศก็ได้

อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ปัญหานี้ไม่ได้ผลเสมอไปเนื่องจาก IP ที่คุณได้รับอาจไม่ได้ถูกมองจากผู้ให้บริการว่าเป็น IP ที่อยู่ในประเทศนั้น ปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงกับ NordVPN

netflix

ตัวอย่างของการบล็อคตามพื้นที่ถึงแม้ว่าจะมีการใช้เซิฟเวอร์ในประเทศที่เหมาะสมแล้ว

เพื่อแก้ปัญหานี้คุณต้องทำการเลือกเซิฟเวอร์อื่นในพื้นที่เดียวกันซึ่งจะให้ IP ตัวใหม่กับคุณที่จะช่วยให้คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้

ในประเทศฝรั่งเศส NordVPN มีเซิฟเวอร์ 4 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นจะให้คุณสามารถดูรายการ TV ที่คุณต้องการได้ แต่ในเบลเยี่ยมจะมีเพียงแค่เซิฟเวอร์เดียว เช่นเดียวกับที่เดนมาร์คและบัลแกเรีย ... เราจะไม่บอกชื่อประเทศทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำบริการนี้ตราบใดที่คุณยังคงสามารถขอคือเงินได้เพื่อให้คุณได้ทดสอบจริง ๆ ว่าคุณสามารถรับชมเว็บไซต์ของรายการโทรทัศน์ที่คุณชื่นชอบได้จากเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่เช่นนั้นคุณอาจไม่สามารถรับชมตอนล่าสุดของ Dallas ที่คุณชื่นชอบได้ในขณะที่คุณกำลังเดินทางอยู่!

ความสามารถในการเลือก IP ได้มากมายในทุกเซิฟเวอร์ถือเป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยม

กล่าวโดยสรุป เราคิดว่า NORDVPN ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกเพื่อที่จะให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามพวกเขาถือเป็นหนึ่งใน VPN ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

  • 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเท
  • การเข้ารหัสแบบ 2048-bit SSL
  • มีนโยบายที่ไม่ให้มีการบันทึกการใช้งาน
  • การเชื่อมต่อแบบ Double VPN และ Tor VPN
  • VPN เกตเวย์สำหรับการสตรีมมิ่งสื่อโดยเฉพาะ
  • เริ่มต้นด้วย NordVPN ในตอนนี้
รับประกันคืนเงิน (วัน): 30
โมบายแอพพลิเคชั่น:
อุปกรณ์ต่อหนึ่งใบอนุญาต: 6
VPN แพลน: www.nordvpn.com
จอห์น โนริส
(บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยีและ vpn จากซานฟรานซิสโก)

NordVPN เป็น VPN อเนกประสงค์ที่ใช้งานได้กับอุปกรณ์ iOS ซึ่งได้แก่ iPhone, iPad และ Mac คุณสามารถทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ 6 ตัวพร้อมกันหรือใช้บน wifi ของคุณเพื่อให้ระบบเน็ตเวิร์คของคุณทั้งหมดปลอดภัย ผู้ให้บริการรายนี้ไม่เหมือนกับ VPN พรีเมี่ยมรายอื่น ๆ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะเพื่อที่จะได้ความเร็วในระดับสูงและความปลอดภัย NordVPN มีการดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายของปานามาโดยมีเครือข่าย 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเทศ เซิฟเวอร์ VPN ของพวกเขาสามารถรองรับการตั้งค่าสำหรับการเข้ารหัสและการใช้งานต่าง ๆ ได้หลากหลายแบบ เช่น การแชร์ไฟล์และการสตรีมมิ่งสื่อ พวกเขายังมีการเชื่อมต่อ VPN แบบปกติที่มีการเข้ารหัสที่แน่นหนา เช่น 2048 bit SSL สำหรับโปรโตคอล OpenVPN หรือ AES-256 bit สำหรับโปรโตคอล L2TP ถ้าหากคุณต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้น คุณสามารถทำการเชื่อมต่อไปยังเซิฟเวอร์ Double VPN ของพวกเขาซึ่งทราฟฟิกจะถูกเชื่อมโยงผ่านเซิฟเวอร์ 2 ตัว และได้รับการเข้ารหัสสองชั้นด้วยการเข้ารหัสแบบ AES-256-CBC นอกจากนี้เซิฟเวอร์ของพวกเขายังสามารถรองรับโปรโตคอล OpenVPN, PPTP, L2TP กับ IPSec ได้อีกด้วย และคุณสามารถทำการเชื่อมต่อได้ 6 เครื่องพร้อมกัน

กาปกป้อง

NordVPN ให้สัญญาว่าจะไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งานใด ๆ, มีการเข้ารหัสการเชื่อมต่อในระดับ 2096 bits, มีเซิฟเวอร์ DNS เป็นของพวกเขาเองเพื่อปกป้องการรั่วไหล, และมีการใช้ "kill switch" เพื่อหยุดแอพพลิเคชั่นในกรณีที่การเชื่อมต่อขาดหาย

Nordvpn_protection

พวกเขายังมีเซิฟเวอร์บางตัวที่มี VPN แบบดับเบิ้ล

เกี่ยวกับนโยบายที่ไม่มีการบันทึกการใช้งานนั้น เราคงต้องเชื่อพวกเขาเนื่องจากถึงแม้ว่าตัวแทนผู้ให้บริการจะให้เหตุผลที่ดีแต่เราก็ยังไม่สามารถหาทางตรวจสอบได้ และนี่ก็เป็นปัญหาสำหรับผู้ให้บริการ VPN อื่นเช่นกัน เรารู้แต่ "ผู้ที่ไม่หวังดี" ซึ่งเราจับได้ด้วยข้อมูลที่มีการบันทึกไว้

เช่นเดียวกับการเข้ารหัสการเชื่อมต่อแบ 2096 bits ในการที่จะสามารถตรวจสอบสิ่งนี้ได้นั้น เราจะต้องไปดูที่การแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนคีย์ซึ่งจะต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะทำได้สำหรับบทความนี้

เช่นเดียวกับ VPN แบบดับเบิ้ล เนื่องจากพวกเขาจะต้องให้เราสามารถเข้าไปถึงการตั้งค่าของเซิฟเวอร์ของพวกเขา

อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณ เครื่องมือที่เป็นประโยชน์นี้ที่จะแสดงข้อมูลทั้งหมดของคุณที่รั่วไหลออกไป เราสามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเราได้ถูกซ่อนเป็นอย่างดีและยังไม่มีการรั่วของ DNS

เรายังได้พบอีกว่าปุ่ม "kill switch" นั้นสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี

เราจึงสามารถเชื่อได้ว่า NordVPN นั้นให้การปกป้องได้อย่างดีเยี่ยมและนี่เป็นคุณสมบัติเด่นที่สำคัญของ VPN

NordVPN มีการปกป้องที่ยอดเยี่ยม โดยมีการเข้ารหัสแบบ 2096 bit ซึ่งมีซับซ้อนต่อการถอดรหัสเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ในปี 2010 นักวิจัยสามารถถอดรหัสคีย์ 768-bit ได้และมีการใช้เวลานานมาก (ด้วย INRIA เครื่องคำนวณจากสถาบันวิจัยของฝรั่งเศสที่เทียบเท่ากับ 425 quad-core PC เป็นเวลาหนึ่งปี)

มีการคาดการณ์ไว้ว่าการเข้ารหัสแบบ 2096 bit จะไม่สามารถถูกถอดรหัสด้วยวิธีการ brute force ได้ก่อนปี 2030 อย่างไรก็ตามในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ซึ่งในที่สุดแล้วจะสามารถถอดรหัสได้ทุกสิ่ง แต่ในปัจจุบันสิ่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและความซับซ้อนของมันอยู่เหนือความสามารถในการทำความเข้าใจของเรา

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ จากที่เราได้ค้นคว้ามาเราพบว่ามันยังอีกไกลกว่าจะสามารถทำงานได้ ประเทศจีนได้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงและได้ประกาศว่าพวกเขาได้เริ่มต้นใช้งานการสื่อสารผ่านทางดาวเทียมแบบควอนตัมแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังมีเป้าหมายสำหรับปี 2030 อีกด้วย

ความพยายามในการเข้ารหัสจะต้องขึ้นอยู่กับมูลค่าของข้อมูลที่เราจะต้องปกป้องและ NSA ก็ยังไม่ได้เปิดเผยถึงความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา แต่โดยส่วนตัวแล้วเรารู้สึกได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสแบบ 256-bit เนื่องจากการความพยายามเจาะรหัสข้อมูลของเราจะไม่คุ้มค่ากับความลับที่เราได้เก็บไว้

แล้วอะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่แท้จริงสำหรับ dual 2096 VPN bits นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว? โดยส่วนตัวเราไม่เห็นเป็นอย่างอื่น

คุณอาจคิดว่าถ้าหากมันสามารถทำอะไรได้มากขึ้นแล้วมันก็คงจะสามารถทำอะไรได้น้อยลงเช่นกัน สิ่งนี้อาจเป็นจริงได้ถ้าหากไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับความเร็ว อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เช่นนั้น!

ยิ่งการเข้ารหัสมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของความเร็วที่ได้ยิ่งจะลดลงมากเท่านั้น สำหรับ double-VPN ความเร็วจะลดลงสู่ระดับกว่าที่สามารถยอมรับได้

ทุกอย่างย่อมมีความเกี่ยวข้องกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้พัฒนาระบบการสื่อสารความถี่ต่ำมากสำหรับช่วงส่งผ่านข้อมูลการปฏิบัติไปให้กับเรือดำน้ำโดยไม่ต้องให้เรือดำน้ำขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ การสื่อสารนี้ช้ามากโดยใช้เวลาหลายนาทีสำหรับการส่งข้อความที่มีขนาดเดียวกับข้อความบนเครื่องโทรศัพท์ แต่มันก็สามารถตอบโจทย์ของพวกเขาได้เนื่องจากพวกเขาต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรือดำน้ำถูกตรวจจับได้

เราไม่ใช่สายลับ เราไม่ได้เป็นอาชญากรหรือผู้ก่อการร้าย เราไม่ได้อยู่ในประเทศที่จับผู้คนขังคุกจากการแสดงความคิดเห็น เราต้องการเพียงแค่ปกป้องข้อมูลส่วนตัว และการเข้ารหัสแบบ 256-bit (OpenVPN) ก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา ผู้ใช้งานแต่ละคนควรประเมินระดับของการเข้ารหัสที่ตัวเองต้องการจริง ๆ

คุณภาพของการปกป้องคือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ NordVPN มันช่วยปกป้องเราได้มากกว่าความต้องการของเรา

 

ความเร็ว

การทดสอบความเร็วเกือบทั้งหมดของเรานั้นเราได้ใช้เว็บไซต์ Speedtest จาก Ookla เป็นตัวทดสอบ เว็บไซต์นี้มีความจริงจังมากแต่เราก็ไม่สามารถละเลยความพยายามบางอย่างที่ผู้ให้บริการ VPN บางรายมีโดยการเพิ่มความสำคัญให้เมื่อพบว่ากำลังมีการวัดความเร็วอยู่

เราไม่ได้บอกว่าผู้ให้บริการ VPN กำลังโกง แต่ในความเห็นของเราแล้วพวกเขาอาจจะพยายามทำอยู่ก็เป็นได้ นี่คือเหตุผลที่เราเพิ่มการทดสอบที่มีความแม่นยำน้อยกว่าที่ตรงกับความต้องการของเรา

สำหรับตอนนี้เราจะเน้นไปที่ Speedtest

เรามีการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างดี เราใช้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบใยแก้วนำแสง ความเร็วในการดาวน์โหลดของเรา (แบบไม่มี VPN) คือ 520 Mb ต่อวินาที, ความเร็วในการอัพโหลด 240 Mb, และ ping 7 ms ผลการทดสอบเหล่านี้มีความเสถียรและรับรองโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของเรา

Nordvpn_speed01

การเชื่อมต่อโดยไม่ใช้ VPN

สิ่งนี้อยู่เหนือระดับความเป็นไปได้ของ VPN ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันเป็นอย่างมาก เราคาดว่าแพลทฟอร์มทดสอบของเราไม่ได้บิดเบือนผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพในการเชื่อมต่อของเรา เราคาดหวังที่จะวัดได้ 100 Mb / s สำหรับความเร็ว VPN และ pings ที่ประมาณ 20 ms เมื่อเซิฟเวอร์อยู่ใกล้ นี่คือสิ่งที่เราได้พบสำหรับคู่แข่งของ NordVPN

เราได้ทำการวัดความเร็วของเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดของ NordVPN ซึ่งสามารถทำ P2P ได้ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่เราวัดได้นั้นต่ำกว่าที่เราคาดหวังเอาไว้มาก:

Nordvpn_speed02

Germany server 41

Nordvpn_speed03

Germany server 35

NL_server

Nederlands Server 14

รางวัลตกเป็นของ double VPN:

Nordvpn_speed04

เราคิดว่า NordVPN ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้จนกระทั่งเราได้ทำการทดสอบใหม่ในวันเสาร์ช่วงเช้า ผลที่เราวัดได้นั้นแตกต่างจากของเดิมเป็นอย่างมาก :

Nordvpn_speed05

German server 35

เราคาดว่าความแตกต่างของผลลัพธ์จากการวัดเหล่านี้เป็นเพราะเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่ได้เป็นแบบ dedicated ดังนั้นแบนด์วิธของพวกเขาจึงไม่ได้รับการรับประกันว่าจะเป็นนั้นตามสัญญา (สัญญาประเภทนี้มีราคาที่แพงกว่า)

เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอนเราได้ทำการทดสอบความเร็วเพิ่มเติม: ทดสอบว่าเราจะสามารถอัพโหลดไฟล์ torrents ได้ขนาดเท่าใดด้วย NordVPN ภายในเวลา 24 ชั่วโมง และจะใช้เวลาเท่าใดในการดาวน์โหลด torrent หนึ่ง ๆ (เหมือนเดิมทุกครั้ง)

การทดสอบเพิ่มเติมนี้ยังคงเป็นที่สงสัยอยู่เนื่องจากระบบการแลกเปลี่ยน torrents จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน: ถ้าหากไม่มีใครต้องการ torrents ที่เราได้แชร์ไป เราจะมีระบบที่รวดเร็วมากและขนาดของไฟล์ที่ได้อัพโหลดจะเป็นศูนย์ ในลักษณะคล้าย ๆ กัน ถ้าหากเซิฟเวอร์ที่รวดเร็วที่สุดไม่ได้มีไว้เพื่อแชร์ไฟล์ torrents ที่เราต้องการดาวน์โหลด เราจะมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมากแต่การส่งผ่านข้อมูลจะใช้ระยะเวลานาน

ดังนั้นถ้าหากเราต้องการวัดปริมาณการอัพโหลดในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ปริมาณของข้อมูลที่ถูกแชร์ออกไปจะมีผลต่อความเร็วของเซิฟเวอร์เนื่องจากโปรโตคอลสำหรับการแชร์ torrents จะชื่นชอบการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะดาวน์โหลด torrent จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วที่มีการทำงานอย่างคงที่

ข้อมูลนี้ทำให้เรารู้สึกประทับใจในความเร็วหรือความช้าของบริการเนื่องจากเราไม่ค่อยสนใจที่จะได้หรือเสียเวลาไม่กี่มิลลิวินาทีเมื่อเราใช้งานสิ่งนี้ในชีวิตประจำวัน speed01

ตลอดช่วง 24 ชั่วโมง เราได้อัพโหลดข้อมูลทั้งหมด 43.5 GB ด้วย NordVPN (กราฟไม่ได้แสดงระยะเวลาเกินกว่า 6 ชั่วโมง) ซึ่งปริมาณข้อมูลระดับนี้คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณข้อมูลที่เราได้รับโดยปกติ

speed02

การดาวน์โหลดไฟล์ 3.5 GB ใช้เวลาน้อยกว่า 24 นาทีหลังจากที่ได้มีความล่าช้าในช่วงต้นเป็นเวลา 5 นาที ดังนั้นจึงใช้เวลารวมทั้งหมด 29 นาที เราค่อนข้างห่างจากสิ่งที่ผู้ให้บริการอื่นมี

บนเว็บไซต์ของพวกเขาได้มีการแสดงฟีเจอร์สของ NordVPN ซึ่งได้พูดเกี่ยวกับ "lightning speed" และ “blazing throughput”

ในความคิดของเราสิ่งที่ได้กล่าวอ้างเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนออกมาในการใช้งานจริง

Bug

โปรดระวัง bug พวกมันไม่ใช่เป็นตัวบล็อคแต่พวกมันมีอยู่:

bugs

นี่คือตัวแรก สัญญาของเราให้เราสามารถทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 6 เครื่องพร้อมกันบน VPN ด้วยการที่ฉันไม่ได้มีครอบครัวขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงคิดว่าคงไม่ได้ใช้งานกับอุปกรณ์จำนวนมาเท่านี้พร้อมกัน ที่ด้านมุมบนขวาของแอพพลิเคชั่น คุณจะพบกับตัวนับจำนวนอุปกรณ์ที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ของคุณ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเท่านั้นที่มีการเชื่อมต่อ ตัวนับนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นถ้าหากเราอยู่ต่างประเทศเราอาจถูกปฏิเสธการเชื่อมต่อได้เนื่องจากจำนวนของอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อได้แสดงเอาไว้สูงสุดแล้ว

ทีมงานช่วยเหลือบอกเราว่านี่เป็นเพียงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวกับการแสดงผลเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถทำการเชื่อมต่อได้ เราจึงต้องรอดูต่อไป...

คุณต้องการดูข้อผิดพลาดอื่นอีกหรือไม่? นี่คืออีกตัวหนึ่ง

เพื่อที่จะช่วยเราเลือกเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดในการเชื่อมต่อ NordVPN มีการแสดงตัวบ่งชี้ 3 ตัว:

  1. กิจกรรมที่สามารถทำได้บนเซิฟเวอร์นี้เมื่อนำเม้าส์ไปวางไว้บนชื่อของเซิฟเวอร์
  2. ping หรือการตอบสนองของเซิฟเวอร์นี้,
  3. เปอร์เซ็นต์โหลดของเซิฟเวอร์ที่แสดงเป็นสามเหลี่ยมเล็ก ๆ สีเขียวคือไม่ยุ่ง, สีส้มคือค่อนข้างยุ่ง, เราไม่พบสีแดง

ในทางทฤษฎีแล้วในการที่จะเลือกเซิฟเวอร์ได้อย่างถูกต้องนั้น เราจะต้องตรวจสอบได้แน่ใจว่ากิจกรรมของเซิฟเวอร์นั้นตรงกับความต้องการของเรา ดังนั้นเราจึงเลือกตัวที่มี ping ต่ำที่สุดและมีโหลดต่ำที่สุด สิ่งนี้จะทำให้เราได้รับประโยชน์จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วมากที่สุด

เราได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป ถ้าหากคุณได้ทำการเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ที่ค่อนข้างช้าและคุณคลิกที่ปุ่ม "exchange server" ตัวเลขของ pings ที่แสดงจะไม่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่เรากำลังจะได้รับ Nord08

Bug ตัวสุดท้าย: เราลองทำให้แอพพลิเคชั่นนี้พัง ไม่ต้องถามว่าทำอย่างไร เราสามารถตัดการเชื่อมต่อได้เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความปลอดภัย หลังจากนั้นเรากำลังจะทำการปิดแอพพลิเคชั่นเมื่อเราพบกับข้อความนี้:

nord09

มีผู้คนจำนวนมากที่ลองทำให้อุปกรณ์ของตัวเองพังเพียงแค่เพื่อต้องการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น เราสามารถทำเช่นนี้ได้ในอดีต แล้วเราจะกลับมา!

ไม่มี bug ตัวใดที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพของการให้บริการ

นี่คือความพยายามที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เพียงแค่นำข้อมูลบนโบรชัวร์ของผู้ให้บริการมาแสดงเพื่อแสดงความเห็นของเราเพียงเท่านั้นเหมือนกับที่คู่แข่งคนอื่นชอบทำ

เราต้องการทำให้ได้ดีที่สุดเพื่อให้คุณได้ทราบถึงสิ่งที่คุณสามารถคาดหวังได้และไม่ได้จาก NordVPN

นอกจากนี้เราไม่ได้ทำการแจ้งความตั้งใจของเราให้ NordVPN ได้ทราบเมื่อเราสมัครรับบริการ และเราก็เก็บสิ่งนี้ไว้เป็นความลับจนกระทั่งการทดสอบเสร็จสิ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ความเสถียร

NordVPN สำหรับ PC ค่อนข้างเสถียร ในขณะที่กำลังทำการทดสอบ เราได้ถูกตัดการเชื่อมต่อเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นในช่วงที่กำลังนอนหลับอยู่ และจากการตั้งค่าของเราบริการนี้ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกลับโดยอัตโนมัติ

ข่าวดีคือเรายังคงได้รับการปกป้องอยู่ สิ่งที่เราไม่ต้องการแสดงให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้เห็นได้ถูกรบกวนด้วยการเชื่อมต่อตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้

เราพบกับปัญหาบางอย่างสำหรับแอพพลิเคชั่น Android การเชื่อมต่อนั้นทำได้ค่อนข้างยาก

หลังจากที่เราได้ทำการทดสอบแล้ว เราพบว่าบริการนี้มีความเสถียร (อย่างน้อยบนเครื่อง PC) และบริการนี้เป็นไปตามความต้องการทางด้านความปลอดภัยของเรา

เราจะเลือกเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วเหมาะสมที่สุดได้อย่างไร?

ในการที่จะหาเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดเพื่อทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN คุณจะต้องเลือกเซิฟเวอร์ที่สามารถใช้งานได้ตรงกับกิจกรรมที่คุณต้องการแล้วจึงทำการเชื่อมต่อ, ทำการดูความเร็ว, และทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำ ๆ ไปบนเซิฟเวอร์อื่นจนกระทั่งคุณพอใจ

ในความเห็นของเรากระบวนการนี้ยังไม่เพียงพอและไม่มีปุ่มที่ใช้สำหรับวัดประสิทธิภาพของเซิฟเวอร์โดยอัตโนมัติเพื่อหาตัวที่ตรงกับความต้องการของคุณ ผู้ให้บริการรายอื่นมีสิ่งนี้แต่ไม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากความบกพร่องในด้านความเร็วของเซิฟเวอร์ NordVPN แล้ว สิ่งนี้มีความเหมาะสมแล้ว

นอกจากนี้ยังไม่มีลิสต์ของโปรโตคอลภายในแอพพลิเคชั่นให้คุณเลือกโดยเฉพาะถ้าหากคุณต้องการการเชื่อมต่อแบบ 256-bit

จะหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธโดยเว็บไซต์ที่บล็อค IP บางตัวของพวกเราได้อย่างไร?

นี่อาจไม่ถือเป็น bug ของ NordVPN แต่จากผลของการที่ IP ที่ถูกปฏิเสธโดยเซิฟเวอร์บางตัวเนื่องจากผู้ใช้มีการเชื่อมต่อไปยัง IP เดียวกัน ได้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดีในอดีต

403

นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามที่จะเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า cpasbien ด้วย IP ที่พวกเขาไม่ชื่นชอบ

วิธีการแก้ปัญหาคือการใช้เซิฟเวอร์ตัวอื่นโดยใช้ IP ที่ไม่ถูกบล็อค NordVPN มีเซิฟเวอร์บางตัวที่จะมี IP สำหรับคุณโดยเฉพาะ

มันจะดีมากถ้าเซิฟเวอร์ทั้งหมดมีฟีเจอร์สนี้หรือให้คุณสามารถเลือก IP ของคุณได้จากลิสต์บนเซิฟเวอร์

เราจะป้องกันไม่ให้เว็บไซต์บางแห่งปฏิเสธการส่งข้อมูลแบบสตรีมในบางพื้นที่ได้หรือไม่ถึงแม้ว่าเซิฟเวอร์ที่ถูกเลือกนั้นอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว?

ในช่วงที่เราเดินทาง ในบางครั้งเราต้องการรับชมรายการ TV บางตัวในภาษาของเราเอง แต่ด้วยเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ การเผยแพร่รายการเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เมื่ออยู่นอกเขตประเทศที่รายการเหล่านี้สามารถรับชมได้

ถ้าหากคุณทำการเชื่อมต่อปกติ การสตรีมมิ่งนี้จะถูกปฏิเสธ

สิ่งนี้เรียกว่า geo-blocking และ VPN คือเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ในทางทฤษฎรีแล้วคุณเพียงแค่ทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN ไปยังเซิฟเวอร์จากประเทศต้นทางที่คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์เท่านั้น นอกจากนี้คุณยังจะต้องมีการเชื่อมต่อที่มีความเร็วเพียงพอที่จะหลอกเว็บไซต์เป้าหมายให้เชื่อว่าคุณกำลังอยู่ในประเทศนั้นจริง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณอาจอยู่ใต้ต้นมะพร้าวที่ชายหาดกำลังพักร้อนอยู่ในต่างประเทศก็ได้

อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ปัญหานี้ไม่ได้ผลเสมอไปเนื่องจาก IP ที่คุณได้รับอาจไม่ได้ถูกมองจากผู้ให้บริการว่าเป็น IP ที่อยู่ในประเทศนั้น ปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงกับ NordVPN

netflix

ตัวอย่างของการบล็อคตามพื้นที่ถึงแม้ว่าจะมีการใช้เซิฟเวอร์ในประเทศที่เหมาะสมแล้ว

เพื่อแก้ปัญหานี้คุณต้องทำการเลือกเซิฟเวอร์อื่นในพื้นที่เดียวกันซึ่งจะให้ IP ตัวใหม่กับคุณที่จะช่วยให้คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้

ในประเทศฝรั่งเศส NordVPN มีเซิฟเวอร์ 4 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นจะให้คุณสามารถดูรายการ TV ที่คุณต้องการได้ แต่ในเบลเยี่ยมจะมีเพียงแค่เซิฟเวอร์เดียว เช่นเดียวกับที่เดนมาร์คและบัลแกเรีย ... เราจะไม่บอกชื่อประเทศทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำบริการนี้ตราบใดที่คุณยังคงสามารถขอคือเงินได้เพื่อให้คุณได้ทดสอบจริง ๆ ว่าคุณสามารถรับชมเว็บไซต์ของรายการโทรทัศน์ที่คุณชื่นชอบได้จากเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่เช่นนั้นคุณอาจไม่สามารถรับชมตอนล่าสุดของ Dallas ที่คุณชื่นชอบได้ในขณะที่คุณกำลังเดินทางอยู่!

ความสามารถในการเลือก IP ได้มากมายในทุกเซิฟเวอร์ถือเป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยม

กล่าวโดยสรุป เราคิดว่า NORDVPN ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกเพื่อที่จะให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามพวกเขาถือเป็นหนึ่งใน VPN ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

  • 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเท
  • การเข้ารหัสแบบ 2048-bit SSL
  • มีนโยบายที่ไม่ให้มีการบันทึกการใช้งาน
  • การเชื่อมต่อแบบ Double VPN และ Tor VPN
  • VPN เกตเวย์สำหรับการสตรีมมิ่งสื่อโดยเฉพาะ
  • เริ่มต้นด้วย NordVPN ในตอนนี้
รับประกันคืนเงิน (วัน): 30
โมบายแอพพลิเคชั่น:
อุปกรณ์ต่อหนึ่งใบอนุญาต: 6
VPN แพลน: www.nordvpn.com
จอห์น โนริส
(บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยีและ vpn จากซานฟรานซิสโก)

ผู้ใช้งาน NordVPN ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถรับชมการสตรีมมิ่งผ่านทาง TV และรักษาความเป็นส่วนตัวไปด้วยพร้อมกันได้ สิ่งนี้เป็น VPN อเนกประสงค์ที่ช่วยทำให้การเชื่อมต่อของคุณปลอดภัยด้วยเครื่องมืออันทรงพลังและมีความเร็วสูงและผู้ให้บริการรายนี้ไม่เหมือนกับ VPN พรีเมี่ยมรายอื่น ๆ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเยอะเพื่อที่จะได้ความเร็วในระดับสูงและความปลอดภัย NordVPN มีการดำเนินงานอยู่ภายใต้กฎหมายของปานามาโดยมีเครือข่าย 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเทศ เซิฟเวอร์ VPN ของพวกเขาสามารถรองรับการตั้งค่าสำหรับการเข้ารหัสและการใช้งานต่าง ๆ ได้หลากหลายแบบ เช่น การแชร์ไฟล์และการสตรีมมิ่งสื่อ พวกเขายังมีการเชื่อมต่อ VPN แบบปกติที่มีการเข้ารหัสที่แน่นหนา เช่น 2048 bit SSL สำหรับโปรโตคอล OpenVPN หรือ AES-256 bit สำหรับโปรโตคอล L2TP ถ้าหากคุณต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้น คุณสามารถทำการเชื่อมต่อไปยังเซิฟเวอร์ Double VPN ของพวกเขาซึ่งทราฟฟิกจะถูกเชื่อมโยงผ่านเซิฟเวอร์ 2 ตัว และได้รับการเข้ารหัสสองชั้นด้วยการเข้ารหัสแบบ AES-256-CBC นอกจากนี้เซิฟเวอร์ของพวกเขายังสามารถรองรับโปรโตคอล OpenVPN, PPTP, L2TP กับ IPSec ได้อีกด้วย และคุณสามารถทำการเชื่อมต่อได้ 6 เครื่องพร้อมกัน

กาปกป้อง

NordVPN ให้สัญญาว่าจะไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งานใด ๆ, มีการเข้ารหัสการเชื่อมต่อในระดับ 2096 bits, มีเซิฟเวอร์ DNS เป็นของพวกเขาเองเพื่อปกป้องการรั่วไหล, และมีการใช้ "kill switch" เพื่อหยุดแอพพลิเคชั่นในกรณีที่การเชื่อมต่อขาดหาย

Nordvpn_protection

พวกเขายังมีเซิฟเวอร์บางตัวที่มี VPN แบบดับเบิ้ล

เกี่ยวกับนโยบายที่ไม่มีการบันทึกการใช้งานนั้น เราคงต้องเชื่อพวกเขาเนื่องจากถึงแม้ว่าตัวแทนผู้ให้บริการจะให้เหตุผลที่ดีแต่เราก็ยังไม่สามารถหาทางตรวจสอบได้ และนี่ก็เป็นปัญหาสำหรับผู้ให้บริการ VPN อื่นเช่นกัน เรารู้แต่ "ผู้ที่ไม่หวังดี" ซึ่งเราจับได้ด้วยข้อมูลที่มีการบันทึกไว้

เช่นเดียวกับการเข้ารหัสการเชื่อมต่อแบ 2096 bits ในการที่จะสามารถตรวจสอบสิ่งนี้ได้นั้น เราจะต้องไปดูที่การแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแลกเปลี่ยนคีย์ซึ่งจะต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่เราจะทำได้สำหรับบทความนี้

เช่นเดียวกับ VPN แบบดับเบิ้ล เนื่องจากพวกเขาจะต้องให้เราสามารถเข้าไปถึงการตั้งค่าของเซิฟเวอร์ของพวกเขา

อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณ เครื่องมือที่เป็นประโยชน์นี้ที่จะแสดงข้อมูลทั้งหมดของคุณที่รั่วไหลออกไป เราสามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของเราได้ถูกซ่อนเป็นอย่างดีและยังไม่มีการรั่วของ DNS

เรายังได้พบอีกว่าปุ่ม "kill switch" นั้นสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี

เราจึงสามารถเชื่อได้ว่า NordVPN นั้นให้การปกป้องได้อย่างดีเยี่ยมและนี่เป็นคุณสมบัติเด่นที่สำคัญของ VPN

NordVPN มีการปกป้องที่ยอดเยี่ยม โดยมีการเข้ารหัสแบบ 2096 bit ซึ่งมีซับซ้อนต่อการถอดรหัสเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

ในปี 2010 นักวิจัยสามารถถอดรหัสคีย์ 768-bit ได้และมีการใช้เวลานานมาก (ด้วย INRIA เครื่องคำนวณจากสถาบันวิจัยของฝรั่งเศสที่เทียบเท่ากับ 425 quad-core PC เป็นเวลาหนึ่งปี)

มีการคาดการณ์ไว้ว่าการเข้ารหัสแบบ 2096 bit จะไม่สามารถถูกถอดรหัสด้วยวิธีการ brute force ได้ก่อนปี 2030 อย่างไรก็ตามในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ซึ่งในที่สุดแล้วจะสามารถถอดรหัสได้ทุกสิ่ง แต่ในปัจจุบันสิ่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและความซับซ้อนของมันอยู่เหนือความสามารถในการทำความเข้าใจของเรา

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ จากที่เราได้ค้นคว้ามาเราพบว่ามันยังอีกไกลกว่าจะสามารถทำงานได้ ประเทศจีนได้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงและได้ประกาศว่าพวกเขาได้เริ่มต้นใช้งานการสื่อสารผ่านทางดาวเทียมแบบควอนตัมแล้ว นอกจากนี้พวกเขายังมีเป้าหมายสำหรับปี 2030 อีกด้วย

ความพยายามในการเข้ารหัสจะต้องขึ้นอยู่กับมูลค่าของข้อมูลที่เราจะต้องปกป้องและ NSA ก็ยังไม่ได้เปิดเผยถึงความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา แต่โดยส่วนตัวแล้วเรารู้สึกได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสแบบ 256-bit เนื่องจากการความพยายามเจาะรหัสข้อมูลของเราจะไม่คุ้มค่ากับความลับที่เราได้เก็บไว้

แล้วอะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่แท้จริงสำหรับ dual 2096 VPN bits นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้ว? โดยส่วนตัวเราไม่เห็นเป็นอย่างอื่น

คุณอาจคิดว่าถ้าหากมันสามารถทำอะไรได้มากขึ้นแล้วมันก็คงจะสามารถทำอะไรได้น้อยลงเช่นกัน สิ่งนี้อาจเป็นจริงได้ถ้าหากไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับความเร็ว อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่เช่นนั้น!

ยิ่งการเข้ารหัสมีความซับซ้อนมากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพของความเร็วที่ได้ยิ่งจะลดลงมากเท่านั้น สำหรับ double-VPN ความเร็วจะลดลงสู่ระดับกว่าที่สามารถยอมรับได้

ทุกอย่างย่อมมีความเกี่ยวข้องกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้พัฒนาระบบการสื่อสารความถี่ต่ำมากสำหรับช่วงส่งผ่านข้อมูลการปฏิบัติไปให้กับเรือดำน้ำโดยไม่ต้องให้เรือดำน้ำขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำ การสื่อสารนี้ช้ามากโดยใช้เวลาหลายนาทีสำหรับการส่งข้อความที่มีขนาดเดียวกับข้อความบนเครื่องโทรศัพท์ แต่มันก็สามารถตอบโจทย์ของพวกเขาได้เนื่องจากพวกเขาต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรือดำน้ำถูกตรวจจับได้

เราไม่ใช่สายลับ เราไม่ได้เป็นอาชญากรหรือผู้ก่อการร้าย เราไม่ได้อยู่ในประเทศที่จับผู้คนขังคุกจากการแสดงความคิดเห็น เราต้องการเพียงแค่ปกป้องข้อมูลส่วนตัว และการเข้ารหัสแบบ 256-bit (OpenVPN) ก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา ผู้ใช้งานแต่ละคนควรประเมินระดับของการเข้ารหัสที่ตัวเองต้องการจริง ๆ

คุณภาพของการปกป้องคือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ NordVPN มันช่วยปกป้องเราได้มากกว่าความต้องการของเรา

 

ความเร็ว

การทดสอบความเร็วเกือบทั้งหมดของเรานั้นเราได้ใช้เว็บไซต์ Speedtest จาก Ookla เป็นตัวทดสอบ เว็บไซต์นี้มีความจริงจังมากแต่เราก็ไม่สามารถละเลยความพยายามบางอย่างที่ผู้ให้บริการ VPN บางรายมีโดยการเพิ่มความสำคัญให้เมื่อพบว่ากำลังมีการวัดความเร็วอยู่

เราไม่ได้บอกว่าผู้ให้บริการ VPN กำลังโกง แต่ในความเห็นของเราแล้วพวกเขาอาจจะพยายามทำอยู่ก็เป็นได้ นี่คือเหตุผลที่เราเพิ่มการทดสอบที่มีความแม่นยำน้อยกว่าที่ตรงกับความต้องการของเรา

สำหรับตอนนี้เราจะเน้นไปที่ Speedtest

เรามีการเชื่อมต่อที่ค่อนข้างดี เราใช้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบใยแก้วนำแสง ความเร็วในการดาวน์โหลดของเรา (แบบไม่มี VPN) คือ 520 Mb ต่อวินาที, ความเร็วในการอัพโหลด 240 Mb, และ ping 7 ms ผลการทดสอบเหล่านี้มีความเสถียรและรับรองโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของเรา

Nordvpn_speed01

การเชื่อมต่อโดยไม่ใช้ VPN

สิ่งนี้อยู่เหนือระดับความเป็นไปได้ของ VPN ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันเป็นอย่างมาก เราคาดว่าแพลทฟอร์มทดสอบของเราไม่ได้บิดเบือนผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพในการเชื่อมต่อของเรา เราคาดหวังที่จะวัดได้ 100 Mb / s สำหรับความเร็ว VPN และ pings ที่ประมาณ 20 ms เมื่อเซิฟเวอร์อยู่ใกล้ นี่คือสิ่งที่เราได้พบสำหรับคู่แข่งของ NordVPN

เราได้ทำการวัดความเร็วของเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดของ NordVPN ซึ่งสามารถทำ P2P ได้ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่เราวัดได้นั้นต่ำกว่าที่เราคาดหวังเอาไว้มาก:

Nordvpn_speed02

Germany server 41

Nordvpn_speed03

Germany server 35

NL_server

Nederlands Server 14

รางวัลตกเป็นของ double VPN:

Nordvpn_speed04

เราคิดว่า NordVPN ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้จนกระทั่งเราได้ทำการทดสอบใหม่ในวันเสาร์ช่วงเช้า ผลที่เราวัดได้นั้นแตกต่างจากของเดิมเป็นอย่างมาก :

Nordvpn_speed05

German server 35

เราคาดว่าความแตกต่างของผลลัพธ์จากการวัดเหล่านี้เป็นเพราะเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่ได้เป็นแบบ dedicated ดังนั้นแบนด์วิธของพวกเขาจึงไม่ได้รับการรับประกันว่าจะเป็นนั้นตามสัญญา (สัญญาประเภทนี้มีราคาที่แพงกว่า)

เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอนเราได้ทำการทดสอบความเร็วเพิ่มเติม: ทดสอบว่าเราจะสามารถอัพโหลดไฟล์ torrents ได้ขนาดเท่าใดด้วย NordVPN ภายในเวลา 24 ชั่วโมง และจะใช้เวลาเท่าใดในการดาวน์โหลด torrent หนึ่ง ๆ (เหมือนเดิมทุกครั้ง)

การทดสอบเพิ่มเติมนี้ยังคงเป็นที่สงสัยอยู่เนื่องจากระบบการแลกเปลี่ยน torrents จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน: ถ้าหากไม่มีใครต้องการ torrents ที่เราได้แชร์ไป เราจะมีระบบที่รวดเร็วมากและขนาดของไฟล์ที่ได้อัพโหลดจะเป็นศูนย์ ในลักษณะคล้าย ๆ กัน ถ้าหากเซิฟเวอร์ที่รวดเร็วที่สุดไม่ได้มีไว้เพื่อแชร์ไฟล์ torrents ที่เราต้องการดาวน์โหลด เราจะมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วมากแต่การส่งผ่านข้อมูลจะใช้ระยะเวลานาน

ดังนั้นถ้าหากเราต้องการวัดปริมาณการอัพโหลดในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ปริมาณของข้อมูลที่ถูกแชร์ออกไปจะมีผลต่อความเร็วของเซิฟเวอร์เนื่องจากโปรโตคอลสำหรับการแชร์ torrents จะชื่นชอบการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว ดังนั้นเราจึงเลือกที่จะดาวน์โหลด torrent จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วที่มีการทำงานอย่างคงที่

ข้อมูลนี้ทำให้เรารู้สึกประทับใจในความเร็วหรือความช้าของบริการเนื่องจากเราไม่ค่อยสนใจที่จะได้หรือเสียเวลาไม่กี่มิลลิวินาทีเมื่อเราใช้งานสิ่งนี้ในชีวิตประจำวัน speed01

ตลอดช่วง 24 ชั่วโมง เราได้อัพโหลดข้อมูลทั้งหมด 43.5 GB ด้วย NordVPN (กราฟไม่ได้แสดงระยะเวลาเกินกว่า 6 ชั่วโมง) ซึ่งปริมาณข้อมูลระดับนี้คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณข้อมูลที่เราได้รับโดยปกติ

speed02

การดาวน์โหลดไฟล์ 3.5 GB ใช้เวลาน้อยกว่า 24 นาทีหลังจากที่ได้มีความล่าช้าในช่วงต้นเป็นเวลา 5 นาที ดังนั้นจึงใช้เวลารวมทั้งหมด 29 นาที เราค่อนข้างห่างจากสิ่งที่ผู้ให้บริการอื่นมี

บนเว็บไซต์ของพวกเขาได้มีการแสดงฟีเจอร์สของ NordVPN ซึ่งได้พูดเกี่ยวกับ "lightning speed" และ “blazing throughput”

ในความคิดของเราสิ่งที่ได้กล่าวอ้างเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนออกมาในการใช้งานจริง

Bug

โปรดระวัง bug พวกมันไม่ใช่เป็นตัวบล็อคแต่พวกมันมีอยู่:

bugs

นี่คือตัวแรก สัญญาของเราให้เราสามารถทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ 6 เครื่องพร้อมกันบน VPN ด้วยการที่ฉันไม่ได้มีครอบครัวขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงคิดว่าคงไม่ได้ใช้งานกับอุปกรณ์จำนวนมาเท่านี้พร้อมกัน ที่ด้านมุมบนขวาของแอพพลิเคชั่น คุณจะพบกับตัวนับจำนวนอุปกรณ์ที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ของคุณ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเท่านั้นที่มีการเชื่อมต่อ ตัวนับนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นถ้าหากเราอยู่ต่างประเทศเราอาจถูกปฏิเสธการเชื่อมต่อได้เนื่องจากจำนวนของอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อได้แสดงเอาไว้สูงสุดแล้ว

ทีมงานช่วยเหลือบอกเราว่านี่เป็นเพียงข้อผิดพลาดที่เกี่ยวกับการแสดงผลเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถทำการเชื่อมต่อได้ เราจึงต้องรอดูต่อไป...

คุณต้องการดูข้อผิดพลาดอื่นอีกหรือไม่? นี่คืออีกตัวหนึ่ง

เพื่อที่จะช่วยเราเลือกเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดในการเชื่อมต่อ NordVPN มีการแสดงตัวบ่งชี้ 3 ตัว:

  1. กิจกรรมที่สามารถทำได้บนเซิฟเวอร์นี้เมื่อนำเม้าส์ไปวางไว้บนชื่อของเซิฟเวอร์
  2. ping หรือการตอบสนองของเซิฟเวอร์นี้,
  3. เปอร์เซ็นต์โหลดของเซิฟเวอร์ที่แสดงเป็นสามเหลี่ยมเล็ก ๆ สีเขียวคือไม่ยุ่ง, สีส้มคือค่อนข้างยุ่ง, เราไม่พบสีแดง

ในทางทฤษฎีแล้วในการที่จะเลือกเซิฟเวอร์ได้อย่างถูกต้องนั้น เราจะต้องตรวจสอบได้แน่ใจว่ากิจกรรมของเซิฟเวอร์นั้นตรงกับความต้องการของเรา ดังนั้นเราจึงเลือกตัวที่มี ping ต่ำที่สุดและมีโหลดต่ำที่สุด สิ่งนี้จะทำให้เราได้รับประโยชน์จากเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วมากที่สุด

เราได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าสิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป ถ้าหากคุณได้ทำการเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ที่ค่อนข้างช้าและคุณคลิกที่ปุ่ม "exchange server" ตัวเลขของ pings ที่แสดงจะไม่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่เรากำลังจะได้รับ Nord08

Bug ตัวสุดท้าย: เราลองทำให้แอพพลิเคชั่นนี้พัง ไม่ต้องถามว่าทำอย่างไร เราสามารถตัดการเชื่อมต่อได้เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อความปลอดภัย หลังจากนั้นเรากำลังจะทำการปิดแอพพลิเคชั่นเมื่อเราพบกับข้อความนี้:

nord09

มีผู้คนจำนวนมากที่ลองทำให้อุปกรณ์ของตัวเองพังเพียงแค่เพื่อต้องการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น เราสามารถทำเช่นนี้ได้ในอดีต แล้วเราจะกลับมา!

ไม่มี bug ตัวใดที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและคุณภาพของการให้บริการ

นี่คือความพยายามที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เพียงแค่นำข้อมูลบนโบรชัวร์ของผู้ให้บริการมาแสดงเพื่อแสดงความเห็นของเราเพียงเท่านั้นเหมือนกับที่คู่แข่งคนอื่นชอบทำ

เราต้องการทำให้ได้ดีที่สุดเพื่อให้คุณได้ทราบถึงสิ่งที่คุณสามารถคาดหวังได้และไม่ได้จาก NordVPN

นอกจากนี้เราไม่ได้ทำการแจ้งความตั้งใจของเราให้ NordVPN ได้ทราบเมื่อเราสมัครรับบริการ และเราก็เก็บสิ่งนี้ไว้เป็นความลับจนกระทั่งการทดสอบเสร็จสิ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ความเสถียร

NordVPN สำหรับ PC ค่อนข้างเสถียร ในขณะที่กำลังทำการทดสอบ เราได้ถูกตัดการเชื่อมต่อเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นในช่วงที่กำลังนอนหลับอยู่ และจากการตั้งค่าของเราบริการนี้ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อกลับโดยอัตโนมัติ

ข่าวดีคือเรายังคงได้รับการปกป้องอยู่ สิ่งที่เราไม่ต้องการแสดงให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตได้เห็นได้ถูกรบกวนด้วยการเชื่อมต่อตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้

เราพบกับปัญหาบางอย่างสำหรับแอพพลิเคชั่น Android การเชื่อมต่อนั้นทำได้ค่อนข้างยาก

หลังจากที่เราได้ทำการทดสอบแล้ว เราพบว่าบริการนี้มีความเสถียร (อย่างน้อยบนเครื่อง PC) และบริการนี้เป็นไปตามความต้องการทางด้านความปลอดภัยของเรา

เราจะเลือกเซิฟเวอร์ที่มีความเร็วเหมาะสมที่สุดได้อย่างไร?

ในการที่จะหาเซิฟเวอร์ที่ดีที่สุดเพื่อทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN คุณจะต้องเลือกเซิฟเวอร์ที่สามารถใช้งานได้ตรงกับกิจกรรมที่คุณต้องการแล้วจึงทำการเชื่อมต่อ, ทำการดูความเร็ว, และทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำ ๆ ไปบนเซิฟเวอร์อื่นจนกระทั่งคุณพอใจ

ในความเห็นของเรากระบวนการนี้ยังไม่เพียงพอและไม่มีปุ่มที่ใช้สำหรับวัดประสิทธิภาพของเซิฟเวอร์โดยอัตโนมัติเพื่อหาตัวที่ตรงกับความต้องการของคุณ ผู้ให้บริการรายอื่นมีสิ่งนี้แต่ไม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากความบกพร่องในด้านความเร็วของเซิฟเวอร์ NordVPN แล้ว สิ่งนี้มีความเหมาะสมแล้ว

นอกจากนี้ยังไม่มีลิสต์ของโปรโตคอลภายในแอพพลิเคชั่นให้คุณเลือกโดยเฉพาะถ้าหากคุณต้องการการเชื่อมต่อแบบ 256-bit

จะหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธโดยเว็บไซต์ที่บล็อค IP บางตัวของพวกเราได้อย่างไร?

นี่อาจไม่ถือเป็น bug ของ NordVPN แต่จากผลของการที่ IP ที่ถูกปฏิเสธโดยเซิฟเวอร์บางตัวเนื่องจากผู้ใช้มีการเชื่อมต่อไปยัง IP เดียวกัน ได้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดีในอดีต

403

นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามที่จะเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า cpasbien ด้วย IP ที่พวกเขาไม่ชื่นชอบ

วิธีการแก้ปัญหาคือการใช้เซิฟเวอร์ตัวอื่นโดยใช้ IP ที่ไม่ถูกบล็อค NordVPN มีเซิฟเวอร์บางตัวที่จะมี IP สำหรับคุณโดยเฉพาะ

มันจะดีมากถ้าเซิฟเวอร์ทั้งหมดมีฟีเจอร์สนี้หรือให้คุณสามารถเลือก IP ของคุณได้จากลิสต์บนเซิฟเวอร์

เราจะป้องกันไม่ให้เว็บไซต์บางแห่งปฏิเสธการส่งข้อมูลแบบสตรีมในบางพื้นที่ได้หรือไม่ถึงแม้ว่าเซิฟเวอร์ที่ถูกเลือกนั้นอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว?

ในช่วงที่เราเดินทาง ในบางครั้งเราต้องการรับชมรายการ TV บางตัวในภาษาของเราเอง แต่ด้วยเหตุผลทางด้านลิขสิทธิ์ การเผยแพร่รายการเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เมื่ออยู่นอกเขตประเทศที่รายการเหล่านี้สามารถรับชมได้

ถ้าหากคุณทำการเชื่อมต่อปกติ การสตรีมมิ่งนี้จะถูกปฏิเสธ

สิ่งนี้เรียกว่า geo-blocking และ VPN คือเครื่องมือที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

ในทางทฤษฎรีแล้วคุณเพียงแค่ทำการเชื่อมต่อกับ NordVPN ไปยังเซิฟเวอร์จากประเทศต้นทางที่คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์เท่านั้น นอกจากนี้คุณยังจะต้องมีการเชื่อมต่อที่มีความเร็วเพียงพอที่จะหลอกเว็บไซต์เป้าหมายให้เชื่อว่าคุณกำลังอยู่ในประเทศนั้นจริง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณอาจอยู่ใต้ต้นมะพร้าวที่ชายหาดกำลังพักร้อนอยู่ในต่างประเทศก็ได้

อย่างไรก็ตามวิธีการแก้ปัญหานี้ไม่ได้ผลเสมอไปเนื่องจาก IP ที่คุณได้รับอาจไม่ได้ถูกมองจากผู้ให้บริการว่าเป็น IP ที่อยู่ในประเทศนั้น ปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงกับ NordVPN

netflix

ตัวอย่างของการบล็อคตามพื้นที่ถึงแม้ว่าจะมีการใช้เซิฟเวอร์ในประเทศที่เหมาะสมแล้ว

เพื่อแก้ปัญหานี้คุณต้องทำการเลือกเซิฟเวอร์อื่นในพื้นที่เดียวกันซึ่งจะให้ IP ตัวใหม่กับคุณที่จะช่วยให้คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้

ในประเทศฝรั่งเศส NordVPN มีเซิฟเวอร์ 4 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นจะให้คุณสามารถดูรายการ TV ที่คุณต้องการได้ แต่ในเบลเยี่ยมจะมีเพียงแค่เซิฟเวอร์เดียว เช่นเดียวกับที่เดนมาร์คและบัลแกเรีย ... เราจะไม่บอกชื่อประเทศทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำบริการนี้ตราบใดที่คุณยังคงสามารถขอคือเงินได้เพื่อให้คุณได้ทดสอบจริง ๆ ว่าคุณสามารถรับชมเว็บไซต์ของรายการโทรทัศน์ที่คุณชื่นชอบได้จากเซิฟเวอร์ของ NordVPN ไม่เช่นนั้นคุณอาจไม่สามารถรับชมตอนล่าสุดของ Dallas ที่คุณชื่นชอบได้ในขณะที่คุณกำลังเดินทางอยู่!

ความสามารถในการเลือก IP ได้มากมายในทุกเซิฟเวอร์ถือเป็นฟังก์ชั่นที่ยอดเยี่ยม

กล่าวโดยสรุป เราคิดว่า NORDVPN ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาอีกเพื่อที่จะให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามพวกเขาถือเป็นหนึ่งใน VPN ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

  • 559 เซิฟเวอร์ใน 49 ประเท
  • การเข้ารหัสแบบ 2048-bit SSL
  • มีนโยบายที่ไม่ให้มีการบันทึกการใช้งาน
  • การเชื่อมต่อแบบ Double VPN และ Tor VPN
  • VPN เกตเวย์สำหรับการสตรีมมิ่งสื่อโดยเฉพาะ
  • เริ่มต้นด้วย NordVPN ในตอนนี้
รับประกันคืนเงิน (วัน): 30
โมบายแอพพลิเคชั่น:
อุปกรณ์ต่อหนึ่งใบอนุญาต: 6
VPN แพลน: www.nordvpn.com
ทางเลือก
เขียนรีวิว
เขียนรีวิวเกี่ยวกับ NordVPN

โปรดพิมพ์ชื่อหัวข้อความคิดเห็น

ชื่อเรื่องจะต้องน้อยกว่า120 ตัวอักษร

(กรุณาใช้อย่างน้อย 2 คำในชื่อเรื่อง)

0 จาก 200 ตัวอักษร

โปรดพิมพ์ความคิดเห็น

โปรดกรอกอย่างน้อย 200 ตัว

กรุณาให้คะแนน VPN

ทีมงานของเรามีการตรวจสอบทุกรีวิว ถ้าหากพบว่ามีความเหมาะสมและเป็นความจริง เราจะทำการโพสต์ลงภายใน 48 ชั่วโมง