5 VPN ที่ดีที่สุดสำหรับ Apple TV (อัปเดต 2019)

VPN เหล่านี้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมหากคุณกำลังมองหา VPN ที่ดีที่สุดสำหรับ TV

หากคุณต้องการใช้ VPN กับ Apple TV ของคุณ​ (ซึ่งไม่มีเหตุผลที่คุณจะไม่ใช้) — หากคุณต้องเดินทางไปทั่วโลก (หรือหากคุณต้องการหลบเลี่ยงการจำกัดการเข้าถึงจากบางพื้นที่) ไม่มีวิธีใดที่จะดีไปกว่าการใช้ VPN เพื่อใช้งานบริการสตรีมมิ่งให้อย่างดีที่สุด

แต่การทำให้ Apple TV ทำงานกับ VPN ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก  

สำหรับผู้ใช้งานมือใหม่ Apple TV ไม่มีตัวรองรับ VPN แบบบิลท์อิน ดังนั้นคุณไม่สามารถเชื่อมต่อโดยตรงได้ แต่ไม่เป็นไร — มีหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณผสานรวม Apple TV/VPN เข้าด้วยกัน  อย่างไรก็ตามจะต้องมีซอฟต์แวร์ที่เชื่อถือได้ การสนับสนุนที่ดี และวิธีการตั้งค่าที่ชัดเจน และยังไม่ต้องพูดถึงว่าการหา VPN ที่มีคุณสมบัติเพรียมพร้อม และมีความเร็วกับความปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย

นี่คือเหตุผลที่เราเขียนบทความนี้ขึ้นมา VPN เหล่านี้ไม่เพียงทำงานกับ Apple TV ได้อย่างไร้ที่ติ แต่ยังช่วยให้คุณตั้งค่าได้อย่างราบรื่นถึงแม้ว่าคุณจะไม่ชินกับการตั้งค่า VPN ที่ซับซ้อนก็ตาม

1. ExpressVPN

  • VPN ที่เร็วที่สุดในตลาด
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งค่าเพราะมีเราเตอร์แบบ pre-flashed
  • คุณสมบัติ MediaStreamer DNS — ปลดบล็อค Apple TV ภายในไม่กี่นาที!
  • รับความช่วยเหลือคุณภาพสูงผ่านแชทสด
  • รับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน

ในกรณีส่วนใหญ่ คุณสามารถทำให้ VPN ทำงานกับ Apple TV ได้โดยการตั้งค่าเราเตอร์​ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่วางใจได้มากที่สุดและ VPN ส่วนใหญ่ที่ใช้งานกับกล่องทีวีแบบนี้ได้ก็มีบริการการตั้งค่าเราเตอร์

สิ่งที่ทำให้ ExpressVPN โดดเด่นก็คือการที่ทางบริษัทมีขายเราเตอร์ที่มีการตั้งค่ามาแล้ว ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องทำการตั้งค่าทุกอย่างด้วยตนเอง หากคุณต้องการทำอะไรด้วยนเอง ก็มีคู่มือการตั้งค่าสำหรับอุปกรณ์หลายรูปแบบ — แค่ต้องแน่ใจว่ามันทำงานกับอุปกรณ์ของคุณได้

หากคุณต้องการให้มันง่ายขึ้นอีก คุณสามารถใช้ MediaStreamer DNS กล่าวคือ ExpressVPN มีการตั้งค่า DNS เพื่อให้ใช้กับ Apple TV ของคุณได้ ดังนั้นจึงมีบริการพร็อกซี่ที่มีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แต่ถึงแม้ว่าจะตั้งค่าได้ง่าย แต่โปรดทราบว่าหากคุณใช้วิธีนี้ คุณจะไม่สามารถใช้งานการเข้ารหัสระดับสูงของ ExpressVPN ได้

นอกจากคุณสมบัติที่ดีแล้ว ยังมีเซิร์ฟเวอร์กว่า 1,500 เครื่องให้เลือก และยังมีความเร้วสูง รวมถึงการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันผ่านแชทสด สิ่งเหล่านี้และการมีบริการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วันทำให้ ExpressVPN อยู่ในรายชื่อ VPN สำหรับ Apple TV ที่ดีที่สุดของเรา

ดูข้อเสนอ อ่านรีวิว

2. NordVPN

  • เร็วและมีคุณสมบัติครบถ้วน — เซิร์ฟเวอร์กว่า 3,500 เครื่องและความเร็วสูง
  • มีเราเตอร์ที่ใช้งาน VPN ได้ หรือคู่มือการติดตั้ง แต่ไม่มีแอปสำหรับอุปกรณ์นี้โดยเฉพาะ
  • การบริการลูกค้าระดับโลก
  • บริการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน

หากคุณต้องการดูบริการสตรีมมิ่งโปรดของคุณระหว่างการเดินทางโดยไม่ต้องถูกจำกัดการเข้าถึงจากบางพื้นที่ NordVPN เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี

เช่นเดียวกับ ExpressVPN คุณสามารถสั่งเราเตอร์แบบ pre-flashed ได้จากเว็บไซต์ของ Nord โดยตรง หากคุณต้องการตั้งค่าเอง คุณสามารถอ่านคู่มือการใช้งานและตั้งค่าทุกอย่างด้วยตัวเอง — หากเราเตอร์ของคุณรองรับ DD-WRT/Tomato

ข้อเสียของ NordVPN คือการไม่มีคุณสมบัติหรือแอปสำหรับคอนโซลโดยเฉพาะ ดังนั้นคุณจะต้องตั้งค่าด้วยตนเองด้วยความอดทนและทำตามวิธีการอย่างเคร่งครัด แต่เชื่อเราเถอะว่ามันอาจจะดูยากแต่จริง ๆ แล้วไม่ได้ยากเลย นอกจากนี้หากคุณเจอปัญหา คุณสามารถติดต่อฝ่ายบริการสนับสนุนได้ผ่านแชทสดได้ทุกที่ทุกเวลา

และสุดท้ายแล้วสิ่งที่คุณจะได้รับก็คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป คุณสามารถดูรายการต่าง ๆ ได้อย่างเป็นส่วนตัวโดยไม่ต้องพบกับการบัฟเฟอร์ ต้องขอบคุณเซิร์ฟเวอร์ที่มีแบนด์วิธสูงของ NordVPN และอย่าลืมว่ามีบริการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน — ดังนั้นถึงแม้ว่าคุณจะไม่ต้องการใช้ VPN นี้อีกต่อไป คุณก็ไม่เสียเงิน

ดูข้อเสนอ อ่านรีวิว

3. VyprVPN

  • ปลั๊กอินแบบเนทีฟช่วยเพิ่มคุณสมบัติแก่เราเตอร์ของคุณ (จำเป็นต้องมี Tomato MIPS/ARM)
  • คู่มือการตั้งค่าที่ชัดเจน
  • ไม่มีเฟิร์มแวร์เหรอ? ไม่มีปัญหา — เชื่อมต่อผ่านฮอตสปอต!
  • ไม่มีการคืนเงิน

VyprVPN เป็นที่รู้จักกันดีในด้านความเร็วและจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่มีให้เลือก แต่เมื่อพูดถึงการใช้งานกับ Apple TV แล้วก็ถือว่ายังมีจุดเด่นอื่น ๆ อีก

นั่นก็คือ VyprVPN มี “แอปเราเตอร์” ซึ่งทำงานกับเฟรมเวิร์ค Tomato MIPS/ARM ได้และทำงานคล้าย ๆ กับปลั๊กอินที่จะช่วยเพิ่ม “พลัง” ให้กับการตั้งค่าเราเตอร์ของคุณ

แอปนี้ทำให้การตั้งค่า VyprVPN บนเราเตอร์ของคุณเป็นเรื่องง่าย หากเราเตอร์ของคุณไม่มีเฟิร์มแวร์ที่จำเป็นสำหรับแอป ไม่ต้องกังวล —  คุณสามารถติดตั้ง VyprVPN ด้วยวิธีแบบดั้งเดิมได้ (ต้องมีเราเตอร์ DD-WRD หรือ Tomato)

และสุดท้ายนี้คุณสามารถแชร์การเชื่อมต่อที่ได้รับการปกป้องด้วย VPN จาก Mac หรือ Apple TV ของคุณ — แต่การเชื่อมต่อของคุณอาจจะช้าลง

ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบใดก็ตาม Vypr มีคู่มือการตั้งค่าอย่าละเอียดเพื่อให้คุณตั้งค่าได้อย่างราบรื่น และยังมีบริการช่วยเหลือที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยบริการสนับสนุนลูกค้าที่ตอบอย่างรวดเร็วและให้ความรู้ได้ดี — มั่นใจได้เลยว่าอุปกรณ์ขงคุณจะได้รับการปกป้องเป็นอย่างดีและมีการเข้ารหัสแบบ Chameleon ได้ภายในเวลาเพียงไม่นาน

ข้อเสียจริงๆ เพียงข้อเดียวของ VyprVPN คือการไม่มีนโยบายคืนเงิน ซึ่งเมื่อรวมกับการไม่มีให้เลือกสมัครสมาชิกเวลาสั้น ๆ และราคาที่ค่อนข้างสูงอาจจะทำให้หลาย ๆ คนไม่ต้องการใช้— แต่ประสิทธิภาพของ VPN นี้นั้นคุ้มราคา

ดูข้อเสนอ อ่านรีวิว

4. SaferVPN

  • มีทั้งวิธีการ flash เราเตอร์ หรือฮอตสปอต
  • มีมีแอปหรือปลั๊กอินสำหรับมีเดียคอนโซลโดยเฉพาะ
  • มีคู่มือที่ยอดเยี่ยมและบริการสนับสนุนที่เอาใจใส่
  • ราคาค่อนข้างถูก
  • ทดลองใช้งานได้ฟรี 1 วันและมีบริการรับประกันคืนเงินใน 30 วัน

นอกจากนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดและเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ที่ดีแล้ว SaferVPN ยังเป็นผู้ให้บริการที่มีบริการหลากหลายรูปแบบรวมถึงการใช้งานกับ Apple VPN ได้ คุณสามารถเลือกกำหนดค่าเราเตอร์ได้ — SaferVPN แนะนำให้ใช้ DD-WRT ซึ่งเป็นเฟิร์มแวร์ที่เหมาะสมที่สุด — หรือคุณสามารถใช้ Mac ของคุณเป็นฮอตสปอตของ WiFi
ทางบริษัทเคยมีบริการเราเตอร์ที่พร้อมทำงานกับ VPN แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีแล้ว

การที่ไม่มีแอปเฉพาะทำให้ผู้ใช้งานต้องมีส่วนร่วมมากขึ้นเพื่อใช้งาน SaferVPN

แต่เมื่อคุณตั้งค่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว คุณก็จะเพลิดเพลินไปกับการใช้ Apple TV ของคุณไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการทำงาน — เพราะ VPN นี้ทำงานได้ดีทั้งในเรื่องของเวลาและความสามารถ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการสตรีมมิ่ง

และสำหรับบริการสนับสนุน ก็มีคู่มือโดยละเอียดและมีทีมงานที่คอยช่วยเหลือคุณผ่านแชทสดและตั๋วอยู่เสมอ

สรุปคือ คุณควรพิจารณาใช้ SaferVPN — ด้วยการทดลองใช้งานฟรี 24 ชั่วโมงและบริการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน คุณก็ไม่มีอะไรจะเสีย!

ดูข้อเสนอ อ่านรีวิว

5. Cyberghost

cyberghost multiple devices
  • ตั้งค่าเราเตอร์ได้ง่ายๆด้วยคู่มือที่ไม่ยุ่งยาก
  • กำหนดค่าด้วยตัวเองหรือประหยัดเวลาด้วยอุปกรณ์ที่มีการตั้งค่าไว้แล้วConfigure
  • ความสมดุลของความเร็ว คุณสมบัติ และราคา
  • มีแชทสด
  • ทดลองใช้ได้นานสูงสุด 30 วันและสามารถขอเงินคืนได้ — ไม่มีคำถามใดๆ

CyberGhost  เป็นหนึ่งใน VPN อันครบเครื่องที่ทำงานได้ดีและมีราคาไม่แพงที่เราชอบที่สุด และยังมีคุณสมบัติเฉพาะด้านอื่นๆ เช่น การดู Apple TV ได้โดยไม่มีข้อจำกัด

การตั้งค่CyberGhost ให้ทำงานกับเราเตอร์ของคุณไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากมีทั้งคู่มือและทัศนูปกรณ์เพื่อช่วยในการติดตั้งที่ชัดเจน และถ้าพูดถึงความสามารถของ VPN นี้ คุณไม่ต้องกังวลว่าการเชื่อมต่อจะช้าหรือจะหยุดทำงาน เพราะ VPN นี้ทั้งรวดเร็วและเชื่อถือได้ และมีเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์กว่า 6,000 เครื่องทั่วโลก

หากคุณไม่ต้องการตั้งค่า DD-WRT/Tomato ด้วยตนเอง CyberGhost ยังมาพร้อมกับเราเตอร์ที่มีการตั้งค่ามาแล้ว ซึ่งสิ่งที่คุณจะต้องทำก็มีแค่เพียงกรอกข้อมูลในการเข้าสู่ระบบของคุณ คุณไม่สามารถซื้อเราเตอร์นี้จากผู้ให้บริการได้โดยตรง ดังนั้นคุณต้องแน่ใจว่าร้านค้าที่คุณซื้อนั้นเชื่อถือได้

โดยรวมแล้ว CyberGhost เป็น VPN ที่ดีสำหรับ Apple TV — โดยเป็นการผสมผสานระหว่างเซิร์ฟเวอร์ความเร็วสูง คู่มือที่มีประโยชน์ และการบริการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม (รวมถึงมีแชทสด) ทำให้ผู้ให้บริการจากประเทศโรมาเนียนี้เป็นผู้ให้บริการที่ควรค่าแก่การพิจารณา และยังไม่พอคุณยังสามารถทดลองใช้ CyberGhost ได้ทั้งเดือนก่อนที่จะรับเงินคืนหากคุณไม่พอใจ

ดูข้อเสนอ อ่านรีวิว

ใช้ประโยชน์จาก Apple TV ให้มากที่สุดด้วย VPN

คุณอาจจะต้องทำการบ้านมาก หรือทำการทดลองมากหน่อย — แต่สุดท้ายแล้วคุณสามารถเพลิดเพลินกับ Apple TV ได้อย่างเต็มรูปแบบและไม่ต้องกังวลกับการจำกัดการเข้าถึงจากบางพื้นที่ด้วยการใช้ VPN เราขอแนะนำให้เลือกตั้งค่าเราเตอร์ — เพราะไม่เพียงจะทำให้คุณเข้าถึงคอนเทนต์ได้อย่างไม่จำกัดแล้ว แต่ยังช่วยปกป้องอุปกรณ์ทุก ๆ เครื่องของคุณเช่นกัน

หากคุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ โปรดบอกต่อด้วยการแชร์บทความนี้บนโซเชียลมีเดีย! ขอบคุณมาก

ปกป้องตัวคุณด้วย VPN โดยตรงจากแหล่งสัญญาณ — คลิกที่นี่ ดู VPN ที่ดีที่สุดสำหรับเราเตอร์!

สิ่งนี้มีประโยชน์หรือไม่? ทำการแชร์!
รอก่อน! Nord ลดราคา VPN ของพวกเขาลง 70%