บริการพร็อกซี่ในอันดับต้น ๆ สำหรับปี 2017

ในช่วงการค้นหา VPN ของคุณ คุณอาจผ่านมาเจอกับพร็อกซี่เซิฟเวอร์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับ VPN ในด้านการทำงาน แต่ก็มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากในด้านประสิทธิภาพ VPN และพร็อกซี่มีคล้ายคลึงกันคือ มันจะให้คุณปรากฎตัวเหมือนกับใช้งานอินเตอร์เน็ตมาจากอีกที่แห่งหนึ่ง อย่างไรก็ตามทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างมากในด้านวิธีการทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น และระดับของความเป็นส่วนตัว, การเข้ารหัส, และการปกปิดตัวตน

พร็อกซี่เซิฟเวอร์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ (หรือโทรศัพท์, แท็บเล็ต เป็นต้น) และอินเตอร์เน็ต มันจะคล้ายคลึงกับ VPN คือ มันจะเปลี่ยน IP address ของคุณ เช่น คุณอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษและต้องการเข้าถึงวิดีโอบนเว็บไซต์ที่อยู่ใน US; คุณสามารถใช้พร็อกซี่เซิฟเวอร์เพื่อหลอกตำแหน่งของคุณและเข้าถึงข้อมูลนั้นราวกับว่าคุณกำลังอยู่ใน US นี่คือสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงในระดับต่ำ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการเข้ารหัสใด ๆ ตัวอย่างอีกอย่างหนึ่งคือการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านทางเซิฟเวอร์ในพื้นที่ที่มี airfare ต่ำ (บริษัทสายการบินทำเช่นนี้) นอกจากนี้มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทราบว่า การเชื่อมต่อด้วยพร็อกซี่เซิฟเวอร์จะต้องมีการตั้งค่าสำหรับแต่ละแอพพลิเคชั่น ไม่ใช่สำหรับทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นหมายความคุณจะต้องตั้งค่า Torrent client หรือเว็บบราวเซอร์ของคุณแยกต่างหากเพื่อรับการเชื่อมต่อ ในขณะที่ VPN จะทำการเข้ารหัสแอพพลิเคชั่นทั้งหมดที่มีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตผ่านการตั้งค่าเพียงครั้งเดียว; มีผลกับทุกส่วนของเครื่องคอมพิวเตอร์

สิ่งที่พร็อกซี่ไม่ได้ทำคือการเข้ารหัสการเชื่อมต่อของคุณ ถึงแม้ว่ามันจะซ่อน IP จริงของคุณ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีข้อมูลที่สามารถระบุตัวคุณได้จากการรับส่งข้อมูลของคุณ; โดยเฉพาะการที่ไม่มีการพิจารณาถึงความเป็นส่วนตัวหรือความปลอดภัย ตัวอย่างเช่น พร็อกซี่เซิฟเวอร์จะไม่เหมาะสำหรับผู้ที่พยายามจะปกป้องตัวเองในขณะที่กำลังใช้งาน WiFi นอกจากนี้เมื่อผู้ใช้พบกับ Flash หรือ Java script IP จริงของพวกเขาจะสามารถถูกตรวจพบได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้เว็บไซต์จำนวนมากได้รู้จักพร็อกซี่ IP address จำนวนมากที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว ดังนั้นมันจึงถูกบล็อคโดยเว็บไซต์เหล่านี้

มีโปรโตคอลพร็อกซี่เซิฟเวอร์อยู่ 2 ประเภท: HTTP และ SOCKS

HTTP พร็อกซี่

เป็นหนึ่งในพร็อกซี่สองประเภทที่มีมาเป็นระยะเวลานาน HTTP พร็อกซี่สามารถใช้งานได้บนเว็บเท่านั้น ในการที่จะใช้ HTTP พร็อกซี่นั้น คุณจะต้องใส่พร็อกซี่เซิฟเวอร์ลงไปในไฟล์การตั้งค่าของเว็บบราวเซอร์ (หรือใช้ extension ของบราวเซอร์ถ้าหากบราวเซอร์ของคุณไม่รองรับพร็อกซี่) และเว็บทราฟฟิกทั้งหมดของคุณจะถูกเชื่อมโยงผ่านพร็อกซี่ทางไกล ถ้าหากคุณใช้ HTTP พร็อกซี่ ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่มีความบอบบาง เช่น ธนาคาร หรืออีเมล คุณจะต้องใช้บราวเซอร์ที่มี SSL และทำการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่รองรับการเข้ารหัสแบบ SSL นั่นเป็นเพราะพร็อกซี่ไม่มีการเข้ารหัส

SOCKS พร็อกซี่

SOCKS พร็อกซี่งเป็น extension ของ HTTP พร็อกซี่ที่มีความคล้ายคลึงกันในด้านประเภทของทราฟฟิกที่มีการส่งผ่าน นั่นหมายความว่ามันสามารถใช้งานได้กับเว็บบราวเซอร์ทราฟฟิกและยังสามารถทำสิ่งอื่น ๆ ได้อีก เช่น Torrents อย่างไรก็ตาม SOCKS จะช้ากว่า HTTP ซึ่งคุณจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อคุณดาวน์โหลด Torrents

สิ่งสุดท้ายที่เราจะต้องกล่าวไว้ที่นี่คือ พร็อกซี่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเหมือนกันทั้งหมด เหมือนกับ VPN มีบริการพร็อกซี่แบบฟรีมากมายให้คุณเลือกใช้งาน แต่จากประสบการณ์ของเรา ถ้าหากคุณต้องการปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณแล้ว มันดีกว่าที่จะ… จ่ายเงิน บริการพร็อกซี่ฟรี (และ VPN) มีเหตุผลบางอย่างอยู่เบื้องหลัง; พวกเขามีอัพไทม์ที่ค่อนข้างแย่ เต็มไปด้วยโฆษณามากมาย และอาจเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้พร็อกซี่ฟรีอาจมีแฮคเกอร์ที่ต้องการขโมยข้อมูลของคุณเป็นผู้ดำเนินการอยู่เบื้องหลัง (รอจนกว่าคุณจะใช้ข้อมูลทางด้านการเงินของคุณ เช่น ข้อมูลธนาคารหรือบัตรเครดิต)

แล้วพร็อกซี่ใดที่เราแนะนำให้ใช้งาน?  

 

 

 

 

Nord ไม่มีบริการพร็อกซี่ที่แยกต่างหาก แต่บริการ VPN ของพวกเขาจะให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงพร็อกซี่ HTTP และ SOCKS5 ได้มากกว่า 3,000 ตัวทั่วโลก เว็บไซต์ของพวกเขามีฟีเจอร์สค้นหาพร็อกซี่คุณต้องการ พร้อมกับคำแนะนำในการตั้งค่าสำหรับทุกแอพพลิเคชั่น (Chrome, Firefox, Torrent, เป็นต้น) และถ้าหากคุณประสบปัญหาใด ๆ คุณสามารถติดต่อพวกเขาได้ตลอด 24/7/365 อย่างไรก็ตามเรายังขอยืนยันว่า ถ้าหากคุณมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่ไม่ปกติและมีการสมัคแพลนของ Nord แล้ว คุณควรใช้ VPN ทุกครั้งที่สามารถทำได้ เนื่องจากสิ่งนี้จะช่วยปกป้องคุณได้อย่างดีเยี่ยม แต่การใช้พร็อกซี่จะเป็นการเปิดช่องโหว่ให้มีการโจมตีจากคนกลางได้ ลองดูที่ข้อเสนอต่าง ๆ ในปัจจุบันของ nord ได้ ที่นี่

 

 

 

 

เหมือนกันกับ Nord, IPVanish จะให้ผู้ใช้สามารถใช้งานพร็อกซี่ส่วนตัวได้ด้วยการสมัครแพลน VPN ของพวกเขา อย่างไรก็ตามสิ่งที่ไม่เหมือนกับ Nord คือ พวกเขามี SOCKS5 เพียงอย่างเดียวแต่ไม่มี HTTP ดังนั้นมันจะสามารถใช้งานได้กับ Bittorent clients เช่น Deluge, Utorrent และ Deluge แต่ไม่ใช่กับเว็บบราวเซอร์ พร็อกซี่นี้เหมาะสำหรับ Torrent clients เนื่องจากคุณสามารถใช้พร็อกซี่สำหรับ Torrent client ของคุณในขณะที่กำลังใช้ IPVanish VPN กับแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ ได้ นี่คือสิ่งที่ดีเนื่องจากพร็อกซี่มีความรวดเร็วกว่า VPN (เนื่องจากไม่มีการเข้ารหัสและการใช้ Torrent จะถือว่าค่อนข้างปลอดภัยเมื่อใช้กับ Proxy

 

 

 

 

ไม่เหมือนกับ NordVPN และ IPVanish, TorGuard มีแพลนสมาชิกสำหรับบริการพร็อกซี่ที่แยกต่างหากเพิ่มเติมจาก VPN คุณยังสามารถซื้อบริการนี้พร้อมกับบริการ VPN ได้เช่นกัน Torguard มีพร็อกซี่เซิฟเวอร์จำนวนมาก – 2,000 IPs ในกว่า 50 ประเทศ ด้วย SOCKS5 เซิฟเวอร์ใน 8 ประเทศ และยังสามารถรองรับการเชื่อมต่อได้พร้อมกันสูงสุด 5 เครื่อง

 

 

 

เราชื่นชอบ PIA เนื่องจากพวกเขามีการให้บริการที่ดีเยี่ยมด้วยค่าบริการที่ค่อนข้างเหมาะสม เหมือนกับผู้ให้บริการสองรายแรกในลิสต์ของเรา PIA มีพร็อกซี่เซิฟเวอร์มาพร้อมกับ VPN และเหมือนกันกับ IPVanish พวกเขามีเพียงแค่ SOCKS5 พร็อกซี่เท่านั้น ดังนั้นมันจึงสามารถทำงานได้กับ Torrent clients เท่านั้น ไม่สามารถใช้งานกับอินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ได้ อีกทั้ง PIA ไม่มีการช่วยเหลือผ่านทางการแชทเหมือนกับที่เคยมีมาก่อน  – สิ่งนี้ถือเป็นข้อด้อยอย่างแน่นอน – อย่างไรก็ตามพวกเขามีฝ่ายช่วยเหลือลูกค้าที่ค่อนข้างดีและสามารถตอบกลับได้อย่างรวดเร็วถ้าหากคุณประสบปัญหาใด ๆ

 

 

 

Overplay เป็นผู้ให้บริการ SmartDNS และ VPN โดยที่พร็อกซี่เซิฟเวอร์ของ SmartDNS จะให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาที่มีการจำกัดการใช้งานอยู่ในบางพื้นที่เท่านั้น แม้ว่าคุณจะสามารถใช้งานสิ่งนี้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ได้ด้วยก็ตาม เช่น ใช้งานอินเตอร์เน็ต ถึงแม้ว่า VPN สามารถทำสิ่งนี้ได้ แต่ SmartDNS ก็สามารถทำได้ดีกว่าเนื่องจากพวกเขามีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วโดยที่ไม่มีการเข้ารหัส ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้กังวลมากเกี่ยวกับการที่ไม่มีการเข้ารหัส แต่ Overplay ก็มี DNS เซิฟเวอร์ที่ปลอดภัยให้ทำการเชื่อมต่อ ถ้าหากคุณกำลังต้องการใช้พร็อกซี่เพื่อเข้าถึงเนื้อหาที่มีการจำกัดให้สามารถเข้าดูได้เฉพาะภายในบางพื้นที่ เช่น Netflix, Kodi, Hulu เราขอแนะนำให้คุณใช้ Overplay

สิ่งนี้มีประโยชน์หรือไม่? ทำการแชร์!
แชร์บน Facebook
0
Tweet สิ่งนี้
1
ทำการแชร์ถ้าหากคุณคิดว่า Google ยังไม่รู้จักคุณดีพอ
0
img

บล็อก

  • วิว: 1,796,473
  • โพสต์: 45
ติดตามผู้เชี่ยวชาญของเรา