WireGuard คือโปรโตคอล VPN แห่งอนาคตหรือใหม่? ความปลอดภัย อัพเดตปี 2019

WireGuard Image

WireGuard เป็นโปรโตคอล VPN แบบ open-source ที่มีจุดประสงค์ในการลดความซับซ้อนของกระบวนการเข้ารหัสข้อมูล โดยนักพัฒนากล่าวว่ามันจะมีความเร็วสูงกว่า OpenVPN และ IKEv2 ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างว่าเป็นสองโปรโตคอลที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

WireGuard ได้แสดงผลที่เป็นบวกในระหว่างการทดสอบ โดยสามารถลดเวลา ping ลงไปได้เยอะ (เป็นตัววัดความเร็วทั่วไปของเครือข่าย) และมีการเชื่อมต่อที่เสถียรกว่า OpenVPN

จริงๆแล้ว แฟนๆของ WireGuard ทำนายว่านี่จะเป็น “โปรโตคอลแห่งอนาคต” ที่จะเหนือกว่าตัวเลือก VPN tunneling อื่นๆ อย่างไรก็ตามมันยังอยู่ในขั้นตอนแรกๆของการพัฒนาที่ยังมีข้อเสียบางอย่างที่ต้องปรับปรุงก่อนที่จะใช้งานในวงกว้างได้

Jason Donenfeld ผู้สร้างโปรโตคอลนี้มีประสบการณ์ในด้านความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนแรกที่ออกมยอมรับว่า WireGuard ยังไม่มีเวอร์ชันที่สเถียร แต่โปรโตคอลใหม่นี้ก็อาจจะเปลี่ยนโลก VPN ไปได้เลย

อ่านต่อเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของ WireGuard และสถานะปัจจุบันของการพัฒนาและใช้งาน

มีอะไรน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับโปรโตคอล WireGuard ใหม่นี้

โปรโตคอลต่างๆ ที่ใช้โดย VPN นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย (เช่น ความเร็วสูงขึ้นก็หมายถึงความปลอดภัยที่ลดลง) แต่ WireGuard มีประโยชน์มากมาย

นอกจากจะทำได้ดีกว่าโปรโตคอล OpenVPN และ IPSec ในการทดสอบความเร็วแล้ว WireGuard ยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานง่าย และเมื่อโปรโตคอลนี้สามารถใช้ในวงกว้างได้แล้ว แม้แต่การกำหนดค่าเครือข่ายด้วนตนเองก็จะสามารถทำได้ง่าย

หนึ่งในเหตุผลหลายข้อที่ทำให้โปรโตคอลนี้มีความเร็วสูงและใช้งานง่ายก็คือวิธีการเข้ารหัสที่ไม่ซับซ้อน

อธิบายอย่างง่ายๆก็คือ แทนที่จะทำงานกับวิธีการเข้ารหัสแบบสำเร็จรูปที่มีความยาวและซับซ้อนแบบที่ VPN ส่วนใหญ่ใช้ นักพัฒนา WireGuard ทำการประกอบส่วนประกอบของอัลกอริทึ่ม (หรือเรียกว่า “primitives) ด้วยวิธีใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มความเร็วโดยที่ไม่ต้องลดความปลอดภัย

นอกจากนี้ WireGuard ยังมีขนาดเล็กกว่า OpenVPN โดยมีโค้ดเพียง 4,000 บรรทัด และการที่โค้ดมีขนาดกะทัดรัดจึงทำให้มีการตรวจสอบและพัฒนาอยู่เสมอ – ซึ่งหมายความว่าจะเป็นอันตรายน้อยกว่าโปรโตคอลอื่นๆ

ความเสี่ยงจากการใช้ WireGuard ตอนนี้

ถึงแม้จะมีข้อดีมากมายแต่คุณก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะใช้ WireGuard ทันที เพราะแม้แต่นักพัฒนาหลักก็ยังบอกว่านี่ยังเป็นช่วงทดลอง

ซึ่งหมายความว่าประสบการณ์ในการใช้ WireGuard ของคุณอาจจะไม่เหมือนกับผลการทดสอบความเร็วที่เราได้ทดสอบมา เนื่องจากปัจจุบันยังมีปัญหาด้านความเสถียรอยู่

Private Internet Access (PIA) เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของโปรโตคอลใหม่นี้ แต่ก็ยังไม่ได้ปล่อยไคลเอนต์ของ WireGuard ออกมาเนื่องจากยังไม่มีไดรเวอร์ขอ Windows

และตัว Donenfeld ก็ได้เตือนผู้ใช้งาน VPN ว่าอย่าเพิ่งเทใจให้โปรโตคอลใหม่นี้ เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องปรับปรุงก่อนที่เวอร์ชันแบบเสถียรจะพร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ยังขาดการสนับสนุนทางการค้า ดังนั้นเราขอแนะนำว่าให้คุณรอก่อนและอย่าเพิ่งลองใช้ เว้นแต่ว่าคุณจะมั่นใจว่าจะสามารถใช้งานซอฟต์แวร์แบบ open-source ได้โดยไม่ต้องมีความช่วยเหลือทางด้านเทคนิค

ข้อเสียของ WireGuard ในปัจจุบัน:

  • แอพยังมีปัญหา
  • นักพัฒนาแนะนำว่าโค้ดและโปรโตคอลยังอยู่ในช่วงทดลอง
  • ยังขาดการสนับสนุนสำหรับแพลตฟอร์มอื่นๆนอกเหนือจาก Linux
  • ยังไม่มีเวอร์ชันแบบสเถียรที่สามารถทำการติดตามแบบ Common Vulnerabilities and Exposures (CVE) tracking ความเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัย
  • ตอนนี้มีผู้ให้บริการเพียงไม่กี่รายที่ใช้โปรโตคอลนี้เนื่องจากเหตุผลเหล่านี้และความกังวลเรื่องอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่อยากรอและอยากใช้เทคโนโลยีล่าสุดแล้ว คุณสามารถทดลองใช้ WireGuard ได้ด้วยการใช้บริการ VPN จากผู้ให้บริการในรายชื่อด้านล่าง แต่ต้องระวังถึงความเสี่ยงและพยายามหลีกเลี่ยงการใช้งานแบบสุ่มเสี่ยงอย่างการทอร์เรนต์

VPN ไหนบ้างที่ใช้หรือสนับสนุน WireGuard?

ผู้ให้บริการ VPN ชั้นนำสามรายนี้เป็นผู้นำในการสนับสนุนหรือเริ่มใช้โปรโตคอล WireGuard

1. AzireVPN

azirevpn device

AzireVPN เป็นผู้ให้บริการที่มีความสามารถและมีบริการความเร็วสูงและยังมีนโยบายด้านความเป็นส่วนตัวที่เชื่อถือได้

ถึงแม้จะมีเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กที่มีเซิร์ฟเวอร์ไม่กี่ตำแหน่ง (สวีเดน สเปน แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา) และก็สามารถใช้งานกับ WireGuard หรือโปรโตคอลอื่นๆที่เป็นประโยชน์ได้ (OpenVPN, IPSec และอื่นๆ)

ผู้ให้บริการจากสวีเดนรายนี้มีบริการสนับสนุนหลายช่องทาง รวมถึงเว็บเพจที่มีคู่มือการติดตั้ง WireGuard แบบละเอียด และทางบริษัทยังจ้างผู้สร้าง WireGuard ให้เขียนโมดูลโค้ดสำหรับเซิร์ฟเวอร์ VPN ทุกเครื่องของทางบริษัท

AzireVPN มีคะแนนรีวิวจากผู้ใช้งานสูงทำให้มันเป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณต้องการทดลองใช้งานซอฟต์แวร์นี้ด้วยตนเอง

การรับประกันความพึงพอใจคืนเงินภายใน: 7 วัน
การทดลองใช้งานฟรี: 24 hours

ดูข้อเสนอของ Azire VPN

2. Private Internet Access

Private Internet Access devices

ผู้ให้บริการ VPN รายนี้มีความกะตือรือร้นในการสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ WireGuard อย่างไรก็ตาม PIA ยังไม่มีโปรโตคอล WireGuard บนเครือข่ายเพราะทางบริษัทเข้าใจดีว่าโปรโตคอลนี้ยังไม่พร้อมใช้งานแบบมืออาชีพ

PIA เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ VPN ที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดโดยมีเซิร์ฟเวอร์กว่า 3,000 เครื่องใน 33 ประเทศทั่วโลกและมีกฎเกี่ยวกับข้อมูลผู้ใช้งานที่เข้มงวด

และถึงแม้ว่า PIA จะตั้งอยู่ในสหรัฐฯแต่ทางบริษัทได้พยายามใช้ช่องโหว่ต่างๆในการหลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูล Mandatory Data Retention ตามที่ทางรัฐบาลของประเทศในกลุ่ม Five-Eyes Alliance มีการบังคับใช้

ถึงแม้ว่าตอนนี้ PIA ยังไม่ให้คุณใช้ WireGuard แต่ก็ลองติดตามเว็บไซต์ดูเพื่อดูการอัพเดตต่างๆ เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงมากที่ผู้ให้บริการนี้จะเป็นผู้ให้บริการ VPN ขนาดใหญ่และระดับพรีเมียมรายแรกที่จะใช้โปรโตคอลนี้ทันทีที่มีการปล่อยเวอร์ชันแบบเสถียรออกมา

บริการรับประกันความพึงพอใจคืนเงินภายใน: 7 วัน
การทดลองใช้งานฟรี: มีการให้ทดลองใช้งานฟรี 7 วันในบางโอกาส ลองติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ดูข้อเสนอของ PIA

3. Algo VPN

Algo เป็นบริการที่แตกต่าง โดยเซิร์ฟเวอร์VPN แบบโฮสต์ด้วยตนเองนั้นสามารถใช้งานได้ฟรีและทางผู้ให้บริการก็บอกว่ามันเป็นบริการที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย

แม้ว่าจะทำการติดตั้งและตั้งค่าได้ง่ายแต่ก็ยากที่จะตัดสินระดับความปลอดภัยเนื่องจากโครงการแบบ open-source นี้ขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตส่วนตัว

สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เราไม่สามารถออกความคิดเห็นเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพของ Algo ได้ เพราะเรายังไม่มีโอกาสได้ทดลองใช้บริการ หากคุณต้องการทดลองใช้กับ WireGuard โดยไม่ต้องเสียเงิน เราขอแนะนำให้ใช้บริการการทดลองใช้งานฟรีของ AzireVPN ซึ่งเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

สรุป

WireGuard อาจจะเป็นโปรโตคอล VPN แห่งอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการลงเวลา เงิน และความพยายามลงไปในโครงการมากขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อผู้พัฒนาหลักบอกทุกคนว่ามันยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานทั่วไปการระวังไว้ก่อนก็อาจจะเป็นความคิดที่ดี

สำหรับตอนนี้เรายังคงแนะนำให้ใช้ OpenVPN ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ดีที่สุดในการใช้งานสำหรับจุดประสงค์ส่วนใหญ่ และมี IKEv2 ตามมาติดๆเป็นที่สอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุปกรณ์ iOS และMac OS.

ไปยังลิงก์ในตารางด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ VPN ที่ใช้โปรโตคอลเหล่านี้ เรามีรีวิวอย่างละเอียดจากผู้ใช้งานและผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้คุณเลือกบริการที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สิ่งนี้มีประโยชน์หรือไม่? ทำการแชร์!
รอก่อน! Nord ลดราคา VPN ของพวกเขาลง 70%