บริการ vpn (ฟรี) ที่ยอดเยี่ยมของปี 2017

มีใครที่ไม่ชอบของฟรีบ้าง? ผมเป็นคนชอบของฟรีมาก ๆ และจะไม่ยอมจ่ายถ้าหากสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นจริง ๆ แต่ของฟรีจะมีอะไรบางอย่างติดมาด้วยเสมอ; สมาชิกแบบฟรีสำหรับ Buffer จะไม่มีฟีเจอร์สมากมายเหมือนกับสมาชิกแบบมีค่าใช้จ่าย เกมส์ฟรีจะเริ่มดูน่าเบื่อมหลังจากโฆษณาตัวที่ 74 VPN ก็เป็นเช่นเดียวกัน VPNs แบบฟรีนั้นดีเยี่ยม แต่มันก็มีเหตุผลบางอย่างอยู่เบื้องหลัง

มี VPNs ฟรีอยู่มากมายให้เลือก แต่ถ้าคุณไม่เลือกดี ๆ คุณจะพบกับมัลแวร์อย่างแน่นอน มี VPN หลายตัวที่ขายข้อมูลผู้ใช้ให้กับกลุ่มบุคคลที่สาม ซึ่งพวกเขาจะเอาไปทำโฆษณาเป้าหมายสำหรับคุณ VPN ฟรีตัวอื่น ๆ จะมีการเข้ารหัสข้อมูลที่ล้าสมัยและถูกแฮ็คได้ง่าย ด้วย VPN แบบฟรี คุณอาจต้องรอจนกว่าเซิฟเวอร์จะเปิด นอกจากนี้ยังมีโอกาสอีกว่าคุณจะพบกับโฆษณามากมาย พวกเราทราบกันดีว่า VPN จะทำให้ความเร็วอินเตอร์เน็ตช้าลง และมันจะยิ่งช้ามากยิ่งขึ้นด้วย VPN แบบฟรี จากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราได้คัดเลือก VPN ฟรีที่ดีที่สุดมาให้คุณได้เลือก ให้คุณได้รับบริการที่ดีเยี่ยมโดยไม่ต้องจ่ายเงิน

*Editor’s Choice: ExpressVPN

ถึงแม้ว่า ExpressVPN จะไม่ฟรีทั้งหมด แต่นโยบายการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วันของพวกเขาก็ถือเป็นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยม คุณจะได้รับบริการคุณภาพพรีเมี่ยมที่ง่ายต่อการดาวน์โหลด, เป็นมิตรต่อผู้ใช้, ไม่มีการเก็บบันทึก, และไม่ทำให้ความเร็วอินเตอร์เน็ตของคุณช้าลง ถ้าหากคุณต้องการดูว่า VPN ทำงานอย่างไร – หรือถ้าหากคุณต้องการหลบการบล็อค VPN ของ Netflix – ExpressVPN จะเป็นตัวเลือกที่ดี นอกจากนี้มันยังเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมถ้าหากคุณกำลังเดินทางและต้องการ VPN เพียงสองสามสัปดาห์

1. TunnelBear

TunnelBear เป็น VPN ฟรีที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้และง่ายต่อการใช้งานมากที่สุด ด้วยแอพพลิเคชั่นที่เรียบง่ายสำหรับ MacOS, Windows, และอุปกรณ์พกพา นอกจากนี้ยังมีเซิฟเวอร์จำนวนมากกระจายอยู่ทั่วโลกเพื่อช่วยให้การส่งผ่านข้อมูลระหว่างประเทศนอร์เวย์และฮ่องกงเป็นไปอย่างไม่มีสะดุด แต่จุดเชื่อมต่อที่ประเทศอินเดียและออสเตรเลียได้ถูกจำกัดสำหรับในเวอร์ชั่น VPN ฟรี  TunnelBear มีนโยบายที่ไม่มีการบันทึกทราฟฟิกและมีการเข้ารหัสที่มีคุณภาพสูง อย่างไรก็ตามคุณจะถูกจำกัดให้ใช้งานได้เพียง 500MB ต่อเดือน นั่นหมายความว่าสิ่งนี้ค่อนข้างที่จะไม่มีประโยชน์ถ้าหากคุณต้องการใช้ประโยชน์จากการซ่อนพรางตำแหน่งของคุณเพื่อรับชมวิดีโอที่มีการจำกัดอยู่เฉพาะภายในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง 

2. Hide Me

Hide Me เป็นหนึ่งในเครื่องมือ VPN ฟรีที่ยอดเยี่ยมที่คุณสามารถเลือกใช้งานได้ในปัจจุบัน ผู้ให้บริการรายนี้มีที่ตั้งอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย และมีเซิฟเวอร์ทั้งหมด 28 เซิฟเวอร์ใน 22 ประเทศ การเข้ารหัส OpenVPN จะเป็นตัวรับประกันความปลอดภัย และความเร็วในการเชื่อมต่อนั้นอยู่ในระดับปานกลาง นอกจากนี้ยังมีการจำกัดปริมาณข้อมูลที่สามารถใช้ได้ต่อเดือนไว้ที่ 2GB สำหรับบริการแบบฟรีนี้ ซึ่งปริมาณข้อมูลในระดับนี้เพียงพอถ้าหากคุณต้องการเพียงแค่ปลดบล็อคเว็บไซต์บางแห่ง หรือต้องการความเป็นส่วนตัวเมื่อใช้งาน hotspot สาธารณะ

hideme

3. Betternet

Betternet VPN เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการ VPN ที่ทรงพลังภายใต้งบประมาณเพียงน้อยนิด นอกจากนี้ Betternet ยังง่ายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก ซึ่งนี่ทำให้ตัวเลือกนี้เป็นหนึ่งใน VPN ฟรีที่ยอดเยี่ยม พวกเขายังไม่มีการคิดค่าบริการสำหรับผู้ใช้งานแบบมาตรฐานสำหรับการดาวน์โหลดและใช้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขา แต่คุณจะต้องรับชมโฆษณาก่อนที่คุณจะสามารถเชื่อมต่อ VPN ได้ฟรี Betternet ไม่มีการบันทึกกิจกรรมการใช้งานของคุณเหมือนกับ VPN ตัวอื่น ๆ แต่จากรายงานล่าสุดของเรา นี่เป็นหนึ่งใน 10 บริการที่แย่ที่สุด ในด้านที่เกี่ยวกับมัลแวร์ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถแนะนำได้อย่างเต็มที่

4. Windscribe

VPN ฟรีที่ยอดเยี่ยมตัวสุดท้ายที่คุณควรใช้เฉพาะเมื่อคุณมีความจำเป็นเท่านั้นคือ Windscribe บริการนี้มีความเร็วในระดับที่ดีและค่อนข้างเสถียรในภาพรวม อย่างไรก็ตามได้มีการจำกัดปริมาณการใช้งานข้อมูลไว้ในเวอร์ชั่นแบบฟรี 10GB ต่อเดือน ซึ่งนี่ถือเป็นปริมาณข้อมูลที่เหมาะสำหรับการรับชมวิดีโอหรือเข้าไปยังเว็บไซต์ในพื้นที่ที่มีการจำกัดการเข้าถึง นอกเหนือจากการจำกัดปริมาณข้อมูลแล้ว Windscribe ยังไม่อนุญาตให้ผู้ใช้งานฟรีสามารถเข้าถึงเซิฟเวอร์ทั้งหมดได้ สิ่งนี้อาจเป็นข้อเสียหลักถ้าหากเซิฟเวอร์ที่คุณต้องการสามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ใช้งานที่เสียค่าบริการเท่านั้น อย่างไรก็ตามเซิฟเวอร์ที่สามารถใช้งานได้ฟรีก็ยังคงมีความเร็วในระดับที่ดี

windscribe

5. GooseVPN

ถึงแม้ว่าบริการ GooseVPN ตัวจริงจะมีการเรียกเก็บค่าบริการ แต่พวกเขาก็มีช่วงเวลาให้ใช้งานได้ฟรี 30 วัน ซึ่งเราขอแนะนำให้คุณได้ลองใช้งานดู ด้วยแพลตฟอร์มที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้, มีนโยบายที่ไม่มีการบันทึกการใช้งาน, และการเพิ่มจำนวนเซิฟเวอร์ในพื้นที่ต่าง ๆ Goose ได้ค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปยังส่วนบนในลิสต์ของเรา ถ้าหากคุณต้องการทดลองใช้งาน VPN อย่างจริงจังโดยไม่ต้องจ่ายเงินแล้ว การทดลองใช้งานฟรี 30 วัน ถือเป็นทางเลือกที่ดี อย่างไรก็ตามโปรดทราบว่าพวกเขาจะต่ออายุสมาชิกของคุณโดยอัตโนมัติหลังจาก 30 วัน และจะเรียกเก็บเงินจากคุณถ้าหากคุณไม่ทำการยกเลิกบริการ

6. ProtonVPN

ProtonVPN ถือเป็นบริการ VPN ที่ค่อนข้างใหม่ที่มีแพ็คเกจแบบฟรีและมีค่าใช้จ่าย แพ็คเกจแบบฟรีจะสามารถเชื่อมต่อไปยังสามประเทศได้จากบนอุปกรณ์เดียว อย่างไรก็ตามพวกเขาตั้งใจทำให้ความเร็วอินเตอร์เน็ตช้ากว่าแพ็คเกจแบบมีค่าใช้จ่าย พวกเขาให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว และมีนโยบายที่ไม่ให้มีการบันทึกการใช้งาน ดังนั้นด้วยเหตุผลนี้เพียงอย่างเดียว เราจึงให้ ProtonVPN อยู่ในหกอันดับแรกของเรา

ในปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากที่ใช้งาน VPN เนื่องจากความสามารถในการปกปิดตัวตนและข้อมูลส่วนบุคคลของสิ่งนี้ เครื่องมือ VPN ฟรีที่ดีที่สุดที่อยู่ในลิสต์ด้านบนนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เนื่องจากในเวอร์ชั่นฟรีจะมีความเร็วในการเชื่อมต่อที่ช้ากว่า, มีการจำกัดปริมาณข้อมูล, หรือแม้แต่มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะการเก็บบันทึกข้อมูล นอกจากนี้ผู้ให้บริการ VPN ฟรีเกือบทั้งหมดจะสร้างรายได้จากการขายข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้ของพวกเขา ซึ่ง VPN ฟรีที่ดีที่สุดก็ยังไม่สามารถสร้างความปลอดภัยและความเร็วในการเชื่อมต่อในระดับที่สูงได้เหมือนกับ VPN ที่มีการเสียค่าบริการ ถ้าหากคุณต้องการมั่นใจว่าข้อมูลของคุณจะไม่ถูกแฮ็คเนื่องจากมีระดับมาตรฐานของการเข้ารหัสที่ค่อนข้างสูงและยังมีความเร็วในการใช้งาน มันจะดีกว่าถ้าหากคุณเลือกจ่ายกับ VPN ที่มีฟังก์ชั่นต่าง ๆ ครบถ้วน ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ VPN แบบมีค่าบริการคือ คุณจะไม่ต้องจ่ายแพงอีกต่อไปเนื่องจากค่าบริการได้ลดลงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งมีการแข่งขันที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น นี่คือ VPN ที่ยอดเยี่ยมและมีราคาไม่แพง:

สิ่งนี้มีประโยชน์หรือไม่? ทำการแชร์!
แชร์บน Facebook
0
Tweet สิ่งนี้
9
ทำการแชร์ถ้าหากคุณคิดว่า Google ยังไม่รู้จักคุณดีพอ
0