คุณควรใช้ VPN อยู่เสมอหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับ 7 สิ่งเหล่านี้

เราได้ศึกษาหลากหลายสถานการณ์ที่คุณควรและไม่ควรเชื่อมต่อ VPN

should-you-always-keep-your-vpn-on

คุณอาจจะทราบแล้วว่า VPN คือตัวกลางการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่สามารถปิดบังข้อมูลการใช้อินเตอร์เน็ตของคุณ และป้องกันไม่ให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทราบกิจกรรมบนอินเตอร์เน็ตของคุณได้.

ในอดีตองค์กรใหญ่ๆ ทำงานกับพนักงานที่ต้องทำงานจากทางไกล โดยใช้ VPN แปลงข้อมูลของบริษัทให้เป็นรหัส แต่เร็วๆนี้ การใช้ VPN เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเพื่อหลบหลีกการเซ็นเซอร์บนโลกออนไลน์ของประเทศต่างๆ

แต่คำถามที่เกิดตามมาจากผู้ใช้ VPN คือ คุณควรเปิด  VPN ไว้ตลอดเวลาหรือไม่

คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว คุณจะเปิด VPN ไว้ตลอด หรือเปิดเป็นครั้งคราวนั้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นของคุณ เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะกับคุณได้ เราจึงได้ศึกษาสถานการณ์ต่างๆที่คุณควรเปิด VPN ไว้ตลอดเวลา และสถานการณ์ที่คุณควรเปิด VPN เพียงชั่วคราว

หากคุณใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูล  ดาวน์โหลดหรือเข้าสู่ข้อมูลที่ไม่สามารถเข้าถึงได้จากสถานที่ที่คุณอยู่

หากคุณดูภาพยนตร์ออนไลน์ หรือพยายามเข้าเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกในประเทศของคุณ สถานการณ์เช่นนี้คุณควรเปิด VPN ขณะที่คุณใช้งาน เพราะหากคุณไม่เปิด VPN ไว้ คุณจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ แต่เมื่อคุณใช้งานเสร็จคุณควรปิด VPN

หากคุณกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของคุณบนโลกออนไลน์

หากคุณใช้ VPN เนื่องจากคุณต้องการปกป้องความปลอดภัยของข้อมูล คุณควรเปิด VPN เป็นครั้งคราว เพราะ VPN จะเปลี่ยนความเคลื่อนไหวของคุณบนโลกออนไลน์ให้เป็นรหัส จึงทำให้ยากต่อการแฮกข้อมูลอย่างมาก VPN ยังซ่อน IP address ซึ่งทำให้รัฐบาลและผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตไม่สามารถตรวจสอบกิจกรรมบนอินเตอร์เน็ตของคุณได้

หากคุณต้องการประหยัดเงิน

VPN เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ต่อการประหยัดเงิน เว็บไซต์ส่วนใหญ่จะเสนอราคาสินค้า จากการระบุตำแหน่งและประวัติการใช้งานบนอินเตอร์เน็ตของคุณ แต่คุณสามารถได้รับข้อเสนอที่ถูกกว่าโดยการใช้ VPN เพราะมันซ่อนสถานที่ที่คุณอยู่ (เราประหยัดเงินไปได้ 616 ปอนด์จากการพักที่โรงแรมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ด้วยการใช้ VPN) การจองตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรมใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นหากคุณใช้ VPN เพื่อเหตุผลนี้ คุณควรปิด VPN หลังจากที่คุณทำการจองเสร็จเรียบร้อยแล้ว

หากผู้ให้อินเตอร์เน็ตของคุณกำหนดความถี่ของคลื่นวิทยุ

ในบางครั้งผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตควบคุมความเร็วของความถี่คลื่นวิทยุ เพื่อลดความหนาแน่นและจัดระเบียบเน็ตเวิร์ค แต่อย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบางรายลดความเร็วของอินเตอร์เน็ตลง เพื่อล่อให้คุณซื้อแพคเกจอินเตอร์เน็ตที่แพงขึ้น ในสถานการณ์เช่นนี้ การเปิด VPN สามารถแก้ปัญหาอินเตอร์เน็ตช้าได้ แต่คุณควรเปิด VPN ไว้แค่ชั่วคราวเท่านั้นและคุณควรติดต่อผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของคุณเพื่อแก้ปัญหา

หากคุณใช้ฟรี wifi

หากคุณใช้อินเตอร์เน็ตโดยใช้บริการฟรี wifi คุณควรอย่างยิ่งที่จะเปิด VPN เนื่องจาก wifi สาธารณะเหล่านี้อันตรายและง่ายต่อการแฮกข้อมูลอย่างมาก ดังนั้นหากคุณเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย wifi จากร้านกาแฟที่คุณไปประจำ คุณจึงควรเปิด VPN ไว้ทุกครั้ง

หากคุณโอนเงิน

ธนาคารอาจไม่อนุญาตให้คุณใช้ VPN ขณะทำธุรกรรมทางการเงิน ผู้ให้บริการโอนเงินดังๆ อย่าง PayPal อาจล็อคบัญชีของคุณหากตรวจพบว่ามีการใช้ VPN ดังนั้นคุณควรปิด VPN ขณะทำธุรกรรมทางการเงิน

หากอินเตอร์เน็ตของคุณช้า

โดยปกติแล้ว หากคุณเชื่อมต่อ VPN ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้ๆ ความเร็วของอินเตอร์เน็ตจะตกลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากการมีการใช้เวลาและการแปลผลข้อมูลเพิ่มขึ้นจากการแปลงข้อมูลเป็นรหัส และถอดรหัสออกมาเป็นข้อมูล ดังนั้นหาก VPN ทำให้อินเตอร์เน็ตของคุณช้าลงมาก คุณควรลองปิด VPN ดูบ้าง

VPN มีประโยชน์มากแต่ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปิดใช้ตลอดเวลา หากคุณเขื่อมต่อกับเน็ตเวิร์คที่ปลอดภัย และเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่คุณเข้าเป็นเว็บไซต์ที่ปลอดภัยและสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิด VPN ไว้ตลอดเวลา

หากคุณต้องการค้นหา VPN ที่คุณสามารถไว้วางใจได้ลองดู ตัวเลือก 5 อันดับยอดเยี่ยมของเรา ตัวเลือกทั้งหมดนั้งมาพร้อมกับ ระยะการทดลองใช้ฟรีหรือการการันตีการคืนเงิน ดังนั้นคุณสามารถทดลองใช้ได้โดยไม่มีความเสี่ยง

อย่าลืมเข้าไปดูหน้า คูปอง ที่มีการอัพเดทเป็นประจำของเรา เพื่อค้นหาส่วนลดที่ยอดเยี่ยมที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มาก

สิ่งนี้มีประโยชน์หรือไม่? ทำการแชร์!
รอก่อน! Nord ลดราคา VPN ของพวกเขาลง 70%