VPN ที่ยอดเยี่ยมสำหรับคิวบาปี 2019 – ค้นหา VPN ที่รวดเร็วที่สุดและถูกที่สุด

ในช่วงกลางเดือนตุลาคม สหรัฐอเมริกาได้ยกระดับการห้ามส่งสินค้าที่คิวบา ซึ่งการห้ามส่งสินค้านี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วเกือบ 58 ปี การคว่ำบาตรที่เกิดขึ้นนี้ได้ทำให้ประเทศนี้เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอินเตอร์เน็ตช้าที่สุดและมีการจำกัดมากที่สุดในโลก การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ถูกควบคุมโดยรัฐ ซึ่งเป็นผู้กำหนดว่าประชาชนสามารถค้นหาอะไรหรือไม่สามารถค้นหาอะไรทางเว็บไซต์ได้บ้าง นอกจากนี้พวกเขายังถูกจำกัดเพิ่มเติมจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนให้บริษัทและผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตต่าง ๆ จำกัดข้อมูลที่ส่งให้กับคิวบาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการคว่ำบาตรนี้ สิ่งนี้ยิ่งทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเว็บไซต์บางแห่งได้ยากยิ่งขึ้น ดังนั้นสำหรับผู้ที่เดินทางไปยังคิวบา VPN ถือเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากเว็บไซต์ที่คุณใช้งานอยู่เป็นประจำอาจถูกบล็อคที่คิวบา นอกจากนี้คุณควรทำการเข้ารหัสข้อมูลของคุณ เพื่อให้รัฐไม่สามารถอ่านอีเมลของคุณได้

ในปี 2012 ก่อนที่จะมีการยกระดับการคว่ำบาตรนี้ขึ้นบางส่วน มีประชาชนคิวบาเพียงแค่ 5% เท่านั้นที่สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์จากบ้านได้ ส่วนผู้ที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในรูปแบบอื่น ๆ มี 25% นอกจากนี้ Etecsa ยังเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเพียงรายเดียวที่ให้บริการในประเทศนี้ และมันเป็นบริษัทที่มีรัฐเป็นเจ้าของ คุณจะสามารถรับรู้ได้ว่าทำไมคิวบาจึงสามารถควบคุมเนื้อหาที่ผู้คนสามารถเห็นและอ่านได้ ถึงแม้ว่าเว็บไซต์เช่น Facebook และ Twitter จะเปิดให้ผู้ที่อยู่ในคิวบาสามารถใช้งานได้ แต่เว็บไซต์ของฝ่ายตรงข้ามยังคงถูกบล็อคอยู่ คิวบามีการเฝ้าดูผู้ที่เรียกร้องสิทธิมนุษยชนบนอินเตอร์เน็ตและในรูปแบบการสื่อสารอื่น ๆ การควบคุมผู้ที่เคลื่อนไหวในเรื่องสิทธิมนุษยชนยังคงถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลยังพยายามที่จะจับกุมผู้คนจากมุมมองทางด้านการเมือง

ชาวคิวบายังคงพยายามหาวิธีการต่าง ๆ ในการหลบหลีกการถูกจำกัดนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำโดยใช้ USB และ  VPN และยังมีวิธีการอื่น ๆ ที่ทั่วโลกไม่จำเป็นต้องใช้เพื่อที่จะสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างอิสระ ผู้ที่มีความกล้าหาญเพียงพอที่จะต่อกรกับรัฐบาลได้สร้างอินเตอร์เน็ตของพวกเขาขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า ‘street net’ ระบบนี้ได้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้สาย Ethernet และสายอากาศ Wi-Fi ที่ทรงพลัง ซึ่งขยายออกไปยังเมืองต่าง ๆ ผู้คนส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ตชนิดนี้ในการพูดคุยกันและเล่นเกมส์ออนไลน์

นี่คือจุดที่ VPN หรือ virtual private networks เข้ามามีบทบาท ซึ่งถือเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่มีราคาถูกที่สุดและยืดหยุ่นมากที่สุดในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่ถูกจำกัด ไม่ใช่สำหรับเพียงแค่ชาวคิวบาเท่านั้น แต่สำหรับประเทศอื่นด้วยเช่นกัน VPN ส่วนใหญ่มีราคาถูก แต่ก็มีบางตัวที่มีราคาแพงกว่า ซึ่งจะมีฟีเจอร์สพิเศษที่ในผู้ให้บริการ VPN แบบฟรีไม่มี อย่างไรก็ตามในขณะนี้ยังไม่มีทางล่วงรู้ได้ว่าบริการ VPN ใดได้ถูกจำกัดบ้าง แต่ก็เหมือนกับกรณีของประเทศจีน เราจะสามารถหาหนทางในการเอาชนะการถูกจำกัดนี้ได้อย่างแน่นอน

ผู้ให้บริการ VPN ที่อยู่ในลิสต์นี้สามารถใช้งานเพื่อเข้าถึงอินเตอร็เน็ตได้ที่คิวบา เนื่องจากมีฐานอยู่ในประเทศอื่นที่ไม่ใช่คิวบา ดังนั้นอินเตอร์เน็ตจึงไม่ได้ถูกจำกัดและมีความเป็นส่วนตัว

นี่คือลิสต์ของผู้ให้บริการ VPN ชั้นนำสำหรับคิวบา:


ExpressVPN เป็น VPN อันดับแรกสำหรับคิวบาและส่วนอื่น ๆ เกือบทั้งหมดของโลก พวกเขามีเซิฟเวอร์อยู่ที่เมืองไมอามี่ และยังมีอยู่ที่กัวเตมาลา, ปานามา, คอสตาริก้า และเวเนซูเอล่า ดังนั้นนี่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดถ้าหากคุณเป็นผู้ที่ต้องการใช้ VPN ที่มีบริการที่สมบูรณ์ที่สุด ExpressVPN มีความรวดเร็วสำหรับผู้ใช้ OSX และ Windows อีกทั้งยังไม่มีบันทึกการใช้งาน ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าใช้งานผ่านทางแอพพลิเคชั่น iOS และ Android ซึ่งจะช่วยปกป้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในขณะที่อยู่นอกบ้านได้อีกด้วย นอกเหนือจากความปลอดภัยแล้ว พวกเขายังมี การรับประกันคืนเงินใน 30 วัน ดังนั้นนี่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่ควรลอง


ด้วยขีดความสามารถที่ค่อนข้างสมบูรณ์ NordVPN ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ VPN ชั้นนำ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสิ่งที่มีให้บริการเมื่อเทียบกับราคา พวกเขามีบริการที่มีความปลอดภัยเกือบจะมากที่สุดในกลุ่ม ด้วยการเข้ารหัสแบบ 2048-bit SSL คุณจะมั่นใจได้ว่าปลอดภัยเมื่อไใช้งาน Wi-Fi นอกจากนี้การช่วยเหลือลูกค้าเคยถือเป็นจุดด้อยของบริษัท แต่ในขณะนี้ลูกค้าหาคู่มือเป็นภาษาอังกฤษได้โดยคลิกที่ปุ่ม ‘Help’ และยังมีการช่วยเหลือผ่านทางการแชทตลอดเวลา ลูกค้ายังสามารถหาข้อมูลได้ที่ส่วนของ FAQ และบทความต่าง ๆ จะสามารถตอบคำถามที่สำคัญจำนวนมากได้เป็นอย่างดี การสตรีมมิ่งวิดีโอและการใช้งานทั่วไปเริ่มที่จะเป็นการแข่งขันที่ห่างไกลกับความเร็วที่ NordVPN มี ถ้าหากคุณต้องการเข้าถึงเว็บไซต์ เช่น Netflix USA หรือบริการอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน ผู้ให้บริการ VPN รายนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีเซิฟเวอร์อยู่ที่คิวบา แต่ผู้ใช้งานจะสามารถใช้บริการของพวกเขาได้จากที่นั่น และแม้ว่าเซิฟเวอร์ของพวกเขาจะอยู่ในกลุ่มประเทศ ‘Five Eyes’ เช่น สหรัฐอเมริกา แต่ Nord VPN ก็ไม่ได้เป็นเจ้าของเซิฟเวอร์เหล่านี้ พวกเขาเพียงแค่เช่ามาจากผู้อื่นเท่านั้น ดังนั้นบริการของพวกเขาจึงถือว่ามีความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง

ความคิดทิ้งท้าย
ในปัจจุบันได้มีวิธีการมากมายที่ชาวคิวบาจะสามารถเข้าใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ถึงแม้ว่าจะมีการยกระดับการคว่ำบาตรก็ตาม แต่การที่จะสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างเต็มที่ ชาวคิวบาจะต้องพึ่งพา VPN เพื่อให้ได้ในสิ่งที่กำลังมองหา และถึงแม้ว่าบริษัทบางแห่งได้มีการคิดค่าบริการที่ดูสมเหตุสมผล ชาวคิวบาก็ยังคงเลือกตัวที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ต้องการจ่ายหรือต้องการของฟรี แต่พวกเขาไม่สามารถชำระค่าบริการผ่านทางออนไลน์ได้ ดังนั้นปัญหาจึงอยู่ที่วิธีการชำระเงิน นอกจากนี้ถึงแม้ว่าชาวคิวบาจะมีบัตรเครดิตของต่างประเทศ แต่รัฐบาลสหรัฐก็คอยจ้องที่จะจำกัดหรือบล็อคการใช้งานของบัตรเหล่านี้ ซึ่งทำให้เรื่องนี้ดูซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

สิ่งนี้มีประโยชน์หรือไม่? ทำการแชร์!
รอก่อน! Nord ลดราคา VPN ของพวกเขาลง 70%