facebook
ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางอาจไม่คิดถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ และถ้าหากคิด ก็คงไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง จากการศึกษาของ KPMG ที่สำรวจบริษัทขนาดเล็ก 1,000 แห่งใน UK, 51% ได้บอกว่าพวกเขาไม่เชื่อว่าการโจมตีทางไซเบอร์จะไม่เกิดขึ้นกับพวกเขา แต่ 60% ของบริษัทที่ถูกสำรวจได้เคยเผชิญกับการโจมตีแล้ว การโจมตีทางไซเบอร์ที่ส่งผลให้เกิดมากกว่าการสูญเสียเอกสารบางตัวคือการสูญหายของข้อมูล ซึ่งสามารถส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กับบริษัทได้ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ด้านล่างนี้เราได้แบ่งขั้นตอนของการโจมตีทางไซเบอร์ และวิธีการป้องกันไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับตัวคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินมากมายใด ๆ ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต มีบริษัทที่ไม่สามารถปกป้องข้อมูลของตัวเองได้จำนวนที่มากยิ่งขึ้น ในขณะที่มีบริษัทจำนวนมากที่อ้างว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องปกป้องตัวเองเนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าพวกเขามีขนาดเล็กจนเกินกว่าที่จะถูกโจมตี ดังนั้นพวกเขาเกือบทั้งหมดจึงไม่ต้องการใช้เวลาหรือเงินไปกับบางสิ่งที่พวกเขาไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การป้องกันการโจมตีไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ถูกโจมตี การโจมตีทางไซเบอร์คืออะไร? การโจมตีทางไซเบอร์คือการที่แฮคเกอร์พยายามที่จะสร้างความเสียหายหรือทำลายเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือระบบ ซึ่งการโจมตีนี้จะเกี่ยวข้องกับการละเมิดทางด้านข้อมูล ซึ่งก็คือการที่ข้อมูลที่มีความบอบบางหรือเป็นความลับได้ถูกเปิดเผย, นำมาใช้งาน, หรือถูกขโมยโดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต การโจมตีทางไซเบอร์สามารถเป็นได้ในรูปแบบของการขโมย, ไวรัส, มัลแวร์, การหลอกลวง หรือการบีบบังคับ การโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นบ่อยมากยิ่งขึ้นคือการโจมตีด้วย ransomware ซึ่งจะเป็นการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อให้ผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลนั้นยอมจ่ายเงินก่อนที่จะสามารถถอดรหัสได้ WannaCry และ Petya เป็นตัวอย่างล่าสุดที่เกิดขึ้นในรูปแบบของ ransomware การโจมตีทางไซเบอร์อีกรูปแบบหนึ่งคือ sniffer ซึ่งเป็นการดักจับทราฟฟิกที่ถูกส่งเข้าและออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ถึงแม้ว่ามันจะดูไม่เป็นอันตรายใ ด ๆ แต่การโจมตีทางไซเบอร์นี้จะสามารถเปิดเผยข้อมูลบางอย่างของบริษัทได้ การโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นได้อย่างไร? มีหลายวิธีที่แฮคเกอร์จะสามารถเข้าถึงเครือข่ายเน็ตเวิร์คของคุณได้ แต่การโจมตีหลาย ๆ ครั้งในปัจจุบันนั้นสามารถตรวจสอบได้ยาก การโจมตีทางไซเบอร์โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นผ่านทางอีเมลหลอกลวง, การโจมตีทางโทรศัพท์, หรือการดักจับทราฟฟิก Petya...
facebook
การเติบโตอย่างรวดเร็วของความนิยมในการเล่นเกมออนไลน์ทำให้อันตรายสำหรับผู้เล่นเกมก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ตั้งแต่การที่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าเว็บต่างๆและนำไปขายไปจนถึงการโจรกรรมข้อมูล ทำให้นักเล่นเกมจำเป็นต้องใช้ VPN เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ทำไมคุณถึงควรใช้ VPN ในการเล่นเกม: คุณต้องการเล่นเกมที่ไม่สามารถเล่นได้ในภูมิภาคที่คุณอยู่ หากคุณพำนักอาศัยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดิอาราเบีย คุณจะไม่สามารถเล่น Heavy Rain หรือ Red Dead Redemption หากคุณพำนักอาศัยในอิหร่าน คุณจะไม่สามารถเล่น Pokémon Go แต่ VPN ทำให้คุณสามารถเล่นเกมเหล่านี้ได้ โดยคุณต้องใช้ VPN ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในพื้นที่ที่สามารถเล่นเกมเหล่านี้ได้ คุณต้องการเล่นเกมใหม่ๆ สำหรับผู้เล่นเกมที่ชื่นชอบการแข่งขัน การได้เล่นเกมตั้งแต่เกมนั้นถูกปล่อยออกมาเป็นเรื่องสำคัญ แต่บางครั้งเกมเหล่านั้นจะถูกปล่อยออกมาในประเทศอื่นๆก่อนที่จะปล่อยในประเทศที่คุณอยู่ ตัวอย่างเช่น การเชื่อมต่อกับ VPN เซิร์ฟเวอร์ญี่ปุ่นจากเบอร์ลิน ก็จะทำให้คุณสามารถเล่นเกมก่อนที่มันจะถูกปล่อยในประเทศของคุณเป็นชั่วโมๆง VPN ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในประเทศยอดนิยมสำหรับการเล่นเกมเป็นวิธีการที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการเล่นเกมโปรดของคุณ คุณกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและต้องการการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย เว็บไซต์เล่นเกมเป็นที่รวมตัวของแฮคเกอร์ การเชื่อมต่อกับ VPN จะช่วยให้ปกป้องการเชื่อมต่อและเครือข่ายของคุณ ทำให้คุณสามารถใช้งานได้ด้วยความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย นอกจากนี้ VPN ยังช่วยป้องกันการโจมตี DDoS โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมที่นักเล่นเกมบางคนใช้วิธีการนี้ในการโจมตีคู่ต่อสู้ VPN อันไหนดีที่สุดสำหรับการเล่นเกมบน PC? ทำไมคุณถึงควรใช้ VPN เครือข่ายส่วนตัวเสมือน...
facebook
คุณไม่สามารถหยุดพูดถึงทริปการเดินทางที่กำลังจะมาถึงได้ตั้งแต่ที่เริ่มจองตัว แต่การคิดที่จะจัดกระเป๋าเดินทางนั้นอาจะเป็นเรื่องที่ไม่สนุกมากนัก เราเข้าใจ; การเตรียมตัวถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย เราจึงไม่แปลกใจที่เห็นหลาย ๆ คนแพ็คกระเป๋าจนถึงนาทีสุดท้าย มันไม่ใช่เป็นเพียงแค่การจัดกระเป๋า แต่มันยังเกี่ยวข้องกับวิธีการแพ็คกระเป๋า นอกเหนือจากเรื่องจากเดินทางแล้ว การจัดกระเป๋าถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจสำหรับนักเดินทาง แต่ไม่ต้องกังวล! เราพร้อมที่จะช่วยเหลือคุณให้พร้อมสำหรับการเดินทางแล้ว 1. เลือกกระเป๋าเดินทางอย่างระมัดระวัง คุณกำลังเดินทางไปยังโรงแรมเพื่อพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ? หรือคุณเดินทางแบบแบ็คแพคไปยังเมืองต่าง ๆ? การเลือกกระเป๋าเดินทางให้เหมาะสมถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งในการจัดกระเป๋า คุณต้องการบางสิ่งที่คุณสามารถระบุได้ว่ากระเป๋านี้เป็นของคุณ (ลองนึกดูว่าถ้าหากคุณต้องหากระเป๋าใบสีดำในกลุ่มกระเป๋าใบสีดำหลังเครื่องลงจอด), และสามารถขนไปได้อย่างไม่ยากจนเกินไป กระเป๋าเดินทางแบบมีล้อเป็นสิ่งที่ดีที่สุดถ้าหากคุณเดินทางไปยังพื้นที่ริมถนนที่มีทางเดิน แต่กระเป๋าสะพายหลัง – ที่มีการรองรับหลังที่ดี – เป็นสิ่งที่ดีกว่าถ้าหากคุณต้องการทัวร์และเดินทางไปยังจุดต่าง ๆ ไม่ว่าคุณจะเลือกกระเป๋าแบบใด โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามันมีความแข็งแรง คุณคงไม่อยากตามเก็บสิ่งของของคุณถ้าหากกระเป๋าเกิดเปิดออกมาโดยที่คุณไม่ตั้งใจ 2. เขียนลิสต์รายการของสิ่งที่คุณต้องการ นี่อาจเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุดในการแพ็คกระเป๋า โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยจัดของเป็นระเบียบ แต่ถึงแม้ว่าการเขียนลิสต์ไม่ใช่นิสัยของคุณ คุณก็ควรเขียนมันขึ้นมาสำหรับการเดินทางของคุณ ลิสต์นี้จะช่วยไม่ให้คุณลืมสิ่งของต่าง ๆ และยังถือเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยบันทึกทุกสิ่งระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย ลองคิดถึงสิ่งของต่าง ๆ ที่คุณอาจต้องการใช้ คุณต้องการเสื้อแจ็คเกตสำหรับอากาศหนาว? ที่ที่คุณไปมีผ้าปูที่นอนให้หรือไม่? คุณควรนำเครื่องใช้ในห้องน้ำติดตัวไปด้วยหรือควรซื้อใหม่? ลองคิดไปทีละขั้นและเขียนทุกสิ่งที่คุณต้องการเริ่มตั้งแต่ที่คุณขึ้นเครื่องบินจนถึงกลับบ้าน และอย่าลืมยาต่าง ๆ ที่คุณต้องใช้ เมื่อกระเป๋าคุณเต็มจนไม่สามารถนำไปได้ทุกสิ่ง ให้ลองพิจารณาทีละรายการว่าสิ่งใดที่ไม่จำเป็นจริง ๆ ซึ่งเราจะแนะนำคุณต่อไป… 3. เอาของไปให้น้อยที่สุด เสื้อกันหนาวตัวที่สองหรือรองเท้าแตะสามคู่อาจเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะถ้าหากคุณต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ไม่มีอะไรที่น่าเหนื่อยมากกว่าการที่ต้องแบกสิ่งที่คุณไม่ต้องการไปด้วย...