พวกเราจัดอันดับผู้ให้บริการตามการทดสอบและการค้นคว้าอย่างเข้มงวด แต่ก็จะมีการคำนึงถึงความคิดเห็นของคุณและค่าคอมมิชชั่นจากผู้ให้บริการด้วย ผู้ให้บริการบางรายนั้นจะมีบริษัทแม่แห่งเดียวกันกับพวกเรา
เรียนรู้เพิ่มเติม
vpnMentor ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 เพื่อจุดประสงค์ในการตรวจสอบบริการ VPN และวิจารณ์ด้านความเป็นส่วนตัว ในวันนี้ทีมนักวิจัย นักเขียนและบรรณาธิการด้านความปลอดภัยอินเตอร์เน็ตของเราหลายร้อยคนยังคงช่วยเหลือผู้อ่านต่อสู้เพื่ออิสรภาพทางออนไลน์โดยร่วมมือกับ Kape Technologies PLC ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้: ExpressVPN, CyberGhost, ZenMate, Private Internet Access และ Intego ซึ่งอาจได้รับการวิจารณ์บนเว็บไซต์นี้ บทวิจารณ์ที่เผยแพร่บน vpnMentor เชื่อว่ามีความถูกต้อง ณ วันที่เผยแพร่แต่ละบทความและเขียนขึ้นตามมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวดของเรา ซึ่งจัดลำดับความสำคัญของการตรวจสอบผู้ตรวจสอบอย่างมืออาชีพและซื่อสัตย์ โดยคำนึงถึงความสามารถทางเทคนิคและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ร่วมกับมูลค่าทางการค้าสำหรับผู้ใช้ การจัดอันดับและบทวิจารณ์ที่เราเผยแพร่อาจคำนึงถึงความเป็นเจ้าของร่วมกันกับบริการที่กล่าวถึงข้างต้นและค่าคอมมิชชั่นพันธมิตรที่เราได้รับจากการซื้อผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราไม่ได้ตรวจสอบผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมดและเชื่อว่าข้อมูลที่จะมีความถูกต้อง ณ วันที่เผยแพร่แต่ละบทความ
การเปิดเผยข้อมูลการโฆษณา

vpnMentor ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 เพื่อจุดประสงค์ในการตรวจสอบบริการ VPN และวิจารณ์ด้านความเป็นส่วนตัว ในวันนี้ทีมนักวิจัย นักเขียนและบรรณาธิการด้านความปลอดภัยอินเตอร์เน็ตของเราหลายร้อยคนยังคงช่วยเหลือผู้อ่านต่อสู้เพื่ออิสรภาพทางออนไลน์โดยร่วมมือกับ Kape Technologies PLC ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้: ExpressVPN, CyberGhost, ZenMate, Private Internet Access และ Intego ซึ่งอาจได้รับการวิจารณ์บนเว็บไซต์นี้ บทวิจารณ์ที่เผยแพร่บน vpnMentor เชื่อว่ามีความถูกต้อง ณ วันที่เผยแพร่แต่ละบทความและเขียนขึ้นตามมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวดของเรา ซึ่งจัดลำดับความสำคัญของการตรวจสอบผู้ตรวจสอบอย่างมืออาชีพและซื่อสัตย์ โดยคำนึงถึงความสามารถทางเทคนิคและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ร่วมกับมูลค่าทางการค้าสำหรับผู้ใช้ การจัดอันดับและบทวิจารณ์ที่เราเผยแพร่อาจคำนึงถึงความเป็นเจ้าของร่วมกันกับบริการที่กล่าวถึงข้างต้นและค่าคอมมิชชั่นพันธมิตรที่เราได้รับจากการซื้อผ่านลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา เราไม่ได้ตรวจสอบผู้ให้บริการ VPN ทั้งหมดและเชื่อว่าข้อมูลที่จะมีความถูกต้อง ณ วันที่เผยแพร่แต่ละบทความ

ที่อยู่ IP ของฉันคืออะไร? (และจะซ่อนมันได้ยังไง)

ดูที่อยู่ public IPv4 และ IPv6 , ที่อยู่ local IP, ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และอื่น ๆ ของคุณ

ดูเหมือนว่าคุณจะเชื่อมต่อ VPN หรือพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์แล้ว ที่อยู่ IP ดั้งเดิมของคุณถูกซ่อนไว้

ข้อมูลของคุณมีการรั่วไหล เชื่อมต่อ VPN เพื่อซ่อนที่อยู่ public IP ของคุณ

ที่อยู่ IP ของคุณ

IPv4 (Internet Protocol version 4)(อินเทอร์เน็ตโปรโตคอลเวอร์ชัน 4) เป็นโปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างเครือข่าย มันจะมีตัวเลขบ่งชี้ตัวตนที่จะไม่ซ้ำกันเรียกว่าที่อยู่ IP นี่จะเป็นตัวเลขทั้งหมด 12 หลัก 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะถูกแยกด้วยเครื่องหมายจุด เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับที่อยู่ IPv4

ตรวจสอบ ...
คัดลอกแล้ว
IPv6:

IPv6 (Internet Protocol version 6)(อินเทอร์เน็ตโปรโตคอลเวอร์ชัน 4) นั้นเป็นโปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างเครือข่ายรุ่นใหม่ซึ่งจะมีที่อยู่ที่ยาวกว่า ทำให้มีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้มากยิ่งขึ้น มันจะมีความยาวเป็นสองเท่าของที่อยู่ IPv4 โดยมีความยาวถึง 32 หลักใน 8 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะถูกแยกด้วยเครื่องหมายทวิภาค เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับที่อยู่ IPv6

ตรวจสอบ ...
ประเทศ:
 ตรวจสอบ ...
สถานะ:
ตรวจสอบ ...
เมือง:
ตรวจสอบ ...
ที่อยู่ local IP

ที่อยู่ IP ที่เราเตอร์ของคุณจัดสรรให้เครื่องในเครือข่ายของคุณเพื่อทำให้มันสามารถสื่อสารระหว่างอุปกรณ์อย่างเช่นสมาร์ทโฟนหรือเครื่องพิมพ์ที่เชื่อมต่อไปยังเครือข่ายในบ้านหรือที่ทำงาน ที่อยู่ IP นี้จะแตกต่างจากที่อุปกรณ์ภายนอกหรือเว็บไซต์ใช้ในการสื่อสารกับอุปกรณ์ของคุณ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับที่อยู่ local IP

ตรวจสอบ ...
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต:
ISP (Internet Service Provider)(ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต) นั้นเป็นบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณ ISP จะจัดสรรที่อยู่ IP ให้กับเราเตอร์ของคุณ
ตรวจสอบ ...
เบราว์เซอร์:
เว็บเบราว์เซอร์ที่คุณกำลังใช้งานอยู่ ข้อมูลนี้จะถูกรวมไปกับที่อยู่ IP ของคุณ เมื่อไรก็ตามที่คุณเข้าถึงเนื้อหาทางออนไลน์
ตรวจสอบ ...
สถานะรายการสแปม:

ที่อยู่ IP ที่ถูกปักธงโดยฐานข้อมูลสแปมและถูกบล็อกไม่ให้ส่งอีเมลเนื่องจากมีการทำกิจกรรมที่น่าสงสัยและอันตราย อย่างเช่นการส่งอีเมลสแปมหรือการแพร่มัลแวร์ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรายการสแปม

ตรวจสอบ ...

    เครื่องมือนี้จะไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวของคุณอย่างเช่นที่อยู่ IP หรือตำแหน่งของคุณ นอกจากนี้พวกเรายังจะไม่แบ่งปันข้อมูลของคุณให้กับบุคคลที่สามใด ๆ ทั้งสิ้น

    VPN ที่ดีที่สุดสำหรับใช้ซ่อนที่อยู่ IP ของคุณในปี2024

    VPN (Virtual Private Network)(เครือข่ายส่วนตัวเสมือน) นั้นเป็นแอปที่จะช่วยซ่อนที่อยู่ IP ดั้งเดิมของคุณและแทนที่มันด้วยที่อยู่ IP เสมือน — หมายความว่าเว็บไซต์และคนอื่น ๆ จะไม่สามารถติดตามดูกิจกรรมที่คุณทำได้

    VPN ที่ดีที่สุดนั้นจะทำให้คุณสามารถปิดบัง IP ดั้งเดิมของคุณได้อย่างง่ายดาย และมันก็จะเลือก IP เสมือนจากหลายพันแห่งมาแทนที่ให้

    VPN ยอดนิยมที่สุด
    70% ของผู้อ่านของเราต่างก็เลือกใช้ ExpressVPN
    • 11690 เซิร์ฟเวอร์ใน 100 ตำแหน่ง
    • 7 อุปกรณ์ต่อหนึ่งไลเซนส์
    • รองรับ: Windows, Android, iOS, Mac, Linux, เราเตอร์
    • ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง
    • เซิร์ฟเวอร์พิเศษสำหรับสตรีมมิ่ง
    • การตั้งค่า VPN ที่ปรับแต่งได้
    • ที่อยู่ IP เฉพาะ
    เข้าดู CyberGhost
    VPN ยอดนิยมที่สุด
    70% ของผู้อ่านของเราต่างก็เลือกใช้ ExpressVPN
    • 3000 เซิร์ฟเวอร์ใน 105 ตำแหน่ง
    • 8 อุปกรณ์ต่อหนึ่งไลเซนส์
    • รองรับ: Windows, Android, iOS, Mac, Linux, เราเตอร์
    • ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง
    • การเชื่อมต่อที่รวดเร็วและเสถียร
    • นโยบายการไม่บันทึกที่มีการตรวจสอบ
    • การป้องกันการรั่วไหลเต็มรูปแบบ
    เข้าดู ExpressVPN
    VPN ยอดนิยมที่สุด
    70% ของผู้อ่านของเราต่างก็เลือกใช้ ExpressVPN
    • 29650 เซิร์ฟเวอร์ใน 91 ตำแหน่ง
    • ไม่จำกัด อุปกรณ์ต่อหนึ่งไลเซนส์
    • รองรับ: Windows, Android, iOS, Mac, Linux, เราเตอร์
    • การเข้ารหัสที่แน่นหนา
    • แอปเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน
    • การป้องกันเว็บไซต์อันตราย
    • ใช้งานได้กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
    เข้าดู PIA
    VPN ยอดนิยมที่สุด
    70% ของผู้อ่านของเราต่างก็เลือกใช้ ExpressVPN
    • 3200 เซิร์ฟเวอร์ใน 100 ตำแหน่ง
    • ไม่จำกัด อุปกรณ์ต่อหนึ่งไลเซนส์
    • รองรับ: Windows, Android, iOS, Mac, Linux, เราเตอร์
    • เซิร์ฟเวอร์ให้เลือกมากมาย
    • ใช้งานได้กับเว็บไซต์สตรีมมิ่ง
    • ตัวบล็อกโฆษณาแบบบิ้วท์อิน
    • มีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสให้ใช้งานได้เป็นตัวเลือก
    เข้าดู Surfshark
    VPN ยอดนิยมที่สุด
    70% ของผู้อ่านของเราต่างก็เลือกใช้ ExpressVPN
    • 200 เซิร์ฟเวอร์ใน 63 ตำแหน่ง
    • 10 อุปกรณ์ต่อหนึ่งไลเซนส์
    • รองรับ: Windows, Android, iOS, Mac, Linux, เราเตอร์
    • เซิร์ฟเวอร์เฉพาะสำหรับสตรีมมิ่ง
    • การป้องกันการรั่วไหล DNS & IPv6
    • แอปใช้งานง่าย
    • นโยบายการไม่บันทึกที่มีการตรวจสอบ
    เข้าดู PrivateVPN
    VPN ยอดนิยมที่สุด
    70% ของผู้อ่านของเราต่างก็เลือกใช้ ExpressVPN
    • 1800 เซิร์ฟเวอร์ใน 80 ตำแหน่ง
    • 10 อุปกรณ์ต่อหนึ่งไลเซนส์
    • รองรับ: Windows, Android, iOS, Mac, Linux, เราเตอร์
    • ฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ใช้งานได้ดี
    • โปรโตคอลขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นเอง
    • ใช้งานได้กับเว็บไซต์สตรีมมิ่ง
    • ความเร็วสูง
    เข้าดู Hotspot Shield
    VPN ยอดนิยมที่สุด
    70% ของผู้อ่านของเราต่างก็เลือกใช้ ExpressVPN
    • 5196 เซิร์ฟเวอร์ใน 91 ตำแหน่ง
    • 10 อุปกรณ์ต่อหนึ่งไลเซนส์
    • รองรับ: Windows, Android, iOS, Mac, Linux, เราเตอร์
    • ฟีเจอร์แยกการเชื่อมต่อ
    • การป้องกันการรั่วไหลเต็มรูปแบบ
    • ตัวบล็อกเว็บไซต์ที่มุ่งร้าย
    • การเข้ารหัสที่แน่นหนา
    เข้าดู Proton VPN
    VPN ยอดนิยมที่สุด
    70% ของผู้อ่านของเราต่างก็เลือกใช้ ExpressVPN
    • 2400 เซิร์ฟเวอร์ใน 90 ตำแหน่ง
    • ไม่จำกัด อุปกรณ์ต่อหนึ่งไลเซนส์
    • รองรับ: Windows, Android, iOS, Mac, Linux, เราเตอร์
    • มีการเข้ารหัสทราฟฟิค
    • โหลดบิทได้บนทุกเซิร์ฟเวอร์
    • ฟีเจอร์พรางการเชื่อมต่อ
    • พร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ SOCKS5
    เข้าดู IPVanish
    VPN ยอดนิยมที่สุด
    70% ของผู้อ่านของเราต่างก็เลือกใช้ ExpressVPN
    • 6444 เซิร์ฟเวอร์ใน 111 ตำแหน่ง
    • 10 อุปกรณ์ต่อหนึ่งไลเซนส์
    • รองรับ: Windows, Android, iOS, Mac, Linux, เราเตอร์
    • การเข้ารหัสขั้นสูง
    • เซิร์ฟเวอร์พิเศษ
    • การป้องกันมัลแวร์และเว็บไซต์
    • Kill switch อัตโนมัติ
    เข้าดู NordVPN

    ทำไมคุณถึงควรที่จะซ่อนที่อยู่ IP ของคุณ?

    เว็บไซต์และบริการออนไลน์อื่น ๆ นั้นจะมีการติดตามดูกิจกรรมออนไลน์ของคุณอยู่เป็นประจำ ทุกอย่างที่พวกเราทำบนโลกออนไลน์นั้นจะมีส่วนเกี่ยวกับที่อยู่ IP ของเรา ซึ่งก็จะเป็นปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์ นี่จะส่งผลถึงเรื่องการโฆษณาแบบระบุเป้าหมาย และการสอดแนม

    คุณสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้โดยการซ่อน ที่อยู่ IP ด้วย VPN (Virtual Private Network)(เครือข่ายส่วนตัวเสมือน) นี่จะเป็นการเปลี่ยนที่อยู่ IP ดั้งเดิมของคุณไปใช้เป็นของเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกลได้ภายในไม่กี่คลิก

    เพราะแบบนี้เราจึงแนะนำให้คุณซ่อนที่อยู่ IP ของคุณด้วย VPN:

    • ปกป้องความเป็นส่วนตัวออนไลน์ของคุณ ด้วยการซ่อนที่อยู่ IP คุณจะสามารถเก็บเรื่องกิจกรรมทางออนไลน์ของคุณ ไม่ให้บุคคลที่สามมาติดตามพฤติกรรมทางออนไลน์ของคุณได้ มันเป็นวิธีการที่ดีสำหรับการหลีกเลี่ยงการโฆษณาแบบระบุเป้าหมาย
    • หลีกเลี่ยงการติดตามของ ISP ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISPs) จะสามารถติดต่อกิจกรรมออนไลน์ของคุณได้ด้วยการติดตามที่อยู่ IP ของคุณ เวลาที่คุณใช้ VPN ทราฟฟิคการท่องเว็บของคุณก็จะได้รับการเข้ารหัส ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ ISP มาติดตามดูสิ่งที่คุณทำบนโลกออนไลน์
    • หยุดการควบคุมความเร็วของ ISP ISP อาจจะควบคุมความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณเพื่อทำให้มันช้าลงได้ ขึ้นกับว่าคุณใช้อินเทอร์เน็ตทำอะไร นี่เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป ถ้าคุณมีการโหลด torrent หรือใช้เบราว์เซอร์ Tor ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายก็ตาม เนื่องจาก VPN จะทำให้ ISP ติดตามกิจกรรมออนไลน์ของคุณได้ยาก ทาง ISP ก็จะไม่มีข้อมูลสำหรับใช้ควบคุมความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณด้วย
    • หลบหลีกการถูกจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต รัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ นั้นอาจจะมีการจำกัดการเข้าถึงบางเว็บไซต์และบางบริการ ด้วยการซ่อนที่อยู่ IP ของคุณ คุณก็จะสามารถหลบหลีกการจำกัดการเข้าถึงเหล่านี้ได้ เพื่อช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่คุณต้องการ
    • ช่วยให้คุณปลอดภัยจากแฮ็กเกอร์ ถ้ามีคนมาดูที่อยู่ IP ของคุณได้ คุณก็อาจจะถูกแฮ็ก ถูกโจมตีแบบ DDoS และก็อาจจะถูกทำให้ติดมัลแวร์ ด้วยการซ่อนที่อยู่ IP คุณจะสามารถปกป้องตัวเองจากภัยอันตรายเหล่านั้นได้

    วิธีการซ่อนที่อยู่ IP ของคุณ (คู่มือแบบทีละขั้นตอน)

    1. เลือก VPN ที่มีชื่อเสียง

    ทำการสืบค้นข้อมูลและเลือกผู้ให้บริการ VPN ที่มีความน่าเชื่อถือ เลือกใช้งานจากผู้ให้บริการที่มีการเข้ารหัสระดับทหาร มีนโยบายการไม่บันทึกข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว และก็มีจำนวนเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกใช้งานในหลายตำแหน่ง หากคุณไม่มั่นใจว่าควรจะเริ่มต้นจากไหน เราก็ขอแนะนำ ExpressVPN, CyberGhost หรือ Private Internet Access

    2. ติดตั้งและตั้งค่าแอป

    ดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟต์แวร์ VPN บนอุปกรณ์ของคุณ ทำตามขั้นตอนการตั้งค่าของผู้ให้บริการ VPN เราแนะนำให้คุณตั้งค่าแอปให้เปิดใช้งานและเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์โดยอัตโนมัติตอนที่คุณเปิดอุปกรณ์เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการป้องกันอย่างเหมาะสม

    3. เชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ VPN

    หลังจากที่ซอฟต์แวร์ VPN ถูกติดตั้งและกำหนดค่าแล้ว ให้เลือกตำแหน่งซอฟต์แวร์และคลิกปุ่มเชื่อมต่อ ทราฟฟิคของคุณจะถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังเซิร์ฟเวอร์นั้น ดังนั้นที่อยู่ IP ดั้งเดิมของคุณก็จะถูกแทนที่ด้วยที่อยู่ IP ของเซิร์ฟเวอร์

    อธิบายเกี่ยวกับที่อยู่ IPv4, IPv6 และ Local IP

    ที่อยู่ IP นั้นมีวัตถุประสงค์ที่เหมือน ๆ กัน — มันเอาไว้ใช้ในการสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลระหว่างแต่ละอุปกรณ์ผ่านบนอินเทอร์เน็ต

    นี่คือข้อแตกต่างของที่อยู่ IP แต่ละแบบ:

    IPv4

    ที่อยู่ IPv4 นั้นเป็นเหมือน ID ที่ไม่ซ้ำกันซึ่งได้รับการจัดสรรให้แต่ละอุปกรณ์ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายที่ใช้งานมาตรฐานอินเทอร์เน็ตโปรโตคอลเวอร์ชัน 4 (IPv4) มันจะประกอบขึ้นด้วยตัวเลขสี่ชุดซึ่งถูกแบ่งกลุ่มด้วยเครื่องหมายจุด โดยจะมีตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 255 ที่อยู่ IPv4 นั้นจะมีความยาว 32 บิต หรือ 4 ไบต์

    นี่คือตัวอย่างของที่อยู่ IPv4: 172.66.43.25

    ความคิดต้นกำเนิดของที่อยู่ IPv4 ก็คือความต้องการที่จะทำให้แต่ละอุปกรณ์ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายนั้นมีการบ่งบอกตัวตนที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งจะทำให้มันสามารถสื่อสารกับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้

    องค์การกำหนดหมายเลขอินเทอร์เน็ต (IANA) ได้จัดสรรที่อยู่ IPv4 ให้กับหน่วยงานทะเบียนอินเทอร์เน็ตประจำภูมิภาคซึ่งพวกเขาก็จะนำที่อยู่ไปจัดสรรให้กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) อีกต่อหนึ่ง ISP นั้นก็จะนำที่อยู่ IPv4 ไปจัดสรรให้กับอุปกรณ์ของลูกค้าต่อไป เพราะเหตุนี้เครื่องมือตรวจสอบ IP ของพวกเราจึงสามารถรู้ได้ว่าคุณใช้บริการ ISP เจ้าใดอยู่

    ข้อจำกัดหนึ่งของที่อยู่ IPv4 ก็คือว่ามันมีทรัพยากรจำกัด มันสามารถสร้างที่อยู่ซึ่งไม่ซ้ำกันได้เพียง 4.29 พันล้านที่อยู่เท่านั้น ด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้เกิดการสร้างอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล (IPv6) รุ่นใหม่ขึ้นมาซึ่งจะมีที่อยู่ที่มากกว่า อย่างไรก็ตาม IPv4 นั้นยังคงเป็นโปรโตคอลที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายมากที่สุดอยู่

    IPv6

    เช่นเดียวกันกับที่อยู่ IPv4 ที่อยู่ IPv6 นั้นก็จะถูกจัดสรรให้กับอุปกรณ์บนเครือข่ายที่ใช้งานมาตรฐานอินเทอร์เน็ตโปรโตคอลเวอร์ชัน 6 (IPv6) มันเป็นเหมือนที่อยู่ IPv4 แต่จะเป็นเวอร์ชันที่ใหม่กว่า ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1990 เพื่อแก้ปัญหาของโปรโตคอลรุ่นเก่า

    ที่อยู่ IPv6 นั้นจะมีความยาว 128 บิต มันจะอยู่ในรูปแบบเลขฐานสิบหกซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นเลขฐานสิบหก 4 หลัก 8 ชุด แต่ละชุดนั้นจะถูกแยกด้วยเครื่องหมายทวิภาค

    นี่คือตัวอย่างของที่อยู่ IPv6: 2042:0ef8:85a3:0000:0000:3d11:5ad7:5311 ซึ่งมันสามารถถูกย่อได้เป็น 2042:0ef8:85a3::3d11:5ad7:5311

    ที่อยู่ IPv6 นั้นสามารถใช้งานได้แบบเดียวกันกับ ที่อยู่ IPv4 อย่างไรก็ตาม IPv6 นั้นจะมีที่อยู่มากกว่า IPv4 อย่างมีนัยสำคัญ โดยมันจะมีที่อยู่ได้ถึง 2^128 (340 ล้านล้านล้านล้านล้านล้าน) นี่ก็เหมือนกับว่าจะมีจำนวนรองรับสำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างไม่จำกัด

    ที่อยู่ IPv6 นั้นจะคล้ายกับที่อยู่ IPv4 ตรงที่มันจะถูกจัดสรรโดยองค์การกำหนดหมายเลขอินเทอร์เน็ต (IANA) ให้กับหน่วยงานทะเบียนอินเทอร์เน็ตประจำภูมิภาคซึ่งพวกเขาก็จะนำที่อยู่ไปจัดสรรให้กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) อีกต่อหนึ่ง เช่นเดียวกันกับ IPv4 อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็จะได้รับที่อยู่ IPv6 จาก ISP

    ถึงจะทราบเป็นเช่นนั้นแล้ว แต่มันก็ยังไม่ถูกใช้งานแพร่หลายเท่ากับ IPv4 อุปกรณ์และเครือข่ายเก่า ๆ นั้นยังใช้งานร่วมกับ IPv6 ไม่ได้ และการเปลี่ยนผ่านจาก IPv4 ไปใช้ IPv6 ก็เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ในยุคสมัยนี้ที่พวกเราใช้อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมากกว่าเดิมเป็นอย่างมาก การพัฒนาวิธีเปลี่ยนผ่านก็ยังคงดำเนินไปอยู่อย่างตลอดเวลา

    ที่อยู่ local IP

    ที่อยู่ local IP นั้นอาจจะถูกเรียกว่าที่อยู่ IP ส่วนตัวในบางกรณี มันจะเป็นชุดตัวเลขที่ถูกจัดสรรให้กับอุปกรณ์บนเครือข่ายระยะใกล้ อย่างเช่นเครือข่ายที่บ้านหรือที่ทำงาน

    มันจะต่างจากที่อยู่ IP สาธารณะ ซึ่งจะถูกจัดสรรโดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและก็จะไม่ซ้ำกับที่อยู่ IP อื่นทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต ที่อยู่ local IP นั้นจะถูกจัดสรรโดยแอดมินของเครือข่ายและก็จะไม่ซ้ำกับที่อยู่ IP อื่น ๆ ในเครือข่ายระยะใกล้

    ที่อยู่ local IP นั้นจะถูกใช้เพื่อบ่งชี้และสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ในเครือข่ายระยะใกล้ เพื่อทำให้มันสามารถแบ่งปันทรัพยากรและเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ มันมักจะถูกจัดสรรที่อยู่ IP ซึ่งอยู่ในกลุ่มของเครือข่ายส่วนตัว: 10.0.0.0 ถึง 10.255.255.255, 172.16.0.0 ถึง 172.31.255.255 และ 192.168.0.0 ถึง 192.168.255.255

    เมื่ออุปกรณ์ในเครือข่ายระยะใกล้ต้องการที่จะสื่อสารกับอุปกรณ์บนเครือข่ายอื่น มันจะใช้งานที่อยู่ IPv4 หรือ IPv6 สาธารณะของเราเตอร์หรือเกทเวย์ภายนอก มันจะทำตัวเป็นเหมือนตัวกลางระหว่างเครือข่ายระยะใกล้และอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็หมายความว่าอุปกรณ์บนเครือข่ายระยะใกล้จะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมีที่อยู่ IP สาธารณะที่ไม่ซ้ำใคร

    วิธีการค้นหาที่อยู่ IP ของอุปกรณ์คุณ

    การค้นหาที่อยู่ IP สาธารณะหรือที่อยู่ local IP (ส่วนตัว) ของคุณนั้นเป็นเรื่องง่าย มีวิธีการมากมายขึ้นกับอุปกรณ์ที่คุณต้องการใช้ นี่คือคู่มืออย่างเร็วสำหรับอุปกรณ์ยอดนิยมและระบบปฏิบัติการต่าง ๆ:

    วิธีการค้นหาที่อยู่ IP สาธารณะของเราเตอร์
    1. สำหรับทุกอุปกรณ์ คุณสามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ที่แสดงที่อยู่ IP ของคุณอย่างเช่น vpnmentor.com/tools/ipinfo/
    2. ที่อยู่ IP ของคุณนั้นจะถูกแสดงอยู่บนหน้าเว็บเพจ มันจะขึ้นกับ ISP ของคุณ ทำให้คุณสามารถเจอได้ทั้ง IPv4 และ IPv6
    วิธีการค้นหาที่อยู่ local IP บน Windows ของคุณ:
    1. คลิก Start และพิมพ์ "cmd" ในแถบค้นหา
    2. กด Enter
    3. ในหน้าต่าง Command Prompt ให้พิมพ์ "ipconfig" และพิมพ์ Enter
    4. มองหาที่อยู่ IP ตรง "Ethernet adapter" หรือ "Wireless LAN adapter" ขึ้นกับรูปแบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณ
    วิธีการค้นหาที่อยู่ local IP บน Mac ของคุณ:
    1. เปิด Terminal (กด Command + Space และพิมพ์ "Terminal”)
    2. ใน Terminal พิมพ์ "ipconfig getifaddr en0” (ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด)
    3. กด enter
    4. ที่อยู่ local IP ของคุณจะปรากฏด้านล่าง
    วิธีการค้นหาที่อยู่ local IP บนอุปกรณ์ iOS ของคุณ:
    1. ไปที่แอปการตั้งค่า
    2. เลือก Wi-Fi
    3. แตะที่ไอคอน "i" ข้างชื่อเครือข่ายของคุณ
    4. ทั้งที่อยู่ IPv4 และ IPv6 ของคุณจะอยู่ตรง "IPV4 ADDRESS” และ "IPV6 ADDRESS”
    วิธีการค้นหาที่อยู่ local IP บนอุปกรณ์ Android ของคุณ:
    1. ไปที่การตั้งค่า
    2. เลือก Wi-Fi
    3. แตะที่ชื่อเครือข่ายค้าง
    4. เลือกการจัดการเครือข่าย
    5. ที่อยู่ IP ของคุณจะอยู่ตรง "IP address"
    วิธีการค้นหาที่อยู่ local IP บน Linux PC ของคุณ:
    1. เปิดแอปพลิเคชัน Terminal
    2. พิมพ์ "ipconfig" และกด Enter
    3. ที่อยู่ local IP จะถูกระบุไว้ข้าง "inet"

    ที่อยู่ IP สามารถบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับคุณได้บ้าง

    ที่อยู่ IP ของคุณนั้นจะไม่ได้เปิดเผยที่อยู่บ้าน ชื่อนามสกุล หรือข้อมูลละเอียดอ่อนอื่น ๆ ในทันที อย่างไรก็ตาม ที่อยู่ IP นั้นสามารถระบุตำแหน่งทางภูมิภาคโดยรวมได้ ด้วยเครื่องมือใช้ดู IP ก็อาจจะมีใครบางคนสามารถค้นหาประเทศ เมือง รหัสไปรษณีย์ พิกัด และไทม์โซนของคุณได้

    เว็บไซต์ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และบริการออนไลน์อื่น ๆ นั้นยังติดตามกิจกรรมของคุณผ่านการใช้งานที่อยู่ IP อีกด้วย นี่จะรวมถึงหน้าที่คุณเข้าดู ระยะเวลาการเข้าดู และการค้นหาของคุณ จากนั้นพวกเขาก็จะใช้ข้อมูลนี้ในการปรับแต่งเนื้อหา และอัปเดตอัลกอริทึมของพวกเขา ก่อนที่จะทำการตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายกับคุณบนเว็บไซต์อื่น ๆ

    ที่อยู่ IP ของคุณนั้นยังเปิดเผยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ของคุณด้วย นี่เป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องได้ – คุณสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อรายงานที่อยู่ IP ได้ในกรณีที่มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่ทำการจู่โจมทางไซเบอร์หรือก่อกวนคุณบนโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม อาจมีบางคนที่นำข้อมูลนี้ไปรายงานคุณอย่างเป็นเท็จ ซึ่งก็อาจจะทำให้ IP ของคุณถูกขึ้นบัญชีดำได้ พวกเขายังสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ เพื่อก่อการฉ้อโกงได้

    ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่ทางเดียวที่จะมีใครระบุตัวตนของคุณโดยใช้ข้อมูลที่อยู่ IP อย่างเดียวได้ ก็จะมีเฉพาะในกรณีที่ผู้พิทักษ์กฎหมายขอข้อมูลของคุณจาก ISP โดยเรื่องนี้ก็จะขึ้นกับแต่ละพื้นที่อีก ว่า ISP ต้องให้ความร่วมมือตามกฎหมายและก็มอบข้อมูลของตัวบุคคลหรือองค์กรที่ใช้งานที่อยู่ IP นั้นให้หรือไม่ ข้อมูลนี้ไม่ใช่ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชน ดังนั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีคนมารู้ข้อมูลนั้นได้ด้วยการนำที่อยู่ IP ไปค้นหาในเครื่องมือที่เปิดให้ใช้ฟรี

    เป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรจะรู้เอาไว้ว่าที่อยู่ IP นั้นสามารถบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับคุณได้บ้าง และคุณต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ เราแนะนำให้ใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) เพื่อปิดบังที่อยู่ IP ของคุณ และทำการเข้ารหัสกิจกรรมออนไลน์ของคุณ

    ที่อยู่ IP ในรายการสแปมคืออะไร?

    รายการอีเมลสแปมจะบล็อกที่อยู่ IP ที่น่าสงสัยเพื่อป้องกันความเสียหายหรือการรบกวน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าที่อยู่ IP นั้นถูกใช้เพื่อทำการสแปม หรือกิจกรรมมุ่งร้ายด้านอื่น ๆ มันก็จะถูกปักธงและใส่ไปในรายการฐานข้อมูลสแปม

    หลังจากที่ที่อยู่ IP นั้นถูกเพิ่มเข้าไปในฐานข้อมูลแล้ว เซิร์ฟเวอร์อีเมลก็จะบล็อกอีเมลที่ถูกส่งมาจากที่อยู่ IP นั้น ดังนั้นถ้าที่อยู่ IP ของคุณถูกเพิ่มเข้าไปในรายการสแปม คุณก็จะไม่สามารถส่งอีเมลได้เหมือนปกติ — อีเมลของคุณจะไม่ส่งอีเมลออกไป หรือไม่ก็อาจจะส่งออกไปแต่ไปเข้าโฟลเดอร์ขยะของผู้รับแทน

    เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ที่อยู่ IP ของคุณถูกใส่ไปในรายการสแปม คุณควรจะทำตามแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการทำการตลาดทางอีเมล และหลีกเลี่ยงการส่งอีเมลที่ไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้เรายังแนะนำให้ทำการสแกนไวรัสเป็นประจำเพื่อปกป้องคุณจากมัลแวร์ที่อาจจะเจาะระบบของคุณเข้ามาและใช้อีเมลของคุณส่งอีเมลที่มีมัลแวร์ออกไปได้

    คุณสามารถนำที่อยู่ IP ของคุณออกจากรายการสแปมได้ ขั้นแรกคุณรู้ก่อนว่าที่อยู่ IP นี้ไปอยู่ในฐานข้อมูลไหน _5l23yfj8zjm2เครื่องมือของเราจะช่วยค้นหาว่าบริการใดที่บันทึกที่อยู่ IP ของคุณเอาไว้ คุณสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อทำการติดต่อฐานข้อมูลสแปมเพื่อขออุทธรณ์ได้

    ในกรณีส่วนใหญ่แล้ว กระบวนการนี้ก็จะประกอบไปด้วยการส่งคำร้องหรือแบบฟอร์มผ่านเว็บไซต์ผู้ให้บริการ หรือด้วยการติดต่อทีมสนับสนุนทางอีเมล คุณอาจจะต้องให้ข้อมูลอย่างเช่นที่อยู่ IP ข้อมูลติดต่อ และคำอธิบายโดยสังเขป เกี่ยวกับว่าทำไมคุณถึงคิดว่าที่อยู่ IP ของคุณถูกบันทึกเอาไว้ คุณควรจะให้หลักฐานกับพวกเขาด้วยว่าคุณได้จัดการปัญหานั้นแล้ว อย่างเช่นแสดงให้เห็นว่าคุณพึ่งจะนำไวรัสออกจากระบบหรือว่าคุณไม่ได้ส่งสแปมใด ๆ

    หมายเหตุ: ถ้าคุณใช้ VPN ที่อยู่ IP ของเซิร์ฟเวอร์ก็อาจจะปรากฏอยู่ในรายการสแปมได้ บางครั้งที่อยู่ IP ของ VPN ก็ถูกรายงานเนื่องจากมันอาจจะถูกนำไปใช้โดยมีเจตนาร้าย เช่นการนำไปส่งอีเมลสแปมหมู่ ไม่ต้องกังวล — หากคุณเจอเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบล็อก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งอีเมลจากไคลเอนต์อีเมลเนทีฟของคุณ คุณก็สามารถเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์ใหม่เพื่อใช้ที่อยู่ IP ใหม่ได้

    คำถามพบบ่อย

    ที่อยู่ IP คืออะไร?

    ที่อยู่ IP นั้นเป็นตัวบ่งชี้ที่จะไม่ซ้ำกัน มันถูกจัดสรรโดย ISP ของคุณให้กับแต่ละอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายของคุณ คิดซะว่ามันเป็นเหมือนที่อยู่บ้านของคุณ เพียงแต่นี่จะเป็นที่อยู่สำหรับอุปกรณ์ดิจิทัลแทน ที่อยู่ IP นั้นจะทำให้แต่ละอุปกรณ์สามารถสื่อสารถึงกันและกันและส่งข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้

    ที่อยู่ IP นั้นจะมีอยู่สองเวอร์ชันหลัก ๆ: IPv4 และ IPv6 ที่อยู่ IPv4 นั้นจะประกอบไปด้วยตัวเลขสี่กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะถูกแยกด้วยเครื่องหมายจุด โดยในแต่ละกลุ่มจะมีตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 255 (e.g., 192.168.0.1) ส่วนที่อยู่ IPv6 นั้นจะมีความยาวมากกว่าและก็ใช้เลขฐานสิบหก ทำให้มันสามารถสร้างเลขที่ไม่ซ้ำกันได้มากกว่าหลายเท่าตัว

    ความหมายของ IP (อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล) คืออะไร?

    อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล (IP) นั้นเป็นโปรโตคอลพื้นฐานซึ่งใช้ในการสื่อสารระหว่างแต่ละอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มันจะเป็นกฎในการส่งข้อมูลระหว่างแต่ละอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน เซิร์ฟเวอร์ หรือเราเตอร์

    ถ้าให้เรียกกันง่าย ๆ IP นั้นก็เป็นเหมือนที่อยู่สำหรับอินเทอร์เน็ต มันจะจัดสรรตัวเลขที่ไม่ซ้ำกันให้กับแต่ละอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมายังเครือข่าย ซึ่งจะเรียกว่าที่อยู่ IP มันเป็นเหมือนรหัสไปรษณีย์ — มันจะบอกว่าต้องส่งข้อมูลไปที่ไหนถ้าหากว่ามันต้องการจะสื่อสารกับคุณ

    ที่อยู่ IPv4 กับ IPv6 แตกต่างกันอย่างไร?

    ข้อแตกต่างหลัก ๆ ระหว่าง IPv4 กับ IPv6 ก็คือความยาวและรูปแบบของมัน ที่อยู่ IPv4 นั้นจะสั้นกว่าโดยจะมีตัวเลข 4 กลุ่มซึ่งแต่ละกลุ่มจะถูกแยกด้วยเครื่องหมายจุด ในขณะที่ที่อยู่ IPv6 จะยาวกว่าและมีทั้งตัวเลขกับตัวอักษรผสมกัน IPv6 นั้นจะมีที่อยู่ซึ่งไม่ซ้ำแบบกันมากกว่าและสามารถรองรับอุปกรณ์ได้มากกว่า IPv4 นั้นสามารถรองรับอุปกรณ์ได้เพียง 4 พันล้านเครื่อง ในขณะที่ IPv6 นั้นสามารถรองรับได้ 340 ล้านล้านล้านล้านล้านล้านเครื่อง

    นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างด้านการรับมือกับทราฟฟิคระหว่าง IPv4 และ IPv6 ด้วย เช่นขนาดแพ็คเกต รูปแบบเฮดเดอร์ และการกำหนดค่าที่อยู่อัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างเหล่านี้นั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป คุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เว้นแต่ว่าคุณจะเป็นแอดมินเครือข่ายหรือเป็นนักพัฒนาเท่านั้น

    ที่อยู่ IP แบบคงที่และแบบไดนามิกต่างกันอย่างไร?

    ข้อแตกต่างหลักระหว่างที่อยู่ IP แบบคงที่และแบบไดนามิกก็คือที่อยู่ IP คงที่นั้นจะเป็นเลขเดิมตลอด ในขณะที่ที่อยู่ IP แบบไดนามิกนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปในทุกครั้งที่อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

    ที่อยู่ IP คงที่นั้นมักจะถูกใช้งานโดยเซิร์ฟเวอร์ องค์กร และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องใช้ที่อยู่ IP ถาวร ที่อยู่ IP ไดนามิกนั้นจะเป็นของที่พบเห็นได้ทั่วไปมากกว่าสำหรับเครือข่ายบ้าน เนื่องจากมันจะถูกจัดสรรให้อย่างอัตโนมัติโดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

    ฉันจะค้นหาที่อยู่ IP ของตัวเองได้อย่างไร?

    มีหลายวิธีที่คุณสามารถค้นหาที่อยู่ IP ของตัวเองได้ ขึ้นกับว่าคุณใช้อุปกรณ์และระบบปฏิบัติการใด

    วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการใช้เครื่องมือตรวจจับที่อยู่ IP อย่างเช่นตัวที่อยู่ในหน้านี้

    อีกวิธีหนึ่งก็คือการเปิด command prompt บนคอมพิวเตอร์ Windows หรือ terminal บน Mac และก็พิมพ์ว่า "ipconfig" หรือ "ifconfig" ตามลำดับ สำหรับบนสมาร์ทโฟน คุณสามารถค้นหาที่อยู่ IP ได้ในการตั้งค่าเครือข่าย

    ที่อยู่ IP สามารถบ่งบอกข้อมูลอะไรได้บ้าง?

    ที่อยู่ IP นั้นสามารถบ่งบอกข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับตัวคุณได้ ประกอบไปด้วยตำแหน่งแบบกว้าง ๆ ของคุณ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณ

    เมื่อไรก็ตามที่คุณทำอะไรสักอย่างบนโลกออนไลน์ กิจกรรมของและการพฤติกรรมของคุณก็จะถูกบันทึกไว้คู่กับที่อยู่ IP แต่ถ้าไม่ได้มีใครไปขอข้อมูลนั้นจาก ISP โดยตรง ที่อยู่ IP ของคุณก็ไม่สามารถบ่งบอกตัวคุณให้ใครรู้ได้

    ฉันสามารถเปลี่ยนที่อยู่ IP ได้หรือไม่?

    ได้ มีหลายวิธีที่คุณสามารถทำเพื่อเปลี่ยนที่อยู่ IP ได้ แต่การใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) นั้นเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

    VPN นั้นทำงานด้วยการเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิคอินเทอร์เน็ตของคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวซึ่งตั้งอยู่ที่ตำแหน่งในภูมิภาคอื่น มันจะเป็นการซ่อนที่อยู่ IP ของคุณและแทนที่มันด้วยที่อยู่ IP ของเซิร์ฟเวอร์ VPN นี่จะทำให้ดูเหมือนว่าคุณอยู่ในประเทศหรือพื้นที่อื่น ซึ่งก็เป็นเรื่องดีสำหรับการใช้หลบหลีกการบล็อกเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต

    นอกจากนี้คุณจะยังได้รับประโยชน์มากมายจากการใช้ VPN มันจะช่วยเข้ารหัสข้อมูลของคุณด้วยอัลกอริทึมระดับทหาร ซึ่งจะทำให้แทบจะไม่มีใครเลยที่จะมาสอดแนมดูข้อมูลของคุณได้ มันจึงเหมาะมาก ๆ สำหรับใช้ร่วมกับเครือข่าย WiFi สาธารณะซึ่งไม่ปลอดภัย แถม VPN ที่น่าเชื่อถือนั้นก็จะมีนโยบายการไม่บันทึกข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ดังนั้นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของคุณรวมถึงกิจกรรมออนไลน์ของคุณก็จะถูกเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว

    ฉันสามารถซ่อนที่อยู่ IP ได้หรือไม่?

    มีหลายวิธีที่คุณสามารถใช้เพื่อซ่อนที่อยู่ IP ของคุณได้ ซึ่งก็รวมถึงการใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) เบราว์เซอร์ Tor หรือ พร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์

    จากตัวเลือกเหล่านี้ เราแนะนำให้ใช้ VPN เป็นอันดับแรก VPN นั้นจะเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิคอินเทอร์เน็ตไปยังอุโมงค์ที่มีการเข้ารหัส ซึ่งจะช่วยซ่อนที่อยู่ IP ของคุณจากเว็บที่คุณเข้าชม

    ในขณะที่เครือข่าย Tor จะแทนที่ที่อยู่ IP ของคุณด้วยที่อยู่ IP ใหม่จากพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ (หรือ "โหนด") โดยที่มันจะไม่ได้เข้ารหัสทราฟฟิคของคุณ ใคร ๆ ก็สามารถดูได้ว่าคุณทำอะไร และโหนดเข้าและออกก็สามารถดูตัวตนของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น ISP ของคุณก็จะสามารถดูได้ว่าคุณกำลังเข้า dark web ซึ่งมันก็จะส่งผลให้เขาควบคุมความเร็วของคุณ

    พร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์นั้นก็ไม่ได้ทำการเข้ารหัสข้อมูลของคุณเช่นกัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นตัวเลือกใช้แทน VPN ซึ่งมีความนิยมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบริการสตรีมมิ่ง แต่มันก็ไม่ได้มีประโยชน์เท่าที่ควร นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญของเราได้ค้นพบว่าที่อยู่ IP ส่วนใหญ่ของมันนั้นจะถูกบล็อกโดยผู้ให้บริการซึ่งมีเครื่องมือตรวจจับการใช้ VPN หรือพร็อกซี่ไปแล้ว

    VPN ซ่อนที่อยู่ IP ของฉันได้อย่างไร?

    VPN จะทำการเข้ารหัสทราฟฟิคอินเทอร์เน็ตของคุณและเปลี่ยนเส้นทางมันไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ห่างไกล ซึ่งก็ทำให้ดูเหมือนกับว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณนั้นมาจากเซิร์ฟเวอร์แทนที่จะเป็นอุปกรณ์ของคุณ วิธีการนี้จะช่วยปิดบังที่อยู่ IP ของคุณและทำให้เป็นเรื่องยากต่อการสอดแนมและการติดตามกิจกรรมออนไลน์ของคุณ

    นอกจากนี้ VPN ที่น่าเชื่อถือนั้นยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันการรั่วไหลซึ่งจะสามารถหยุดไม่ให้เว็บไซต์หรือบริการอื่น ๆ มาค้นพบที่อยู่ IP ของคุณได้ด้วย อินเทอร์เน็ตโปรโตคอลบางตัวนั้นมีจุดบกพร่องด้านความปลอดภัยซึ่งจะทำให้ที่อยู่ IP ของคุณรั่วไหลออกไป แต่ VPN ที่มีคุณภาพนั้นจะมีวิธีซึ่งถูกบิ้วท์อิน (และทำงานอัตโนมัติ) เพื่อหยุดไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

    การซ่อนที่อยู่ IP ของฉันมีความเสี่ยงหรือไม่?

    ขึ้นกับสถานการณ์ ในหลาย ๆ ประเทศ การซ่อนที่อยู่ IP รวมถึงการใช้ VPN นั้นไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ตราบใดก็ตามที่คุณไม่ได้ซ่อนมันเพราะคุณทำเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างเช่นการคุกคามทางออนไลน์ อาชญากรรมไซเบอร์ และการละเมิดลิขสิทธิ์

    คุณควรทราบเอาไว้ว่า ISP ของคุณนั้นอาจจะควบคุมความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณถ้าพวกเขาตรวจพบว่าคุณใช้เครือข่าย Tor ใครก็ตามที่เข้าใช้งาน dark web นั้นจะดูเป็นผู้มีความน่าสงสัย ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายก็ตาม

    อีกเรื่องที่ควรทราบก็คือ บางเครื่องมือที่อ้างว่าสามารถซ่อนที่อยู่ IP ของคุณได้นั้นอาจจะมาพร้อมกับมัลแวร์ ที่ผ่านมา พวกเราเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากกับ VPN ฟรี VPN ที่เราแนะนำทั้งหมดนั้นผ่านการคัดกรองโดยผู้เชี่ยวชาญของเรามาแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่ามันสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่คุณจะดาวน์โหลดอะไรก็ตาม คุณควรจะตรวจสอบรีวิวจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้งานให้แน่ใจก่อน

    การซ่อนที่อยู่ IP ของฉันมีผลทางกฎหมายหรือไม่?

    การซ่อนที่อยู่ IP ของคุณ รวมถึงการใช้ VPN นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้และถูกต้องตามกฎหมาย และใครหลายคนต่างก็ทำแบบนี้เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของตัวเอง ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม การใช้ VPN หรือจะใช้วิธีอื่นใด ๆ ก็ตาม ไม่ได้ทำให้คุณมีสิทธิ์ทำเรื่องผิดกฎหมายทางออนไลน์ได้

    VPN และวิธีการทำ obfuscation กับ IP อื่น ๆ นั้นไม่ได้ถูกกฎหมายในทุกประเทศ มันเป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศอย่างจีนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศอื่น ๆ เช่นรัสเซียก็มีข้อจำกัดในการใช้ VPN มากมาย ก่อนที่คุณจะดาวน์โหลด VPN หรือเชื่อมต่อไปยังพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์หรือ dark web คุณควรจะตรวจสอบข้อบังคับในพื้นที่ให้แน่ใจก่อนว่าคุณไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายใด ๆ