วิธีการชำระเงินแบบไม่ต้องเปิดเผยตัว รายละเอียดของวิธีการชำระเงินแบบไม่ต้องเปิดเผยตัวผู้จ่าย

ในโลกของการดักจับข้อมูลและการทำกิจกรรมบนโลกไซเบอร์ เราทราบว่าการหาวิธีชำระเงินทางออนไลน์แบบไม่ต้องเปิดเผยตัวถือเป็นเรื่องที่จำเป็น การทำเช่นนี้สามารถช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณ, ลดปริมาณข้อมูลที่ถูกแชร์กับบริษัท และที่สำคัญที่สุดคือสามารถป้องกันการโกงได้ อย่างไรก็ตามมันไม่ง่ายเสมอไปที่จะก้าวเข้าไปสู่โลกของการชำระเงินแบบไม่ต้องเปิดเผยตัว ซึ่งจะมีการบิดเบือนและลูกเล่นในบริการแต่ละตัวที่มีอยู่ บางวิธีเป็นวิธีที่รวดเร็วและง่ายต่อการใช้งาน ในขณะที่บางวิธีสามารถใช้ได้เฉพาะในบางพื้นที่เท่านั้นและไม่สามารถเติมเงินได้ เราต้องการทำให้คุณทราบว่าคุณกำลังจะเจอกับอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ต้องเปิดเผยตัวก็ตาม

เรามาลองดูบริการต่าง ๆ เหล่านี้ที่ไม่มีการเปิดเผยตัวอยู่ที่ทำการชำระเงินอย่างแท้จริง

1. บัตรที่มีการปิดบังตัวผู้ใช้:

image1

ข้อดี:

บริการบัตรเครดิตฟรีที่ใช้ได้ครั้งเดียวซึ่งถูกสร้างขึ้นโดย Abine.com มีลักษณะที่ถูกกฎหมายและให้คุณสามารถทำการซื้อของออนไลน์ด้วยชื่อที่แต่งขึ้นสิ่งที่ดีเยี่ยมเกี่ยวกับบริการนี้คือ จะไม่มีการคิดเงินจากบัตรแบบอัตโนมัติ – เหมือนกับบัตรเครดิตแบบอื่น ๆ – โดยที่คุณยังไม่ได้อนุมัติ

เพียงแค่สมัครบัตรเครดิตออนไลน์และใช้ทำการซื้อของออนไลน์หรือที่ร้านค้า โดยที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับบัตรแก่ผู้ขาย มันทำงานเหมือนกับซิมการ์ดที่คุณต้องเติมเงินก่อนที่จะสามารถใช้งานได้

การซ่อนข้อมูลจะเป็นการซ่อนข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับตัวคุณ ซึ่งรวมถึงที่อยู่และการแสดงรายการธุรกรรมที่ผู้ให้บริการบัตรเครดิต

“บัตรที่มีการปกปิดข้อมูลเป็นสิ่งที่มีประโยชน์เนื่องจากจะไม่มีทิ้งข้อมูลบัตรเครดิตจริงไว้กับฐานข้อมูลของร้านค้า” กล่าวโดยผู้ร่วมก่อตั้ง Abine และ CEO Rob Shavell “หลักการที่เราใช้เพื่อความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อน: แฮคเกอร์จะไม่สามารถขโมยในสิ่งที่พวกเขาไม่มีไปได้
ข้อเสีย:

สิ่งแรกคือมีปัญหาเกี่ยวกับข้อจำกัดเกี่ยวกับบัตร บัตรที่มีการปกปิดข้อมูลจะไม่ให้คุณสามารถใช้จ่ายได้เกิน $500 ข้อเสียอีกอย่างของบัตรชนิดนี้คือ คุณจะไม่สามารถใช้เพื่อจ่ายเงินตามวงรอบประจำได้ เช่น สมาชิกฟิตเนสรายเดือน และข้อเสียอย่างสุดท้ายคือ บัตรชนิดนี้ดูน่าสับสน ลองนึกดูว่าคุณใช้ชื่อปลอมสำหรับสิ่งหนึ่งและใช้อีกชื่อหนึ่งสำหรับอีกสิ่งหนึ่ง มันดูค่อนข้างซับซ้อน

สิ่งที่ควรทำเกี่ยวกับวิธีการนี้ :

ใช้บัตรประเภทนี้ในการซื้อของที่มีราคาไม่เกิน $500 และไม่ต้องมีการจ่ายเงินรายเดือน – เหมือนกับค่าโทรศัพท์หรือสมาชิกฟิตเนส

2. บัตรที่มีการจ่ายเงินล่วงหน้า:

image2ข้อดี:

คุณสามารถใช้บัตรแบบจ่ายเงินล่วงหน้าได้ทุกที่ โดยเฉพาะที่ร้านยาและซุปเปอร์มาร์เก็ต คุณต้องทำเพียงแค่จ่ายด้วยเงินสุดแล้วบัตรใบนี้ก็จะเป็นของคุณ นอกจากนี้คุณยังสามารถมีบัตรนี้ผ่านทางออนไลน์ได้ แต่คุณจะต้องให้ข้อมูลบางอย่างของคุณกับบริษัทที่คุณต้องการซื้อบัตร สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเลือกนี้คือ บัตรใบนี้จะไม่บอกข้อมูลที่สามารถติดตามกลับมาหาคุณได้

ข้อเสีย:

ถึงแม้ว่าการได้บัตรที่มีการจ่ายเงินล่วงหน้าสามารถทำได้ง่าย แต่ก็ยังมีอุปกรณ์บางอย่างที่คุณต้องคำนึงถึง บัตรแบบจ่ายเงินล่วงหน้าส่วนใหญ่จะมียอดเงินขั้นต่ำ $20 ซึ่งไม่เหมือนกับบัตรที่มีการปกปิดข้อมูลผู้ใช้ที่มีการจำกัดยอดเงินสูงสุด ถึงแม้ว่าเมื่อคุณสามารถหาบัตรที่มียอดเงินขั้นต่ำที่ต่ำกว่านี้ได้ พวกเขาก็จะให้คุณกรอกชื่อ, อีเมล และที่อยู่ ซึ่งเป็นการทำลายจุดมุ่งหมายของการปกปิดตัวผู้ใช้ สุดท้ายคือบัตรนี้เติมเงินได้ค่อนข้างยาก ถ้าหากคุณพยายามที่จะทำมันทางออนไลน์ คุณจะต้องกรอข้อมูลส่วนตัวของคุณ ซึ่งถือเป็นการเปิดเผยตัวตนของคุณ
สิ่งที่ควรทำเกี่ยวกับวิธีการนี้:

ลองพิจารณาถึงเหตุผลที่คุณจำเป็นต้องใช้บัตรแบบจ่ายเงินล่วงหน้า ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คือบัตรของขวัญที่มีลูกเล่นนั่นเอง

ถ้าหากคุณเลือกใช้บัตรที่มีการจ่ายเงินล่วงหน้านี้ คุณควรใช้เป็นบัตรของขวัญ – ซึ่งเป็นตัวเลือกการจ่ายเงินที่ไม่มีการเปิดเผยตัวผู้ซื้อ
3. Bitcoin:

image3ข้อดี:

ลองคิดดูว่าคุณจะสามารถซื้อ, ขาย, ลงทุน และซื้อสินค้าและบริการได้ด้วยสกุลเงินชนิดใหม่

แน่นอนว่านี่คือตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุด Bitcoin มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็น “นวัตกรรมระบบการชำระเงินและเงินชนิดใหม่”

“มันใช้เทคโนโลยีแบบ peer-to-peer เพื่อดำเนินงานโดยที่ไม่มีธนาคารหรือส่วนกลาง; จัดการธุรกรรมและการออก Bitcoins จะเกิดขึ้นบนระบบ”

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับบทความนี้คือ มันเป็นไปได้ที่จะส่งและรับ Bitcoins โดยที่ไม่ต้องให้ข้อมูลใด ๆ ของคุณ และยิ่งไปกว่านั้นคือ จะไม่มีการผูกการทำธุรกรรมไว้กับข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้

ดูเหมือนโลกในความฝัน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นในบางส่วน

ข้อเสีย:

ที่อยู่ของ Bitcoin สามารถเชื่อมโยงไปยังข้อมูลจริงของผู้ใช้ได้ ถ้าหากมีการใช้ข้อมูลส่วนตัวร่วมกับที่อยู่ Bitcoin ในบางส่วน สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการส่งเงินบริจาคและใช้ที่อยู่จริง หรือเมื่อส่งเงินไปให้ใครบางคนและใช้ที่อยู่ของคุณ

บางทีความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของ Bitcoin คือ การทำธุรกรรมทั้งหมดมีความโปร่งใสและสามารถติดตามได้ ซึ่งนี่จะสามารถรวมที่อยู่ Bitcoin หลายตัวเข้าไว้ด้วยกันและผูกเข้ากับผู้ใช้เดียวกัน

มันก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ปกปิดตัวผู้ใช้จริง ๆ

วิธีการใช้งาน:

บทความนี้ จะนำเสนอเคล็ดลับบางอย่างในการเทรดและวิธีการซื้อ Bitcoin แบบไม่ต้องเปิดเผยตัว
บริการอื่น ๆ:

ยังมีบริการอื่น ๆ ที่ให้คุณสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้แบบไม่ต้องเปิดเผยตัว เช่น Litecoin, Ripple, OpenCoin, MintChip, และ Linden Dollars ซึ่งบริการแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีและข้อด้อยเป็นของตัวเอง

คำแนะนำของเราเมื่อต้องการเลือกบริการ:

กำหนดให้ชัดเจนว่าคุณต้องการอะไรจากบริการนี้ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้

และคุณอาจจะสนใจ:

สิ่งนี้มีประโยชน์หรือไม่? ทำการแชร์!