บริการ VPN ฟรี (ที่ฟรีจริงๆ) แห่งปี2018

VPN ฟรีเป็นสิ่งที่เยี่ยม แต่ก็มีเหตุผลที่มันฟรี เราได้รวบรวม VPN ฟรีที่ดีที่สุดและความลับในการใช้บริการแบบพรีเมียมโดยไม่ต้องเสียเงิน แชร์

VPN เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ที่สุดในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ, เข้ารหัสข้อมูลของคุณ, และเปลี่ยนที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของคุณ แต่ บริการพรีเมียมเหล่านี้ก็มีค่าใช้จ่าย

แต่โชคดีที่มีผู้ให้บริการ VPN บางรายที่ให้คุณใช้งานได้ฟรี

มีอะไรซ่อนอยู่?

เช่นเดียวกับบริการฟรีอื่นๆ คุณจะต้องจ่ายเงินในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งหมายถึงการจำกัดข้อมูลหรือการเชื่อมต่อที่ช้า (จึงไม่สามารถใช้ Netflix ได้) แต่ -ในกรณีที่ร้ายแรง – อาจรวมถึงการเข้ารหัสที่แย่, โฆษณาที่ระบุกลุ่มเป้าหมาย, และการรั่วไหลของความเป็นส่วนตัว

หากคุณต้องการใช้ VPN สำหรับการไปเที่ยวรัสเซียเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเซ็นเซอร์ มี VPN มากมายที่สามารถทำได้

และ VPN ฟรียังเหมาะกับการใช้งานบางครั้งคราวเมื่อคุณต้องการเข้ารหัสข้อมูลของคุณ เช่น เมื่อคุณใช้เครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งแน่นอนผู้ให้บริการเหล่านี้อาจจะไม่ได้มีเซิฟเวอร์อยู่ในทุกประเทศ แต่โดยทั่วไปแล้วคุณไม่จำเป็นต้องใช้เซิฟเวอร์ในนิคารากัว

ดังนั้นก็ไม่ใช่ข่าวร้ายทั้งหมด! เราได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจดู VPN ฟรีต่างๆในตลาดเพื่อรวบรวมรายชื่อ VPN ที่ดีที่สุดที่เหมาะกับความต้องการของคุณ 

รายการด้านล่างนี้คือคุณสมบัติที่ดีที่สุดของบริการ VPN ฟรีที่เราชอบ แต่แน่นอนว่าการใช้บริการฟรีนั้นต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรือจำนวนข้อมูลที่ใช้ได้ แต่สำหรับการใช้งานฟรีนั้น บริการเหล่านี้ก็ถือว่าดีที่สุด:

1. *ตัวเลือกของบรรณาธิการ: ExpressVPN

<bถึงแม้จะไม่ได้ฟรีทั้งหมด การรับประกันคืนเงินภายใน 30 วันของ Express ก็ถือเป็นข้อเสนอที่ดีสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้งานเทคโนโลยี VPN และต้องการทำให้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายด้วยการใช้บริการที่ดี!

  • VPN ที่เร็วที่สุด รองรับอุปกรณ์ทุกแบบ
  • ดู Netflix ได้อย่างรวดเร็ว
  • ดาวน์โหลดและใช้งานง่าย
  • เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักเดินทาง
  • เชื่อมต่อได้ 90+ ประเทศ
  • รับเงินคืนทั้งหมดหากคุณไม่พอใจ!

ข้อเสีย:

  • ไม่มีตัวเลือกแบบฟรีโดยสิ้นเชิง

ดูข้อเสนอ อ่านรีวิว

2. TunnelBear

ที่สุดของ ‘บริการ VPN สำหรับมือใหม่’ TunnelBear เป็นบริการที่ใช้งานง่ายที่สุด แต่มีการจำกัดการใช้งานฟรีได้แค่ 500MB ต่อเดือน

  • ไม่มีการเก็บข้อมูลหรือ IP
  • ใช้งานได้กับอุปกรณ์ทุกแบบ
  • มีให้เพิ่ม 500MB ต่อเดือนหากคุณทวีตเกี่ยวกับบริษัท
  • ใช้งานง่าย
  • เหมาะกับผู้ที่ดาวน์โหลดหรือดูสตรีมมิ่งไม่เยอะ

ข้อเสีย:

  • การจำกัดจำนวนข้อมูลต่อเดือนเป็นเรื่องน่ารำคาญ
  • มีการตั้งค่าแบบขั้นสูงไม่เยอะ

 ดูข้อเสนอ  อ่านรีวิว

3. Hide Me

ผู้ให้บริการ VPN จากประเทศมาเลเซียนี้มีเซิฟเวอร์ทั้งหมด 28 เครื่องใน 22 ประเทศทั่วโลกและกำลังเป็นที่นิยมสูง

  • รับรองความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสแบบ OpenVPN
  • ความเร็วในการเชื่อมต่อสูง
  • จำกัดการใช้งาน 2GB ต่อเดือน
  • เหมาะกับการใช้เพื่อความเป็นส่วนตัวในการใช้ฮอตสปอตสาธารณะหรือปลดล็อกบางเว็บไซต์

ข้อเสีย:

  • การจำกัดข้อมูล

 ดูข้อเสนอ  อ่านรีวิว

4. Betternet

ความง่ายในการใช้งานทำให้ BetterNet เป็นบริการ VPN ฟรียอดนิยม โดยคำสัญญา “ฟรีตลอดไป” หมายถึงการที่คุณสามารถใช้งาน VPN นี้ได้นานเท่าที่คุณต้องการโดยไม่มีการจำกัดข้อมูล

  • นโยบายไม่บันทึกข้อมูล (No logging policy)
  • คำสัญญา “ฟรีตลอดไป” – คุณสามารถใช้งานฟรีได้นานเท่าที่คุณต้องการ
  • ไม่มีการจำกัดข้อมูล
  • ใช้งานได้กับ Mac, Windows, Android, Chrome, และ Firefox

ข้อเสีย:

  • เป็นหนึ่งใน 10 บริการที่แย่ที่สุดในการดักจับมัลแวร์ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่
  • ไม่สามารถเลือกเซิฟเวอร์ที่เชื่อมต่อได้

 ดูข้อเสนอ  อ่านรีวิว

5. Windscribe

Windscribe เป็นหนึ่งใน VPN ที่ดีที่สุด ซึ่งถึงแม้ตัวบล็อคโฆษณาและ firewall อาจจะทำงานอย่างก้าวร้าวไปหน่อย จำนวนที่คุณสามารถใช้งานได้รวมถึงคำสัญญาเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของ Windscribe นั้นทำให้มันเป็นหนึ่งในบริการที่ดีที่สุดได้ไม่ยาก

  • ใช้งานได้ 10 GB ต่อเดือน
  • ความเร็วดีถ้าเทียบกับพื้นที่เซิฟเวอร์ฟรี
  • ไม่มีการเก็บข้อมูลของการเชื่อมต่อ, IP หรือเว็บไซต์ที่เข้าชม
  • หากคุณทวีตเกี่ยวกับบริการนี้คุณจะได้รับ 5GB เพิ่ม
  • ทุกๆครั้งที่คุณแนะนำเพื่อน คุณจะได้รับ 1GB เพิ่ม
  • มีตัวบล็อคโฆษณาและ firewall แบบบิลท์อิน
  • เข้าถึง Netflix ได้

ข้อเสีย:

  • ผู้ใช้งานฟรีไม่สามารถเข้าถึงเซิฟเวอร์ทั้งหมดได้

 ดูข้อเสนอ  อ่านรีวิว

6. GooseVPN

ถึงแม้จะไม่ได้เป็นบริการฟรีโดยสิ้นเชิง แต่ GooseVPN ให้คุณทดลองใช้งานได้ฟรี 30 วัน โดยมีบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยม 24/7 และสัญญาว่าจะแก้ไขปัญหาทุกอย่างภายใน 3 ชั่วโมง!

  • ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน (โดยจะมีการเก็บเงินโดยอัตโนมัติหลักจากนั้นหากคุณไม่ยกเลิกการเป็นสมาชิกหลังจากหมดช่วงเวลาทดลองใช้งาน)
  • เป็นเครือข่ายที่ดีและมี 50+ เซิฟเวอร์ทั่วโลก
  • ความเร็วที่เสถียร
  • แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย

ข้อเสีย:

  • เก็บค่าบริการแพงหลังจากช่วงเวลาทดลองใช้งาน 30 วัน
  • ปัญหาทางเทคนิค

 ดูข้อเสนอ  อ่านรีวิว

7. ProtonVPN

หนึ่งใน VPN ใหม่ในตลาด Proton นั้นมาจากผู้เชี่ยวชาญที่อุทิศตนเพื่อความปลอดภัยบนโลกอินเตอร์เน็ตจึงทำให้คุณสมบัติด้านความปลอดภัยของ Proton ถือว่าเหนือคู่แข่งในตลาด

  • ไม่มีการจำกัดแบนด์วิธหรือข้อมูล
  • เซิฟเวอร์ในเนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, สหรัฐฯ และสวิตเซอร์แลนด์
  • ไม่บันทึกข้อมูล

ข้อเสีย:

  • ความเร็วสำหรับผู้ใช้งานฟรีนั้นถือว่าช้า เพราะพวกเขาต้องการให้ผู้ใช้งานเหล่านั้นอัพเกรดเป็นแพ็คเกจแบบเสียเงิน

 ดูข้อเสนอ  อ่านรีวิว

สรุป:

ตอนนี้คุณได้ทราบเกี่ยวกับข้อดีของผู้ให้บริการ VPN แต่ละรายแล้ว หรือคุณอาจจะทดลองใช้งาน VPN บางตัวแล้ว คุณอาจจะต้องการอัพเกรดไปสู่การปกป้องตนเองบนโลกอินเตอร์เน็ตโดยไม่ต้องแลกกับอะไร

หากคุณต้องการการเข้ารหัสที่สมบูรณ์แบบและความเร็วในการเชื่อมต่อสูงนั้น เราขอแนะนำให้คุณใช้บริกา VPN แบบเสียเงิน และเนื่องจากบริการ VPN แบบเสียเงินได้รับความนิยมสูงขึ้นนั้นทำให้มันมีราคาถูกลง

และนี่คือบริการ VPN แบบพรีเมียมที่เราเลือกมาให้คุณ:

สิ่งนี้มีประโยชน์หรือไม่? ทำการแชร์!
แชร์บน Facebook
0
Tweet สิ่งนี้
16
ทำการแชร์ถ้าหากคุณคิดว่า Google ยังไม่รู้จักคุณดีพอ
0